ซูเราะฮ์อันนิสาอ์
النساء
ตอนที่ 9 · อายะฮ์ 44–48 · การบิดเบือนของอะฮ์ลุลกิตาบ · ชิริกคือบาปที่ไม่ถูกอภัย
ส่วนที่ 37 อายะฮ์ 44–46 : การบิดเบือนถ้อยคำและการเยาะเย้ยของยะฮูด
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 44–46
- أَلَمْ تَرَ إِلَى الَّذِينَ أُوتُوا نَصِيبًا مِّنَ الْكِتَابِ يَشْتَرُونَ الضَّلَالَةَ وَيُرِيدُونَ أَن تَضِلُّوا السَّبِيلَ อะลัม ตะเราะ อิลัลละซีนะ อูตู นะศีบัน มินัลกิตาบิ ยัชตะรูนัฎเฎาะลาละตะ วะยุรีดูนะ อัน ตะฎิลลุสสะบีล เจ้ามิได้เห็นดอกหรือ บรรดาผู้ที่ได้รับส่วนหนึ่งจากคัมภีร์ พวกเขาซื้อความหลงผิด (แลกกับทางนำ) และต้องการให้พวกเจ้าหลงจากทางที่ถูกต้อง
- وَاللَّهُ أَعْلَمُ بِأَعْدَائِكُمْ وَكَفَىٰ بِاللَّهِ وَلِيًّا وَكَفَىٰ بِاللَّهِ نَصِيرًا วัลลอฮุ อะอ์ละมุ บิอะอ์ดาอิกุม วะกะฟา บิลลาฮิ วะลียยัน วะกะฟา บิลลาฮิ นะศีรา และอัลลอฮ์ทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาศัตรูของพวกเจ้า และเพียงพอแล้วที่อัลลอฮ์ทรงเป็นผู้คุ้มครอง และเพียงพอแล้วที่อัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ช่วยเหลือ
- مِّنَ الَّذِينَ هَادُوا يُحَرِّفُونَ الْكَلِمَ عَن مَّوَاضِعِهِ وَيَقُولُونَ سَمِعْنَا وَعَصَيْنَا وَاسْمَعْ غَيْرَ مُسْمَعٍ وَرَاعِنَا لَيًّا بِأَلْسِنَتِهِمْ وَطَعْنًا فِي الدِّينِ وَلَوْ أَنَّهُمْ قَالُوا سَمِعْنَا وَأَطَعْنَا وَاسْمَعْ وَانظُرْنَا لَكَانَ خَيْرًا لَّهُمْ وَأَقْوَمَ وَلَٰكِن لَّعَنَهُمُ اللَّهُ بِكُفْرِهِمْ فَلَا يُؤْمِنُونَ إِلَّا قَلِيلًا มินัลละซีนะ ฮาดู ยุหัรฺริฟูนัลกะลิมะ อัน มะวาฎิอิฮี วะยะกูลูนะ สะมิอ์นา วะอะศ็อยนา วัสมะอ์ ฆ็อยเราะ มุสมะอิน วะรออินา ลัยยัน บิอัลสินะติฮิม วะเฏาะอ์นัน ฟิดดีน วะเลาว์ อันนะฮุม กอลู สะมิอ์นา วะอะฏออ์นา วัสมะอ์ วันซุรฺนา ละกานะ ค็อยร็อน ละฮุม วะอักวะม วะลากิน ละอะนะฮุมุลลอฮุ บิกุฟริฮิม ฟะลา ยุอ์มินูนะ อิลลา เกาะลีลา ในหมู่ผู้ที่เป็นยิว มีผู้ที่บิดเบือนถ้อยคำให้ออกจากตำแหน่งของมัน และกล่าวว่า ‘เราได้ยินแล้ว และเราฝ่าฝืน’ และ ‘จงฟังเถิด โดยที่ท่านจะไม่ได้ยิน’ และ ‘รออินา’ โดยบิดลิ้นของพวกเขาและเยาะเย้ยในศาสนา และหากพวกเขากล่าวว่า ‘เราได้ยินและเราเชื่อฟัง’ และ ‘จงฟัง’ และ ‘จงมองดูเราเถิด (อุนซุรนา)’ ก็ย่อมดีกว่าและเที่ยงตรงกว่าสำหรับพวกเขา แต่ทว่าอัลลอฮ์ทรงสาปแช่งพวกเขาเพราะการปฏิเสธของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ศรัทธา เว้นแต่เพียงเล็กน้อย
