← ดัชนีซูเราะฮ์
4

ซูเราะฮ์อันนิสาอ์

النساء

ตอนที่ 28 · อายะฮ์ 137–141 · การกลับกลอกซ้ำซาก · เกียรติทั้งหมดเป็นของอัลลอฮ์

  • บทที่ 4
  • 176 อายะฮ์
  • มะดะนียะฮ์
  • กำลังตรวจ
📖 อ่านต้นฉบับอาหรับ (ฉบับซามี)
เรียบเรียง

ส่วนที่ 73 อายะฮ์ 137–138 : การกลับกลอกซ้ำซาก และข่าว (ร้าย) แก่มุนาฟิก

4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 137–138
  1. إِنَّ الَّذِينَ آمَنُوا ثُمَّ كَفَرُوا ثُمَّ آمَنُوا ثُمَّ كَفَرُوا ثُمَّ ازْدَادُوا كُفْرًا لَّمْ يَكُنِ اللَّهُ لِيَغْفِرَ لَهُمْ وَلَا لِيَهْدِيَهُمْ سَبِيلًا อินนัลละซีนะ อามะนู ษุมมะ กะฟะรู ษุมมะ อามะนู ษุมมะ กะฟะรู ษุมมัซดาดู กุฟร็อน ลัม ยะกุนิลลาฮุ ลิยัฆฟิเราะ ละฮุม วะลา ลิยะฮ์ดิยะฮุม สะบีลา แท้จริงบรรดาผู้ที่ศรัทธาแล้วปฏิเสธ แล้วศรัทธา (อีก) แล้วปฏิเสธ (อีก) แล้วเพิ่มพูนการปฏิเสธ (จนตาย) อัลลอฮ์จะไม่ทรงอภัยให้แก่พวกเขา และจะไม่ทรงชี้นำทางใดแก่พวกเขา
  2. بَشِّرِ الْمُنَافِقِينَ بِأَنَّ لَهُمْ عَذَابًا أَلِيمًا บัชชิริลมุนาฟิกีนะ บิอันนะ ละฮุม อะซาบัน อะลีมา จงแจ้งข่าวแก่บรรดามุนาฟิก (พวกกลับกลอก) เถิดว่า แท้จริงพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันเจ็บปวด

อายะฮ์ 137: ผู้ที่ เข้าออกจากศรัทธาซ้ำแล้วซ้ำเล่า (ศรัทธา—ปฏิเสธ—ศรัทธา—ปฏิเสธ) แล้ว “เพิ่มพูนการปฏิเสธจนตายในสภาพนั้น” — ไม่มีการอภัยและไม่มีทางนำหลังความตาย · อายะฮ์นี้บรรยายธาตุแท้ของ มุนาฟิก ที่ลังเลไม่มั่นคง (ท่านอะลีใช้อายะฮ์นี้เป็นหลักฐานว่าผู้ตกศาสนาให้เชิญชวนกลับใจสามครั้ง)

อายะฮ์ 138: ใช้ถ้อยคำเสียดสีอันเจ็บแสบ — “จงแจ้งข่าวดี (บัชชิร) แก่มุนาฟิก” ว่าพวกเขาจะได้ “การลงโทษอันเจ็บปวด” — คำว่า “แจ้งข่าวดี” ที่ปกติใช้กับสิ่งดี ถูกนำมาใช้เชิงประชดกับสิ่งร้ายที่พวกเขาสมควรได้รับ

เรียบเรียง

อายะฮ์ 139–141 : แสวงหาเกียรติจากผู้ปฏิเสธ · อย่านั่งร่วมวงเยาะเย้ย · สองหน้าของมุนาฟิก

