ซูเราะฮ์อันนิสาอ์
النساء
ตอนที่ 15 · อายะฮ์ 82–86 · ใคร่ครวญกุรอาน · ไม่แพร่ข่าวลือ · การสู้และการชะฟาอะฮ์ · การตอบสลาม
ส่วนที่ 54 อายะฮ์ 82–83 : ใคร่ครวญกุรอาน และอย่ารีบแพร่ข่าว
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 82–83
- أَفَلَا يَتَدَبَّرُونَ الْقُرْآنَ وَلَوْ كَانَ مِنْ عِندِ غَيْرِ اللَّهِ لَوَجَدُوا فِيهِ اخْتِلَافًا كَثِيرًا อะฟะลา ยะตะดับบะรูนัลกุรอาน วะเลา กานะ มิน อินดิ ฆ็อยริลลาฮิ ละวะญะดู ฟีฮิคติลาฟัน กะษีรอ พวกเขาไม่ใคร่ครวญอัลกุรอานดอกหรือ และหากว่ามันมาจากผู้อื่นนอกเหนือจากอัลลอฮ์แล้ว แน่นอนพวกเขาก็จะพบในนั้นซึ่งความขัดแย้งอันมากมาย
- وَإِذَا جَاءَهُمْ أَمْرٌ مِّنَ الْأَمْنِ أَوِ الْخَوْفِ أَذَاعُوا بِهِ وَلَوْ رَدُّوهُ إِلَى الرَّسُولِ وَإِلَىٰ أُولِي الْأَمْرِ مِنْهُمْ لَعَلِمَهُ الَّذِينَ يَسْتَنبِطُونَهُ مِنْهُمْ وَلَوْلَا فَضْلُ اللَّهِ عَلَيْكُمْ وَرَحْمَتُهُ لَاتَّبَعْتُمُ الشَّيْطَانَ إِلَّا قَلِيلًا วะอิซา ญาอะฮุม อัมรุน มินัลอัมนิ อะวิลค็อวฟิ อะซาอู บิฮ์ วะเลา ร็อดดูฮุ อิลัรฺเราะสูลิ วะอิลา อุลิลอัมริ มินฮุม ละอะลิมะฮุลละซีนะ ยัสตันบิฏูนะฮู มินฮุม วะเลาลา ฟัฎลุลลอฮิ อะลัยกุม วะเราะห์มะตุฮู ลัตตะบะอ์ตุมุชชัยฏอนะ อิลลา เกาะลีลา และเมื่อมีเรื่องหนึ่งเรื่องใดมายังพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยหรือความหวาดกลัว พวกเขาก็แพร่กระจายมันออกไป และหากพวกเขาได้นำมันกลับไปยังรอซูลและยังผู้มีอำนาจ (ผู้รู้) ในหมู่พวกเขา แน่นอนบรรดาผู้ที่ค้นคว้าหาความจริงในหมู่พวกเขาก็จะรู้มัน (ตามที่ควร) และหากมิใช่เพราะความโปรดปรานของอัลลอฮ์แก่พวกเจ้าและความเมตตาของพระองค์แล้ว แน่นอนพวกเจ้าก็คงปฏิบัติตามชัยฏอน นอกจากเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
อายะฮ์ 82 สั่งให้ ใคร่ครวญ (ตะดับบุร) อัลกุรอาน และเป็นหลักฐานยืนยันว่ากุรอานมาจากอัลลอฮ์ เพราะ ปราศจากความขัดแย้งใดๆ — หากมาจากมนุษย์ ย่อมพบความขัดแย้งมากมาย · บรรดา “ผู้มั่นคงในความรู้ (รอสิคูน)” จึงนำ อายะฮ์มุตะชาบิฮ์ (คลุมเครือ) กลับไปหาอายะฮ์มุห์กัม (ชัดเจน) แล้วได้ทางนำ ส่วนผู้ที่หัวใจเอนเอียงทำตรงกันข้ามจึงหลงทาง
อายะฮ์ 83 ตำหนิผู้ที่ รีบแพร่ข่าว (ทั้งข่าวดี “ความปลอดภัย” และข่าวร้าย “ความหวาดกลัว”) ก่อนตรวจสอบ · สิ่งที่ถูกต้องคือ นำเรื่องกลับไปหารอซูลและผู้รู้ผู้มีอำนาจ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญ “ยัสตันบิฏูนะฮู” (วิเคราะห์สืบค้นความจริง) ก่อน · ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า “เพียงพอแล้วที่คนหนึ่งจะเป็นคนโกหก เมื่อเขาเล่าทุกสิ่งที่ได้ยิน” (มุสลิม บทนำ #5) · สาเหตุการประทาน: ครั้งที่ข่าวลือแพร่ว่าท่านนบี ﷺ หย่าภรรยา อุมัรรีบไปตรวจสอบกับท่านนบีโดยตรงจนได้ความจริง — เป็นแบบอย่างของการ “อิสตินบาฏ” (สืบค้นจากแหล่งที่ถูกต้อง)
ต้นฉบับอาหรับ
خرج رسولُ الله ﷺ وقومٌ يتنازعون في القرآن، فقال: «إنما هلك مَن كان قبلكم بهذا؛ ضربوا كتابَ الله بعضَه ببعضٍ، وإنما نزل كتابُ الله يُصدِّقُ بعضُه بعضًا، فلا تُكذِّبوا بعضَه ببعضٍ، فما علِمتُم منه فقولوا، وما جهِلتُم فَكِلوهُ إلى عالِمِه».
