← ดัชนีซูเราะฮ์
4

ซูเราะฮ์อันนิสาอ์

النساء

ตอนที่ 1 · อายะฮ์ 1–10 · กำเนิดจากชีวิตเดียว · สิทธิเด็กกำพร้า · การมีภรรยาหลายคน · มะฮัร

  • บทที่ 4
  • 176 อายะฮ์
  • มะดะนียะฮ์
  • กำลังตรวจ
📖 อ่านต้นฉบับอาหรับ (ฉบับซามี)
เรียบเรียง

ส่วนที่ 1 อายะฮ์ 1 : จงยำเกรงพระผู้สร้างพวกเจ้าจากชีวิตเดียว

4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 1
  1. يَا أَيُّهَا النَّاسُ اتَّقُوا رَبَّكُمُ الَّذِي خَلَقَكُم مِّن نَّفْسٍ وَاحِدَةٍ وَخَلَقَ مِنْهَا زَوْجَهَا وَبَثَّ مِنْهُمَا رِجَالًا كَثِيرًا وَنِسَاءً وَاتَّقُوا اللَّهَ الَّذِي تَسَاءَلُونَ بِهِ وَالْأَرْحَامَ إِنَّ اللَّهَ كَانَ عَلَيْكُمْ رَقِيبًا ยา อัยยุฮันนาสุตตะกู ร็อบบะกุมุลละซี เคาะละเกาะกุม มิน นัฟสิน วาหิดะติน วะเคาะละเกาะ มินฮา เซาญะฮา วะบัษษะ มินฮุมา ริญาลัน กะษีร็อน วะนิสาอา วัตตะกุลลอฮัลละซี ตะสาอะลูนะ บิฮี วัลอัรฺหาม อินนัลลอฮะ กานะ อะลัยกุม เราะกีบา โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงยำเกรงพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ผู้ทรงสร้างพวกเจ้าจากชีวิตเดียว และทรงสร้างคู่ครองของเขาจากชีวิตนั้น และทรงแพร่กระจายจากทั้งสองซึ่งผู้ชายมากมายและผู้หญิง และจงยำเกรงอัลลอฮ์ที่พวกเจ้าต่างขอกันและกันด้วย (พระนามของ) พระองค์ และ (จงยำเกรง) เครือญาติ (อย่าตัดขาด) แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเฝ้าดูพวกเจ้าอยู่เสมอ

ซูเราะฮ์เปิดด้วยคำสั่ง ตักวา พร้อมเตือนถึงอานุภาพของอัลลอฮ์: ทรงสร้างมนุษย์ทั้งหมด “มิน นัฟสิน วาหิดะฮ์” (จากชีวิตเดียว คืออาดัม) แล้วสร้าง คู่ครอง (เฮาวาอ์) จากท่าน และแพร่ลูกหลานมากมายไปทั่วโลก · การเน้นว่าทุกคนมาจาก บิดามารดาเดียวกัน เพื่อปลูกฝังความเมตตาและเครือญาติต่อกัน · “วัตตะกุลลอฮัลละซี ตะสาอะลูนะ บิฮี วัลอัรฺหาม” — จงยำเกรงอัลลอฮ์ที่ผู้คนใช้พระนามขอกัน (เช่น “ฉันขอท่านด้วยอัลลอฮ์”) และ จงรักษาสายเครือญาติ อย่าตัดขาด · ปิดด้วย “อินนัลลอฮะ กานะ อะลัยกุม เราะกีบา” (อัลลอฮ์ทรงเฝ้าดูพวกเจ้าเสมอ) — สอดคล้องกับหะดีษอิห์สาน “จงเคารพภักดีอัลลอฮ์ประหนึ่งว่าท่านเห็นพระองค์ หากท่านไม่เห็นพระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงเห็นท่าน” · อายะฮ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ คุฏบะตุลหาญะฮ์ ที่ท่านนบี ﷺ ใช้เปิดการเทศนา