4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 139–141
  1. الَّذِينَ يَتَّخِذُونَ الْكَافِرِينَ أَوْلِيَاءَ مِن دُونِ الْمُؤْمِنِينَ أَيَبْتَغُونَ عِندَهُمُ الْعِزَّةَ فَإِنَّ الْعِزَّةَ لِلَّهِ جَمِيعًا อัลละซีนะ ยัตตะคิซูนัลกาฟิรีนะ เอาลิยาอะ มิน ดูนิลมุอ์มินีน อะยับตะฆูนะ อินดะฮุมุลอิซซะฮ์ ฟะอินนัลอิซซะตะ ลิลลาฮิ ญะมีอา บรรดาผู้ที่ยึดถือผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นมิตรอื่นจากผู้ศรัทธา พวกเขาแสวงหาเกียรติ ณ ที่พวกเขา (ผู้ปฏิเสธ) กระนั้นหรือ แท้จริงเกียรติทั้งหมดนั้นเป็นของอัลลอฮ์
  2. وَقَدْ نَزَّلَ عَلَيْكُمْ فِي الْكِتَابِ أَنْ إِذَا سَمِعْتُمْ آيَاتِ اللَّهِ يُكْفَرُ بِهَا وَيُسْتَهْزَأُ بِهَا فَلَا تَقْعُدُوا مَعَهُمْ حَتَّىٰ يَخُوضُوا فِي حَدِيثٍ غَيْرِهِ إِنَّكُمْ إِذًا مِّثْلُهُمْ إِنَّ اللَّهَ جَامِعُ الْمُنَافِقِينَ وَالْكَافِرِينَ فِي جَهَنَّمَ جَمِيعًا วะก็อด นัซซะละ อะลัยกุม ฟิลกิตาบิ อัน อิซา สะมิอ์ตุม อายาติลลาฮิ ยุกฟะรุ บิฮา วะยุสตะฮ์ซะอุ บิฮา ฟะลา ตักอุดู มะอะฮุม หัตตา ยะคูฎู ฟี หะดีษิน ฆ็อยริฮ์ อินนะกุม อิซัน มิษลุฮุม อินนัลลอฮะ ญามิอุลมุนาฟิกีนะ วัลกาฟิรีนะ ฟี ญะฮันนะมะ ญะมีอา และแท้จริงพระองค์ได้ประทานลงมาแก่พวกเจ้าแล้วในคัมภีร์ว่า เมื่อพวกเจ้าได้ยินโองการทั้งหลายของอัลลอฮ์ถูกปฏิเสธและถูกเยาะเย้ย ก็จงอย่านั่งร่วมกับพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนไปสู่การสนทนาเรื่องอื่น (มิเช่นนั้น) แท้จริงพวกเจ้าก็จะเป็นเช่นเดียวกับพวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงรวบรวมบรรดามุนาฟิกและบรรดาผู้ปฏิเสธไว้ในนรกญะฮันนัมทั้งหมด
  3. الَّذِينَ يَتَرَبَّصُونَ بِكُمْ فَإِن كَانَ لَكُمْ فَتْحٌ مِّنَ اللَّهِ قَالُوا أَلَمْ نَكُن مَّعَكُمْ وَإِن كَانَ لِلْكَافِرِينَ نَصِيبٌ قَالُوا أَلَمْ نَسْتَحْوِذْ عَلَيْكُمْ وَنَمْنَعْكُم مِّنَ الْمُؤْمِنِينَ فَاللَّهُ يَحْكُمُ بَيْنَكُمْ يَوْمَ الْقِيَامَةِ وَلَن يَجْعَلَ اللَّهُ لِلْكَافِرِينَ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ سَبِيلًا อัลละซีนะ ยะตะร็อบบะศูนะ บิกุม ฟะอิน กานะ ละกุม ฟัตหุน มินัลลอฮิ กอลู อะลัม นะกุน มะอะกุม วะอิน กานะ ลิลกาฟิรีนะ นะศีบุน กอลู อะลัม นัสตะห์วิซ อะลัยกุม วะนัมนะอ์กุม มินัลมุอ์มินีน ฟัลลอฮุ ยะห์กุมุ บัยนะกุม เยามัลกิยามะฮ์ วะลัน ยัจญอะลัลลอฮุ ลิลกาฟิรีนะ อะลัลมุอ์มินีนะ สะบีลา บรรดาผู้ที่คอยเฝ้าดู (ความเปลี่ยนแปลง) ของพวกเจ้า หากพวกเจ้าได้รับชัยชนะจากอัลลอฮ์ พวกเขาก็กล่าวว่า ‘พวกเรามิได้ร่วมอยู่กับพวกท่านดอกหรือ’ และหากพวกปฏิเสธได้ส่วน (ชัยชนะบางส่วน) พวกเขาก็กล่าว (แก่พวกปฏิเสธ) ว่า ‘พวกเรามิได้ครอบครองเหนือพวกท่าน (เอาชนะได้) และปกป้องพวกท่านจากบรรดาผู้ศรัทธาดอกหรือ’ ดังนั้น อัลลอฮ์จะทรงตัดสินระหว่างพวกเจ้าในวันกิยามะฮ์ และอัลลอฮ์จะไม่ทรงเปิดทางให้แก่บรรดาผู้ปฏิเสธเหนือบรรดาผู้ศรัทธาเลย