ท่านนบี ﷺ ออกมาพบผู้คนกำลังโต้เถียงกันในเรื่องกุรอาน ท่านจึงกล่าวด้วยความกริ้วว่า «แท้จริงผู้คนก่อนหน้าพวกท่านพินาศก็ด้วยเหตุนี้เอง — พวกเขาเอาคัมภีร์ของอัลลอฮ์มาตีกันเอง (เอาบางส่วนขัดกับบางส่วน) แท้จริงคัมภีร์ของอัลลอฮ์ถูกประทานลงมาโดยส่วนหนึ่งยืนยันอีกส่วนหนึ่ง ดังนั้นจงอย่าเอาบางส่วนไปปฏิเสธบางส่วน สิ่งใดที่พวกท่านรู้ก็จงกล่าวเถิด และสิ่งใดที่พวกท่านไม่รู้ก็จงมอบมันคืนแก่ผู้รู้»
ส่วนที่ 55 อายะฮ์ 84 : จงสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ และปลุกใจผู้ศรัทธา
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 84
- فَقَاتِلْ فِي سَبِيلِ اللَّهِ لَا تُكَلَّفُ إِلَّا نَفْسَكَ وَحَرِّضِ الْمُؤْمِنِينَ عَسَى اللَّهُ أَن يَكُفَّ بَأْسَ الَّذِينَ كَفَرُوا وَاللَّهُ أَشَدُّ بَأْسًا وَأَشَدُّ تَنكِيلًا ฟะกอติล ฟี สะบีลิลลาฮิ ลา ตุกัลละฟุ อิลลา นัฟสัก วะหัรฺริฎิลมุอ์มินีน อะสัลลอฮุ อัน ยะกุฟฟะ บะอ์สัลละซีนะ กะฟะรู วัลลอฮุ อะชัดดุ บะอ์สัน วะอะชัดดุ ตันกีลา ดังนั้น จงสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์เถิด เจ้าจะไม่ถูกบังคับ (รับผิดชอบ) นอกจากตัวของเจ้าเอง และจงปลุกใจบรรดาผู้ศรัทธา (ให้สู้รบ) หวังว่าอัลลอฮ์จะทรงยับยั้งกำลังของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และอัลลอฮ์นั้นทรงมีกำลังที่เข้มแข็งกว่า และทรงมีการลงโทษที่รุนแรงกว่า
อัลลอฮ์ทรงสั่งท่านนบี ﷺ ให้ ลงมือสู้ด้วยตัวท่านเอง (แม้ผู้อื่นจะละเลย) เพราะ “ท่านไม่ต้องรับผิดชอบนอกจากตัวเอง” พร้อมทั้ง “หัรฺริฎิลมุอ์มินีน” (ปลุกใจให้ผู้ศรัทธาฮึกเหิม) ดังที่ท่านกล่าวในสมรภูมิบัดร์ว่า “จงลุกขึ้นสู่สวรรค์ที่กว้างเท่าฟากฟ้าและแผ่นดิน” · อัลบะรออ์ อิบนุอาซิบอธิบายว่าอายะฮ์ “อย่าโยนตัวเองสู่ความพินาศ” (อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:195) นั้นเกี่ยวกับ การใช้จ่าย ไม่ใช่การห้ามพุ่งเข้าหาศัตรูจำนวนมาก · และ “อัลลอฮ์ทรงมีกำลังและการลงโทษที่รุนแรงกว่า” ผู้ปฏิเสธ
อายะฮ์ 85–86 : ชะฟาอะฮ์ที่ดีและชั่ว · มารยาทการตอบสลาม
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 85–86
- مَّن يَشْفَعْ شَفَاعَةً حَسَنَةً يَكُن لَّهُ نَصِيبٌ مِّنْهَا وَمَن يَشْفَعْ شَفَاعَةً سَيِّئَةً يَكُن لَّهُ كِفْلٌ مِّنْهَا وَكَانَ اللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيْءٍ مُّقِيتًا มัน ยัชฟะอ์ ชะฟาอะตัน หะสะนะตัน ยะกุน ละฮู นะศีบุน มินฮา วะมัน ยัชฟะอ์ ชะฟาอะตัน สัยยิอะตัน ยะกุน ละฮู กิฟลุน มินฮา วะกานัลลอฮุ อะลา กุลลิ ชัยอิน มุกีตา ผู้ใดให้ความช่วยเหลือ (ชะฟาอะฮ์) อันดีงาม เขาก็จะได้รับส่วนหนึ่งจากมัน และผู้ใดให้ความช่วยเหลืออันชั่วร้าย เขาก็จะได้รับส่วนแบ่ง (แห่งบาป) จากมัน และอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ควบคุมดูแลทุกสิ่ง