หะดิษ ที่ 1 — สตรีถูกสร้างจากซี่โครง จงปฏิบัติต่อนางด้วยดี
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«إنَّ المرأةَ خُلِقَت من ضِلَعٍ، وإنَّ أعوجَ شيءٍ في الضِّلَعِ أعلاه، فإن ذهبتَ تُقيمُه كسرتَه، وإن استمتعتَ بها استمتعتَ بها وفيها عِوَجٌ».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «แท้จริงสตรีถูกสร้างจากซี่โครง และสิ่งที่คดที่สุดในซี่โครงคือส่วนบนของมัน หากท่านจะไปดัดให้ตรง ท่านก็จะหักมัน แต่หากท่านใช้ประโยชน์จากนาง ท่านก็ใช้ประโยชน์ได้ทั้งที่นางยังมีความคด (ตามธรรมชาติ)»

📎 ศอหีห์บุคอรี #3331 · ศอหีห์มุสลิม #1468 (จากอบูฮุร็อยเราะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #3331 · มุสลิม #1468 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

ส่วนที่ 3 อายะฮ์ 2–4 : สิทธิในทรัพย์ของเด็กกำพร้า ขอบเขตการมีภรรยา และมะฮัร

4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 2–4
  1. وَآتُوا الْيَتَامَىٰ أَمْوَالَهُمْ وَلَا تَتَبَدَّلُوا الْخَبِيثَ بِالطَّيِّبِ وَلَا تَأْكُلُوا أَمْوَالَهُمْ إِلَىٰ أَمْوَالِكُمْ إِنَّهُ كَانَ حُوبًا كَبِيرًا วะอาตุลยะตามา อัมวาละฮุม วะลา ตะตะบัดดะลุลเคาะบีษะ บิฏฏ็อยยิบ วะลา ตะกุลู อัมวาละฮุม อิลา อัมวาลิกุม อินนะฮู กานะ หูบัน กะบีรา และจงมอบทรัพย์สินของบรรดาเด็กกำพร้าให้แก่พวกเขา (เมื่อบรรลุนิติภาวะ) และจงอย่าเปลี่ยนเอาสิ่งเลว (ของตน) มาแทนสิ่งดี (ของพวกเขา) และจงอย่ากินทรัพย์ของพวกเขาปะปนกับทรัพย์ของพวกเจ้า แท้จริงมันเป็นบาปอันใหญ่หลวง
  2. وَإِنْ خِفْتُمْ أَلَّا تُقْسِطُوا فِي الْيَتَامَىٰ فَانكِحُوا مَا طَابَ لَكُم مِّنَ النِّسَاءِ مَثْنَىٰ وَثُلَاثَ وَرُبَاعَ فَإِنْ خِفْتُمْ أَلَّا تَعْدِلُوا فَوَاحِدَةً أَوْ مَا مَلَكَتْ أَيْمَانُكُمْ ذَٰلِكَ أَدْنَىٰ أَلَّا تَعُولُوا วะอิน คิฟตุม อัลลา ตุกสิฏู ฟิลยะตามา ฟังกิหู มา ฏอบะ ละกุม มินันนิสาอิ มัษนา วะษุลาษะ วะรุบาอ์ ฟะอิน คิฟตุม อัลลา ตะอ์ดิลู ฟะวาหิดะตัน เอา มา มะละกัต อัยมานุกุม ซาลิกะ อัดนา อัลลา ตะอูลู และหากพวกเจ้าเกรงว่าจะไม่ให้ความยุติธรรมแก่บรรดาเด็กกำพร้า (หญิงที่จะแต่งงานด้วย) ได้ ก็จงแต่งงานกับผู้หญิงที่ดีสำหรับพวกเจ้า จะสองคน สามคน หรือสี่คน แต่หากพวกเจ้าเกรงว่าจะไม่สามารถให้ความเที่ยงธรรม (ระหว่างพวกนาง) ได้ ก็จง (แต่งงานเพียง) คนเดียว หรือ (พอใจกับ) ทาสหญิงที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครอง นั่นแหละใกล้ยิ่งกว่าที่พวกเจ้าจะไม่อยุติธรรม
  3. وَآتُوا النِّسَاءَ صَدُقَاتِهِنَّ نِحْلَةً فَإِن طِبْنَ لَكُمْ عَن شَيْءٍ مِّنْهُ نَفْسًا فَكُلُوهُ هَنِيئًا مَّرِيئًا วะอาตุนนิสาอะ เศาะดุกอติฮินนะ นิห์ละฮ์ ฟะอิน ฏิบนะ ละกุม อัน ชัยอิน มินฮุ นัฟสัน ฟะกุลูฮุ ฮะนีอัน มะรีอา และจงมอบมะฮัร (สินสอด) แก่บรรดาผู้หญิงด้วยความเต็มใจ (เป็นสิทธิ์ของนาง) แต่หากพวกนางเต็มใจยกส่วนหนึ่งจากมันให้พวกเจ้า ก็จงกินมันอย่างเอร็ดอร่อยและปลอดภัยเถิด