อายะฮ์ 139: เปิดโปงมุนาฟิกที่ ยึดผู้ปฏิเสธเป็นมิตร (วะลี) แทนผู้ศรัทธา โดยหวังจะได้ “อิซซะฮ์” (เกียรติ อำนาจ ความปลอดภัย) จากพวกเขา · อัลลอฮ์ตอบว่า “แท้จริงเกียรติทั้งหมดเป็นของอัลลอฮ์” — ผู้ที่แสวงหาเกียรติจากที่อื่นย่อมได้แต่ความอัปยศ (ดู อัลมุนาฟิกูน 63:8: “เกียรติเป็นของอัลลอฮ์ รอซูล และผู้ศรัทธา”)

อายะฮ์ 140: วางบทบัญญัติ การคบหา — เมื่อได้ยินอายะฮ์ของอัลลอฮ์ถูก ปฏิเสธและเยาะเย้ย ก็ ห้ามนั่งร่วมวง จนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนเรื่อง มิเช่นนั้น “พวกเจ้าก็เป็นเช่นพวกเขา (ในบาป)” · เพราะการนั่งฟังโดยไม่คัดค้านหรือลุกหนีคือการยอมรับ

อายะฮ์ 141: เปิดโปง ธาตุแท้สองหน้า ของมุนาฟิก — เมื่อมุสลิมชนะก็รีบเข้าข้าง “เราอยู่กับพวกท่านมิใช่หรือ” เมื่อผู้ปฏิเสธได้เปรียบก็หันไปข้างนั้น “เราปกป้องพวกท่านจากมุสลิมมิใช่หรือ” · แต่อัลลอฮ์จะทรงตัดสินในวันกิยามะฮ์ และทรงยืนยันว่า “จะไม่ทรงเปิดทางให้ผู้ปฏิเสธมีอำนาจเหนือผู้ศรัทธา” (ในบั้นปลาย ชัยชนะสูงสุดเป็นของผู้ยำเกรง — และนักวิชาการใช้อายะฮ์นี้เป็นหลักฐานห้ามให้อำนาจกาฟิรเหนือมุสลิม)

หะดิษ ที่ 47 — ผู้ที่ชั่วที่สุดคือคนสองหน้า
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«تجِدونَ من شرِّ الناسِ يومَ القيامةِ عند الله ذا الوجهينِ، الذي يأتي هؤلاء بوجهٍ وهؤلاء بوجهٍ».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «พวกท่านจะพบว่าผู้ที่ชั่วร้ายที่สุดในหมู่ผู้คน ณ อัลลอฮ์ในวันกิยามะฮ์ คือคนสองหน้า ผู้ที่มาหาคนกลุ่มนี้ด้วยหน้าหนึ่ง และมาหาคนอีกกลุ่มด้วยอีกหน้าหนึ่ง»

📎 ศอหีห์บุคอรี #6058 · ศอหีห์มุสลิม #2526 (จากอบูฮุร็อยเราะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #6058 · มุสลิม #2526 ตรวจสอบ ↗