- وَإِذَا حُيِّيتُم بِتَحِيَّةٍ فَحَيُّوا بِأَحْسَنَ مِنْهَا أَوْ رُدُّوهَا إِنَّ اللَّهَ كَانَ عَلَىٰ كُلِّ شَيْءٍ حَسِيبًا วะอิซา หุยยีตุม บิตะหิยยะติน ฟะหัยยู บิอะห์สะนะ มินฮา เอา รุดดูฮา อินนัลลอฮะ กานะ อะลา กุลลิ ชัยอิน หะสีบา และเมื่อพวกเจ้าได้รับการทักทายด้วยการทักทายใด ก็จงทักทายตอบด้วยสิ่งที่ดีกว่านั้น หรือตอบกลับ (ด้วยสิ่งที่เท่าเทียมกัน) แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้คำนวณ (สอบสวน) ทุกสิ่ง
อายะฮ์ 85 — ชะฟาอะฮ์ (การช่วยเหลือ/ไกล่เกลี่ย): ผู้ที่พยายามช่วยเหลือในเรื่อง ที่ดี ย่อมได้ ส่วนแบ่งของผลบุญ · ผู้ที่ช่วยในเรื่อง ชั่ว ย่อมได้ ส่วนแบ่งของบาป · ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า “พวกท่านจงช่วยเหลือ (ผู้อื่น) เถิด พวกท่านจะได้รับผลบุญ” · “มุกีต” หมายถึง ผู้ทรงพิทักษ์ ผู้ทรงเป็นสักขี ผู้ทรงประทานปัจจัยยังชีพ และผู้ทรงตอบแทนแต่ละคนตามการงานของเขา
อายะฮ์ 86 — มารยาทการตอบสลาม: เมื่อมุสลิมให้สลาม จงตอบด้วยสิ่งที่ดีกว่า (เพิ่มถ้อยคำ — เป็นสุนนะฮ์) หรืออย่างน้อยตอบให้เท่าเดิม (เป็นวาญิบ/ฟัรฎู) · การ ตอบสลามเป็นข้อบังคับ ผู้ที่ไม่ตอบมีบาป · แต่สำหรับชนต่างศาสนา (อะฮ์ลุซซิมมะฮ์) ไม่เริ่มให้สลามก่อน หากพวกเขากล่าว “อัสสามุอะลัยกุม” ก็ให้ตอบเพียง “วะอะลัยกุม” (บุคอรี #6257 · มุสลิม #2164)
ต้นฉบับอาหรับ
جاء رجلٌ إلى النبيِّ ﷺ فقال: السلامُ عليكم. فردَّ عليه ثم جلس، فقال النبيُّ ﷺ: «عَشْرٌ». ثم جاء آخرُ فقال: السلامُ عليكم ورحمةُ الله. فردَّ عليه ثم جلس، فقال: «عِشْرونَ». ثم جاء آخرُ فقال: السلامُ عليكم ورحمةُ الله وبركاتُه. فردَّ عليه ثم جلس، فقال: «ثلاثونَ».
ชายคนหนึ่งมาหาท่านนบี ﷺ แล้วกล่าวว่า “อัสสลามุอะลัยกุม” ท่านตอบสลามแล้วเขานั่งลง ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «สิบ» · อีกคนมากล่าวว่า “อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะห์มะตุลลอฮ์” ท่านตอบแล้วเขานั่งลง ท่านกล่าวว่า «ยี่สิบ» · อีกคนมากล่าวว่า “อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะห์มะตุลลอฮิ วะบะเราะกาตุฮ์” ท่านตอบแล้วเขานั่งลง ท่านกล่าวว่า «สามสิบ» (คือได้ผลบุญเพิ่มขึ้นตามถ้อยคำที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น)