ซูเราะฮ์อันนิสาอ์
النساء
ตอนที่ 31 · อายะฮ์ 153–159 · ความผิดของบนีอิสรออีล · ความจริงเรื่องอีซา (มิได้ถูกฆ่าหรือตรึงกางเขน)
ส่วนที่ 77 อายะฮ์ 153–154 : ชาวคัมภีร์ขอคัมภีร์จากฟ้า และประวัติการฝ่าฝืนของบนีอิสรออีล
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 153–154
- يَسْأَلُكَ أَهْلُ الْكِتَابِ أَن تُنَزِّلَ عَلَيْهِمْ كِتَابًا مِّنَ السَّمَاءِ فَقَدْ سَأَلُوا مُوسَىٰ أَكْبَرَ مِن ذَٰلِكَ فَقَالُوا أَرِنَا اللَّهَ جَهْرَةً فَأَخَذَتْهُمُ الصَّاعِقَةُ بِظُلْمِهِمْ ثُمَّ اتَّخَذُوا الْعِجْلَ مِن بَعْدِ مَا جَاءَتْهُمُ الْبَيِّنَاتُ فَعَفَوْنَا عَن ذَٰلِكَ وَآتَيْنَا مُوسَىٰ سُلْطَانًا مُّبِينًا ยัสอะลุกะ อะฮ์ลุลกิตาบิ อัน ตุนัซซิละ อะลัยฮิม กิตาบัน มินัสสะมาอ์ ฟะก็อด สะอะลู มูสา อักบะเราะ มิน ซาลิก ฟะกอลู อะรินัลลอฮะ ญะฮ์เราะฮ์ ฟะอะเคาะซัตฮุมุศเศาะอิเกาะตุ บิซุลมิฮิม ษุมมัตตะเคาะซุลอิจญละ มิน บะอ์ดิ มา ญาอัตฮุมุลบัยยินาต ฟะอะเฟานา อัน ซาลิก วะอาตัยนา มูสา สุลฏอนัน มุบีนา บรรดาชาวคัมภีร์ (ยิว) ขอต่อเจ้าให้เจ้านำคัมภีร์เล่มหนึ่งจากฟากฟ้าลงมาแก่พวกเขา แท้จริงพวกเขาได้เคยขอต่อมูซา (สิ่งที่) ใหญ่กว่านั้นเสียอีก โดยพวกเขากล่าวว่า ‘จงให้พวกเราเห็นอัลลอฮ์อย่างเปิดเผย’ ดังนั้น สายฟ้าจึงคร่าชีวิตพวกเขาเพราะความอธรรมของพวกเขา แล้วพวกเขาก็ยึดถือลูกวัว (เป็นที่บูชา) หลังจากที่หลักฐานอันชัดแจ้งได้มายังพวกเขาแล้ว แต่เราก็ได้อภัยในเรื่องนั้น และเราได้ให้อำนาจ (หลักฐาน) อันชัดแจ้งแก่มูซา
- وَرَفَعْنَا فَوْقَهُمُ الطُّورَ بِمِيثَاقِهِمْ وَقُلْنَا لَهُمُ ادْخُلُوا الْبَابَ سُجَّدًا وَقُلْنَا لَهُمْ لَا تَعْدُوا فِي السَّبْتِ وَأَخَذْنَا مِنْهُم مِّيثَاقًا غَلِيظًا วะเราะฟะอ์นา เฟากะฮุมุฏฏูเราะ บิมีษากิฮิม วะกุลนา ละฮุมุดคุลุลบาบะ สุจญะดา วะกุลนา ละฮุม ลา ตะอ์ดู ฟิสสับต์ วะอะค็อซนา มินฮุม มีษาก็อน เฆาะลีซา และเราได้ยกภูเขาฏูรขึ้นเหนือพวกเขา เพื่อ (ให้ยึดมั่นใน) พันธสัญญาของพวกเขา และเราได้กล่าวแก่พวกเขาว่า ‘จงเข้าประตู (เมือง) ไปโดยสภาพผู้สุญูด (ก้มคารวะ)’ และเราได้กล่าวแก่พวกเขาว่า ‘จงอย่าละเมิดในวันสับบาโต (วันเสาร์)’ และเราได้เอาจากพวกเขาซึ่งพันธสัญญาอันหนักแน่น
พวกยิวขอให้ท่านนบี ﷺ นำคัมภีร์ทั้งเล่มลงมาจากฟ้าต่อหน้าพวกเขา (ดังเตารอต) — แต่นี่เป็นเพียงการ ก่อกวนและดื้อดึง (ตะอันนุต) มิใช่การขอเพื่อศรัทธาจริง · อัลลอฮ์ทรงชี้ว่าบรรพบุรุษของพวกเขาเคยขอสิ่งที่ ใหญ่กว่านั้น คือ “จงให้เราเห็นอัลลอฮ์อย่างเปิดเผย” จนถูกสายฟ้าคร่าชีวิต แล้วยังหันไปบูชา ลูกวัว ทั้งที่เห็นหลักฐานมากมาย