อัลลอฮ์ทรงเปิดโปงยะฮูดที่ “ซื้อความหลงผิด” (ทิ้งทางนำเพื่อโลกดุนยาเล็กน้อย) และปรารถนาให้มุสลิมหลงตาม · แต่ทรงปลอบใจว่า “วะกะฟา บิลลาฮิ วะลียยัน…นะศีรา” (อัลลอฮ์ทรงเพียงพอแล้วในฐานะผู้คุ้มครองและผู้ช่วยเหลือ)
เล่ห์ในการบิดเบือน (อายะฮ์ 46): พวกเขา “ยุหัรฺริฟูนัลกะลิมะ อัน มะวาฎิอิฮี” (บิดเบือนถ้อยคำและตีความผิด) และเล่นคำเยาะเย้ยท่านนบี ﷺ:
- “สะมิอ์นา วะอะศ็อยนา” (เราได้ยินแล้วและเราฝ่าฝืน) — แทนที่จะเป็น “ได้ยินและเชื่อฟัง”
- “วัสมะอ์ ฆ็อยเราะ มุสมะอ์” (จงฟังเถิด — โดยหวังให้ท่านไม่ได้ยิน/เป็นคำสาป)
- “รออินา” — บิดลิ้นให้มีความหมายดูหมิ่น (เยี่ยงในบะเกาะเราะฮ์ 104)
“วะเลาว์ อันนะฮุม กอลู สะมิอ์นา วะอะฏออ์นา…” — หากพวกเขาพูดด้วยความจริงใจว่า “ได้ยินและเชื่อฟัง” ก็ย่อมดีกว่า · แต่ “ละอะนะฮุมุลลอฮุ บิกุฟริฮิม” (อัลลอฮ์สาปแช่งพวกเขาเพราะการปฏิเสธ) จนศรัทธาไม่ได้
ส่วนที่ 39 อายะฮ์ 47 : คำเชิญชวนอะฮ์ลุลกิตาบสู่การศรัทธา
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 47
- يَا أَيُّهَا الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ آمِنُوا بِمَا نَزَّلْنَا مُصَدِّقًا لِّمَا مَعَكُم مِّن قَبْلِ أَن نَّطْمِسَ وُجُوهًا فَنَرُدَّهَا عَلَىٰ أَدْبَارِهَا أَوْ نَلْعَنَهُمْ كَمَا لَعَنَّا أَصْحَابَ السَّبْتِ وَكَانَ أَمْرُ اللَّهِ مَفْعُولًا ยา อัยยุฮัลละซีนะ อูตุลกิตาบะ อามินู บิมา นัซซัลนา มุศ็อดดิก็อน ลิมา มะอะกุม มิน ก็อบลิ อัน นัฏมิสะ วุญูฮัน ฟะนะรุดดะฮา อะลา อัดบาริฮา เอา นัลอะนะฮุม กะมา ละอันนา อัศหาบัสสับต์ วะกานะ อัมรุลลอฮิ มัฟอูลา โอ้บรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ จงศรัทธาต่อสิ่งที่เราได้ประทานลงมา (อัลกุรอาน) อันเป็นการยืนยันสิ่งที่มีอยู่กับพวกเจ้า ก่อนที่เราจะลบใบหน้าหลายใบแล้วหันมันไปทางด้านหลัง หรือสาปแช่งพวกเขาดังที่เราได้สาปแช่งชาวสับบาโต (ที่ละเมิดวันเสาร์) และคำบัญชาของอัลลอฮ์นั้นย่อมถูกกระทำเสมอ
อัลลอฮ์ทรงเชิญ อะฮ์ลุลกิตาบให้ศรัทธาต่ออัลกุรอาน ที่ยืนยันคัมภีร์ของพวกเขา · พร้อม คำเตือนสองประการ: (1) “นัฏมิสะ วุญูฮัน ฟะนะรุดดะฮา อะลา อัดบาริฮา” — ก่อนที่จะลบใบหน้าและหันไปด้านหลัง (เป็นอุปมาการหันหลังให้ความจริงสู่ความหลงผิด หรือการลงโทษจริง) · (2) สาปแช่งเยี่ยงชาวสับบาโต (ที่ถูกแปลงเป็นลิง) · “วะกานะ อัมรุลลอฮิ มัฟอูลา” — คำบัญชาของอัลลอฮ์ย่อมสำเร็จเสมอ