สิทธิของเด็กกำพร้า (อายะฮ์ 2): ให้ มอบทรัพย์คืนเด็กกำพร้าครบถ้วน เมื่อบรรลุนิติภาวะ · ห้าม “ตะตะบัดดะลุลเคาะบีษะ บิฏฏ็อยยิบ” (สลับเอาของเลวของตนแทนของดีของกำพร้า เช่นเอาแพะผอมแลกแพะอ้วน) · ห้ามกินทรัพย์กำพร้าปะปนกับของตน เพราะเป็น “หูบัน กะบีรา” (บาปใหญ่)

ขอบเขตการมีภรรยา (อายะฮ์ 3): สาเหตุการประทาน (จากอาอิชะฮ์) คือผู้ปกครองบางคนอยากแต่งเด็กกำพร้าหญิงที่อยู่ในความดูแลเพราะหวังทรัพย์/ความงามของนาง แต่ไม่ให้มะฮัรที่เป็นธรรม · อัลลอฮ์จึงตรัสว่า หากเกรงจะไม่ยุติธรรมต่อกำพร้าหญิง ก็จงแต่งหญิงอื่นแทน — สอง สาม หรือสี่คน · แต่ หากเกรงจะไม่เที่ยงธรรมระหว่างภรรยา ก็ให้แต่งเพียงคนเดียว — เป็นการจำกัดจำนวนภรรยาไว้ที่สี่ (ตามมติเอกฉันท์ของอุละมาอ์ ยกเว้นสิทธิพิเศษของท่านนบี ﷺ) · “ซาลิกะ อัดนา อัลลา ตะอูลู” (นั่นใกล้ที่สุดที่จะไม่อยุติธรรม) — อาอิชะฮ์รายงานว่าท่านนบี ﷺ อธิบาย “ตะอูลู = ไม่อยุติธรรม/ไม่ลำเอียง”

มะฮัร (อายะฮ์ 4): ให้มอบ “เศาะดุกอต (มะฮัร)” เป็น “นิห์ละฮ์” (ของขวัญ/สิทธิ์ที่จำเป็นต้องให้ด้วยความเต็มใจ) แก่ภรรยา · หากนางเต็มใจยกบางส่วนคืนให้ ก็รับได้อย่างสบายใจ (ฮะนีอัน มะรีอา)