อายะฮ์ 154 ทวนความโปรดปรานและพันธสัญญาที่อัลลอฮ์ทรงมีต่อพวกเขา: ยกภูเขาฏูร ขึ้นเหนือหัวให้ยอมรับเตารอต · สั่งให้ เข้าประตูเมืองโดยก้มคารวะ · สั่ง ห้ามละเมิดวันสับบาโต · และเอา พันธสัญญาอันหนักแน่น (มีษากอน เฆาะลีซา) จากพวกเขา (รายละเอียดอยู่ในซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์และอัลอะอ์รอฟ)
ส่วนที่ 78 อายะฮ์ 155–158 : บทลงโทษเพราะความผิดของพวกเขา และความจริงเรื่องอีซา
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 155–158
- فَبِمَا نَقْضِهِم مِّيثَاقَهُمْ وَكُفْرِهِم بِآيَاتِ اللَّهِ وَقَتْلِهِمُ الْأَنبِيَاءَ بِغَيْرِ حَقٍّ وَقَوْلِهِمْ قُلُوبُنَا غُلْفٌ بَلْ طَبَعَ اللَّهُ عَلَيْهَا بِكُفْرِهِمْ فَلَا يُؤْمِنُونَ إِلَّا قَلِيلًا ฟะบิมา นักฎิฮิม มีษาเกาะฮุม วะกุฟริฮิม บิอายาติลลาฮิ วะก็อตลิฮิมุลอัมบิยาอะ บิฆ็อยริ หักกิน วะก็อวลิฮิม กุลูบุนา ฆุลฟุน บัล เฏาะบะอัลลอฮุ อะลัยฮา บิกุฟริฮิม ฟะลา ยุอ์มินูนะ อิลลา เกาะลีลา ดังนั้น (เราจึงสาปแช่งพวกเขา) เพราะการที่พวกเขาผิดพันธสัญญาของพวกเขา และการที่พวกเขาปฏิเสธโองการทั้งหลายของอัลลอฮ์ และการที่พวกเขาฆ่าบรรดานบีโดยปราศจากความชอบธรรม และการที่พวกเขากล่าวว่า ‘หัวใจของเราถูกหุ้มห่อไว้แล้ว’ — หามิได้ อัลลอฮ์ต่างหากที่ทรงประทับตราบนหัวใจของพวกเขา เพราะการปฏิเสธของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ศรัทธา เว้นแต่เพียงเล็กน้อย
- وَبِكُفْرِهِمْ وَقَوْلِهِمْ عَلَىٰ مَرْيَمَ بُهْتَانًا عَظِيمًا วะบิกุฟริฮิม วะก็อวลิฮิม อะลา มัรยะมะ บุห์ตานัน อะซีมา และเพราะการปฏิเสธของพวกเขา และการที่พวกเขากล่าวร้ายมัรยัมด้วยการใส่ความอันใหญ่หลวง (กล่าวหาว่านางทำซินา)
- وَقَوْلِهِمْ إِنَّا قَتَلْنَا الْمَسِيحَ عِيسَى ابْنَ مَرْيَمَ رَسُولَ اللَّهِ وَمَا قَتَلُوهُ وَمَا صَلَبُوهُ وَلَٰكِن شُبِّهَ لَهُمْ وَإِنَّ الَّذِينَ اخْتَلَفُوا فِيهِ لَفِي شَكٍّ مِّنْهُ مَا لَهُم بِهِ مِنْ عِلْمٍ إِلَّا اتِّبَاعَ الظَّنِّ وَمَا قَتَلُوهُ يَقِينًا วะก็อวลิฮิม อินนา เกาะตัลนัลมะสีหะ อีสับนะ มัรยะมะ เราะสูลัลลอฮ์ วะมา เกาะตะลูฮุ วะมา เศาะละบูฮุ วะลากิน ชุบบิฮะ ละฮุม วะอินนัลละซีนัคตะละฟู ฟีฮิ ละฟี ชักกิน มินฮ์ มา ละฮุม บิฮี มิน อิลมิน อิลลัตติบาอัซซ็อนน์ วะมา เกาะตะลูฮุ ยะกีนา และการที่พวกเขากล่าวว่า ‘แท้จริงพวกเราได้ฆ่าอัลมะสีห์ อีซา บุตรของมัรยัม รอซูลของอัลลอฮ์แล้ว’ — ทั้งที่พวกเขาหาได้ฆ่าเขาไม่ และหาได้ตรึงเขาบนไม้กางเขนไม่ แต่ทว่าได้มีผู้ถูกทำให้คล้ายเขาแก่พวกเขา (พวกเขาจึงเข้าใจผิด) และแท้จริงบรรดาผู้ที่ขัดแย้งกันในเรื่องของเขานั้นย่อมอยู่ในความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนั้น พวกเขาหามีความรู้ใดๆ ในเรื่องนั้นไม่ นอกจากการคาดเดาเท่านั้น และพวกเขาหาได้ฆ่าเขาอย่างแน่แท้ไม่