เกร็ดประวัติศาสตร์: มีรายงานว่า กะอ์บุลอะห์บารเข้ารับอิสลาม เมื่อได้ยินอายะฮ์นี้ ด้วยความเกรงกลัวว่าใบหน้าจะถูกลบ
อายะฮ์ 48 : อัลลอฮ์ไม่ทรงอภัยการตั้งภาคี แต่ทรงอภัยสิ่งที่น้อยกว่านั้น
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 48
- إِنَّ اللَّهَ لَا يَغْفِرُ أَن يُشْرَكَ بِهِ وَيَغْفِرُ مَا دُونَ ذَٰلِكَ لِمَن يَشَاءُ وَمَن يُشْرِكْ بِاللَّهِ فَقَدِ افْتَرَىٰ إِثْمًا عَظِيمًا อินนัลลอฮะ ลา ยัฆฟิรุ อัน ยุชเราะกะ บิฮี วะยัฆฟิรุ มา ดูนะ ซาลิกะ ลิมัน ยะชาอ์ วะมัน ยุชริก บิลลาฮิ ฟะเกาะดิฟตะรอ อิษมัน อะซีมา แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงอภัยการที่พระองค์ถูกตั้งภาคี (ชิริก) แต่พระองค์จะทรงอภัยสิ่งอื่นจากนั้นแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ แน่แท้เขาได้กุบาปอันใหญ่หลวงขึ้นแล้ว
“อินนัลลอฮะ ลา ยัฆฟิรุ อัน ยุชเราะกะ บิฮี วะยัฆฟิรุ มา ดูนะ ซาลิกะ ลิมัน ยะชาอ์” — หลักการอันยิ่งใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งในอิสลาม: อัลลอฮ์ไม่ทรงอภัยผู้ที่ตายในสภาพตั้งภาคี (ชิริก) แต่ทรงอภัยบาปอื่นทั้งหมด (ที่น้อยกว่าชิริก) แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ — แม้ไม่ได้เตาบะฮ์ก็ตาม (อยู่ในความประสงค์ของพระองค์ที่จะอภัยหรือลงโทษก่อนแล้วให้เข้าสวรรค์)
หมายเหตุสำคัญ: อายะฮ์นี้พูดถึง ผู้ที่ตายในสภาพชิริก (ไม่เตาบะฮ์) ส่วนอายะฮ์ “จงกล่าวเถิด โอ้ปวงบ่าวของข้าที่ละเมิดต่อตัวเอง…แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอภัยบาปทั้งหมด” (อัซซุมัร 53) นั้น มีเงื่อนไขว่าต้องเตาบะฮ์ — ผู้ที่เตาบะฮ์จากชิริกก็ได้รับการอภัย · อิบนุอุมัรเล่าว่าเมื่ออายะฮ์นี้ประทาน เศาะหาบะฮ์เคยกลัวว่าผู้ทำบาปใหญ่จะไม่รอด แต่อายะฮ์นี้ให้ความหวังว่า บาปอื่นนอกจากชิริกอยู่ในความประสงค์ของอัลลอฮ์
ต้นฉบับอาหรับ
«ما من عبدٍ قال: لا إلهَ إلا اللهُ، ثم مات على ذلك، إلا دخل الجنَّةَ». قلتُ: وإن زنى وإن سرَق؟ قال: «وإن زنى وإن سرَق»… (ثلاثًا).
อบูซัรฺเล่าว่า ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «ไม่มีบ่าวคนใดที่กล่าวว่า “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮ์” แล้วตายในสภาพนั้น เว้นแต่เขาจะได้เข้าสวรรค์» ฉันถามว่า “แม้เขาทำซินาและลักขโมยหรือ?” ท่านตอบว่า «แม้เขาทำซินาและลักขโมย» (ท่านตอบเช่นนี้สามครั้ง) แล้วในครั้งที่สี่ท่านกล่าวว่า «แม้จะขัดใจอบูซัรฺก็ตาม»