เรียบเรียง

ส่วนที่ 5 อายะฮ์ 5–6 : อย่ามอบทรัพย์แก่ผู้เขลา และการทดสอบเด็กกำพร้า

4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 5–6
  1. وَلَا تُؤْتُوا السُّفَهَاءَ أَمْوَالَكُمُ الَّتِي جَعَلَ اللَّهُ لَكُمْ قِيَامًا وَارْزُقُوهُمْ فِيهَا وَاكْسُوهُمْ وَقُولُوا لَهُمْ قَوْلًا مَّعْرُوفًا วะลา ตุอ์ตุสสุฟะฮาอะ อัมวาละกุมุลละตี ญะอะลัลลอฮุ ละกุม กิยามัน วัรฺซุกูฮุม ฟีฮา วักสูฮุม วะกูลู ละฮุม ก็อวลัน มะอ์รูฟา และจงอย่ามอบทรัพย์สินของพวกเจ้า ที่อัลลอฮ์ทรงทำให้เป็นเครื่องค้ำจุน (การดำรงชีพ) แก่พวกเจ้า ให้แก่บรรดาผู้เขลา (ผู้ไม่สามารถบริหารทรัพย์) และจงเลี้ยงดูพวกเขาด้วยทรัพย์นั้น ให้เครื่องนุ่งห่มแก่พวกเขา และจงกล่าวแก่พวกเขาด้วยถ้อยคำอันดีงาม
  2. وَابْتَلُوا الْيَتَامَىٰ حَتَّىٰ إِذَا بَلَغُوا النِّكَاحَ فَإِنْ آنَسْتُم مِّنْهُمْ رُشْدًا فَادْفَعُوا إِلَيْهِمْ أَمْوَالَهُمْ وَلَا تَأْكُلُوهَا إِسْرَافًا وَبِدَارًا أَن يَكْبَرُوا وَمَن كَانَ غَنِيًّا فَلْيَسْتَعْفِفْ وَمَن كَانَ فَقِيرًا فَلْيَأْكُلْ بِالْمَعْرُوفِ فَإِذَا دَفَعْتُمْ إِلَيْهِمْ أَمْوَالَهُمْ فَأَشْهِدُوا عَلَيْهِمْ وَكَفَىٰ بِاللَّهِ حَسِيبًا วับตะลุลยะตามา หัตตา อิซา บะละฆุนนิกาหะ ฟะอิน อานัสตุม มินฮุม รุชดัน ฟัดฟะอู อิลัยฮิม อัมวาละฮุม วะลา ตะกุลูฮา อิสรอฟัน วะบิดาร็อน อัน ยักบะรู วะมัน กานะ เฆาะนียยัน ฟัลยัสตะอ์ฟิฟ วะมัน กานะ ฟะกีร็อน ฟัลยะกุล บิลมะอ์รูฟ ฟะอิซา ดะฟะอ์ตุม อิลัยฮิม อัมวาละฮุม ฟะอัชฮิดู อะลัยฮิม วะกะฟา บิลลาฮิ หะสีบา และจงทดสอบบรรดาเด็กกำพร้า จนกระทั่งเมื่อพวกเขาบรรลุวัยแต่งงาน หากพวกเจ้าพบว่าพวกเขามีความรอบรู้ (รุชด์ ในการจัดการ) ก็จงมอบทรัพย์ของพวกเขาให้แก่พวกเขา และจงอย่ากินมันอย่างสุรุ่ยสุร่ายและรีบเร่งก่อนที่พวกเขาจะโต และผู้ใด (ผู้ปกครอง) ที่ร่ำรวยก็จงงดเว้น (ไม่กินทรัพย์กำพร้า) และผู้ใดยากจนก็จงกินแต่พอสมควร (ตามค่าดูแล) และเมื่อพวกเจ้ามอบทรัพย์ของพวกเขาให้แก่พวกเขา ก็จงให้มีพยานต่อพวกเขา และเพียงพอแล้วที่อัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ชำระบัญชี

“วะลา ตุอ์ตุสสุฟะฮาอะ อัมวาละกุม” — ห้ามมอบทรัพย์ให้ “สุฟะฮาอ์” (ผู้เขลาที่บริหารทรัพย์ไม่เป็น) เพราะทรัพย์คือ “กิยาม” (เครื่องค้ำจุนชีวิต) ของสังคม · นี่คือฐานของหลัก “หัจร์” (การควบคุมการใช้ทรัพย์) สำหรับเด็ก คนวิกลจริต คนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และคนล้มละลาย · แต่ให้ เลี้ยงดู ให้เครื่องนุ่งห่ม และพูดจาดีต่อพวกเขา

“วับตะลุลยะตามา” — จง ทดสอบเด็กกำพร้า (ในการจัดการทรัพย์) จนถึงวัยแต่งงาน · เมื่อพบว่ามี “รุชด์” (ความสามารถและความดีในศาสนาและการรักษาทรัพย์) ก็มอบทรัพย์คืน · ห้ามรีบกินก่อนพวกเขาโต · ผู้ปกครองที่รวยให้งดเว้นโดยสิ้นเชิง ส่วนผู้ยากจนกินได้แต่พอควร (ค่าดูแลตามสมควร) · และเมื่อมอบทรัพย์คืน ให้มีพยาน เพื่อป้องกันการปฏิเสธภายหลัง

เรียบเรียง

อายะฮ์ 7–10 : ส่วนแบ่งมรดกของชายและหญิง และโทษของการกินทรัพย์เด็กกำพร้า

4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 7–10
  1. لِّلرِّجَالِ نَصِيبٌ مِّمَّا تَرَكَ الْوَالِدَانِ وَالْأَقْرَبُونَ وَلِلنِّسَاءِ نَصِيبٌ مِّمَّا تَرَكَ الْوَالِدَانِ وَالْأَقْرَبُونَ مِمَّا قَلَّ مِنْهُ أَوْ كَثُرَ نَصِيبًا مَّفْرُوضًا ลิรฺริญาลิ นะศีบุน มิมมา ตะเราะกัลวาลิดานิ วัลอักเราะบูน วะลินนิสาอิ นะศีบุน มิมมา ตะเราะกัลวาลิดานิ วัลอักเราะบูนะ มิมมา ก็อลละ มินฮุ เอา กะษุร นะศีบัน มัฟรูฎอ สำหรับบรรดาผู้ชายนั้นมีส่วนแบ่งจากสิ่งที่บิดามารดาและญาติใกล้ชิดได้ทิ้งไว้ และสำหรับบรรดาผู้หญิงก็มีส่วนแบ่งจากสิ่งที่บิดามารดาและญาติใกล้ชิดได้ทิ้งไว้ ไม่ว่าจะน้อยหรือมากก็ตาม เป็นส่วนแบ่งที่ถูกกำหนดไว้ (ตามบทบัญญัติ)
  2. وَإِذَا حَضَرَ الْقِسْمَةَ أُولُو الْقُرْبَىٰ وَالْيَتَامَىٰ وَالْمَسَاكِينُ فَارْزُقُوهُم مِّنْهُ وَقُولُوا لَهُمْ قَوْلًا مَّعْرُوفًا วะอิซา หะเฎาะร็อลกิสมะตะ อุลุลกุรฺบา วัลยะตามา วัลมะสากีนุ ฟัรฺซุกูฮุม มินฮุ วะกูลู ละฮุม ก็อวลัน มะอ์รูฟา และเมื่อบรรดาญาติ (ที่มิใช่ทายาท) เด็กกำพร้า และคนยากจน มาปรากฏตัว ณ การแบ่งมรดก ก็จงแบ่งปันแก่พวกเขาจากมันบ้าง และจงกล่าวแก่พวกเขาด้วยถ้อยคำอันดีงาม
  3. وَلْيَخْشَ الَّذِينَ لَوْ تَرَكُوا مِنْ خَلْفِهِمْ ذُرِّيَّةً ضِعَافًا خَافُوا عَلَيْهِمْ فَلْيَتَّقُوا اللَّهَ وَلْيَقُولُوا قَوْلًا سَدِيدًا วัลยัคชัลละซีนะ เลาว์ ตะเราะกู มิน ค็อลฟิฮิม ซุรฺรียยะตัน ฎิอาฟัน คอฟู อะลัยฮิม ฟัลยัตตะกุลลอฮะ วัลยะกูลู ก็อวลัน สะดีดา และบรรดาผู้ที่หากพวกเขาต้องทิ้งลูกหลานที่อ่อนแอไว้เบื้องหลัง แล้วพวกเขาจะเป็นห่วงต่อลูกหลานเหล่านั้น (เกรงว่าจะถูกเอาเปรียบ) ก็จงยำเกรง (ต่อการเอาเปรียบเด็กกำพร้าของผู้อื่นเช่นกัน) ดังนั้นพวกเขาจงยำเกรงอัลลอฮ์ และจงกล่าวถ้อยคำที่เที่ยงตรง (สะดีด)
  4. إِنَّ الَّذِينَ يَأْكُلُونَ أَمْوَالَ الْيَتَامَىٰ ظُلْمًا إِنَّمَا يَأْكُلُونَ فِي بُطُونِهِمْ نَارًا وَسَيَصْلَوْنَ سَعِيرًا อินนัลละซีนะ ยะกุลูนะ อัมวาลัลยะตามา ซุลมัน อินนะมา ยะกุลูนะ ฟี บุฏูนิฮิม นารา วะสะยัศเลาว์นะ สะอีรอ แท้จริงบรรดาผู้ที่กินทรัพย์ของเด็กกำพร้าโดยอธรรมนั้น แท้จริงพวกเขากินไฟเข้าไปในท้องของพวกเขา และพวกเขาจะเข้าสู่เปลวเพลิงอันร้อนแรง (ในไม่ช้า)

การปฏิวัติสิทธิมรดก (อายะฮ์ 7): ในสมัยญาฮิลียะฮ์ มรดกตกแก่ชายผู้ใหญ่ที่รบได้เท่านั้น สตรีและเด็กไม่ได้รับ · อัลลอฮ์จึงตรัสว่า “ชายมีส่วนแบ่ง และหญิงก็มีส่วนแบ่ง” ไม่ว่ามากหรือน้อย “นะศีบัน มัฟรูฎอ” (ส่วนที่ถูกกำหนดไว้ตามบทบัญญัติ) — เป็นการรับรองสิทธิมรดกของสตรีและเด็กครั้งประวัติศาสตร์

มารยาทเมื่อแบ่งมรดก (อายะฮ์ 8): เมื่อ ญาติที่ไม่ใช่ทายาท เด็กกำพร้า และคนจน มาอยู่ในการแบ่งมรดก ให้ แบ่งปันบางส่วนแก่พวกเขา และพูดจาดี — เพื่อปลอบใจไม่ให้พวกเขารู้สึกถูกทอดทิ้ง (นักตัฟซีรมีทัศนะว่าเป็นวาญิบหรือมุสตะหับ และบางท่านว่าถูกยกเลิกด้วยอายะฮ์มรดก)

อายะฮ์ 9 สอนให้ เอาใจเขามาใส่ใจเรา: ผู้ที่กลัวว่าลูกหลานอ่อนแอของตนจะถูกเอาเปรียบ ก็ควร ยำเกรงอัลลอฮ์ ในการดูแลกำพร้าของผู้อื่น (โดยเฉพาะการชี้แนะผู้ป่วยใกล้ตายไม่ให้ทำวะศียะฮ์ที่เป็นภัยต่อทายาท) และ พูดถ้อยคำที่เที่ยงตรง

คำเตือนขั้นรุนแรง (อายะฮ์ 10): “ผู้ที่กินทรัพย์เด็กกำพร้าโดยอธรรม แท้จริงกินไฟเข้าท้อง” — ในคืนอิสรออ์ ท่านนบี ﷺ เห็นคนที่มีริมฝีปากเหมือนอูฐ ถูกยัดก้อนไฟลงคอจนทะลุออกทางล่าง — ญิบรีลบอกว่านั่นคือผู้กินทรัพย์กำพร้า · การกินทรัพย์กำพร้าเป็นหนึ่งใน “เจ็ดบาปที่ทำลายล้าง (สับอ์ มูบิกอต)”

หะดิษ ที่ 2 — ผู้ที่มีภรรยาเกินสี่เมื่อเข้ารับอิสลาม ให้เลือกไว้สี่คน
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

أنَّ غَيلانَ بنَ سَلَمةَ الثقفيَّ أسلَم وتحتَه عشرُ نسوةٍ، فقال له النبيُّ ﷺ: «اختَرْ منهنَّ أربعًا».

ฆ็อยลาน อิบนุสะละมะฮ์ อัษษะเกาะฟีย์ เข้ารับอิสลามขณะที่มีภรรยาสิบคน ท่านนบี ﷺ กล่าวแก่เขาว่า «จงเลือกไว้สี่คนจากพวกนาง (แล้วหย่าที่เหลือ)»

📎 สุนันติรมิซี #1128 · อิบนุมาญะฮ์ #1953 (จากอิบนุอุมัร) ยืนยันแล้ว — ติรมิซี #1128 ตรวจสอบ ↗
หะดิษ ที่ 3 — เจ็ดบาปที่ทำลายล้าง — รวมถึงการกินทรัพย์เด็กกำพร้า
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«اجتنِبوا السبعَ الموبِقاتِ». قيل: يا رسولَ الله، وما هنَّ؟ قال: «الشِّركُ بالله، والسِّحرُ، وقتلُ النفسِ التي حرَّم اللهُ إلا بالحقِّ، وأكلُ الرِّبا، وأكلُ مالِ اليتيمِ، والتولِّي يومَ الزحفِ، وقذفُ المحصَناتِ المؤمناتِ الغافلاتِ».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «พวกท่านจงหลีกเลี่ยงเจ็ดบาปที่ทำลายล้าง» มีผู้ถามว่า “คืออะไรบ้าง โอ้รอซูลุลลอฮ์?” ท่านตอบว่า «การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ · ไสยศาสตร์ · การฆ่าชีวิตที่อัลลอฮ์ห้ามโดยไม่เป็นธรรม · การกินดอกเบี้ย · การกินทรัพย์เด็กกำพร้า · การหันหลังหนีในวันสงคราม · และการใส่ร้ายสตรีผู้บริสุทธิ์ผู้ศรัทธาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่»

📎 ศอหีห์บุคอรี #2766 · ศอหีห์มุสลิม #89 (จากอบูฮุร็อยเราะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #2766 · มุสลิม #89 ตรวจสอบ ↗