- بَل رَّفَعَهُ اللَّهُ إِلَيْهِ وَكَانَ اللَّهُ عَزِيزًا حَكِيمًا บัล เราะฟะอะฮุลลอฮุ อิลัยฮ์ วะกานัลลอฮุ อะซีซัน หะกีมา หามิได้ อัลลอฮ์ต่างหากที่ทรงยกเขา (อีซา) ขึ้นไปสู่พระองค์ และอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ
อัลลอฮ์ทรงร่ายรายการ ความผิดของยิว ที่ทำให้พวกเขาถูกสาปแช่ง:
- ผิดพันธสัญญา ที่ให้ไว้
- ปฏิเสธโองการ และหลักฐานที่เห็นกับตา
- ฆ่าบรรดานบี อย่างอยุติธรรม (พวกเขาฆ่านบีไปหลายท่าน)
- อ้างว่า “หัวใจของเราถูกหุ้มห่อ” (ไม่รับสิ่งที่ท่านนบีเรียกร้อง) — อัลลอฮ์ตอบว่า แท้จริงพระองค์ประทับตราบนหัวใจพวกเขาเพราะการปฏิเสธ
- กล่าวร้ายมัรยัม ด้วยการใส่ความอันใหญ่หลวง (กล่าวหาว่านางทำซินา — ทั้งที่นางบริสุทธิ์)
- โอ้อวดว่า “เราฆ่าอัลมะสีห์ อีซา รอซูลของอัลลอฮ์” (กล่าวเชิงเยาะเย้ย)
หัวใจของช่วงนี้ (อายะฮ์ 157–158) — ความจริงที่อัลลอฮ์ทรงเปิดเผย:
- “วะมา เกาะตะลูฮุ วะมา เศาะละบูฮุ” — พวกเขาหาได้ฆ่าอีซาไม่ และหาได้ตรึงกางเขนไม่
- “วะลากิน ชุบบิฮะ ละฮุม” — แต่ได้มีผู้ถูกทำให้ดูคล้ายอีซาแก่พวกเขา พวกเขาจึงจับคนนั้นไปฆ่าและตรึง โดยเข้าใจผิดว่าเป็นอีซา
- ผู้ที่ขัดแย้งกันในเรื่องนี้ (ทั้งยิวที่อ้างว่าฆ่า และคริสต์บางกลุ่มที่หลงเชื่อ) ล้วน อยู่ในความสงสัย ไม่มีความรู้ เพียงคาดเดา
- “บัล เราะฟะอะฮุลลอฮุ อิลัยฮ์” — หามิได้ อัลลอฮ์ทรงยกอีซาขึ้นสู่พระองค์ (ทั้งร่างและวิญญาณ ท่านยังมีชีวิตอยู่)
อายะฮ์ 159 : ชาวคัมภีร์ทุกคนจะศรัทธาต่ออีซาก่อนที่เขาจะเสียชีวิต
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 159
- وَإِن مِّنْ أَهْلِ الْكِتَابِ إِلَّا لَيُؤْمِنَنَّ بِهِ قَبْلَ مَوْتِهِ وَيَوْمَ الْقِيَامَةِ يَكُونُ عَلَيْهِمْ شَهِيدًا วะอิน มิน อะฮ์ลิลกิตาบิ อิลลา ละยุอ์มินันนะ บิฮี ก็อบละ เมาติฮ์ วะเยามัลกิยามะติ ยะกูนุ อะลัยฮิม ชะฮีดา และไม่มีผู้ใดจากชาวคัมภีร์ นอกจากแน่นอนเขาจะต้องศรัทธาต่ออีซาก่อนที่เขา (อีซา) จะเสียชีวิต (เมื่ออีซาลงมาในช่วงปลายยุค) และในวันกิยามะฮ์ เขา (อีซา) จะเป็นพยานยืนยันต่อพวกเขา
อายะฮ์นี้ยืนยันว่าอีซา ยังมีชีวิตอยู่และจะลงมายังโลกก่อนวันกิยามะฮ์ — เมื่อนั้น ชาวคัมภีร์ทุกคนจะศรัทธาต่อท่าน “ก่อนที่ท่าน (อีซา) จะเสียชีวิต” (คือก่อนอีซาสิ้นชีวิตหลังจากลงมา ตามทัศนะที่อิบนุญะรีรและอิบนุกะษีรเลือก โดยมีหะดีษมุตะวาติรสนับสนุน) · ในวันกิยามะฮ์ อีซาจะเป็น พยาน ต่อการงานของพวกเขา · เรื่องการลงมาของอีซาจึงเป็นการหักล้างทั้งฝ่ายยิว (ที่อ้างว่าฆ่าท่าน) และคริสต์ (ที่ยกท่านเกินฐานะนบีไปเป็นพระเจ้า)
ต้นฉบับอาหรับ
«والذي نفسي بيده، لَيُوشِكَنَّ أن ينزِلَ فيكم ابنُ مريمَ حَكَمًا عَدْلًا، فيكسِرَ الصليبَ، ويقتلَ الخنزيرَ، ويضعَ الجِزْيةَ، ويفيضَ المالُ حتى لا يقبلَه أحدٌ». ثم يقول أبو هريرة: اقرؤوا إن شئتم: ﴿وَإِنْ مِنْ أَهْلِ الْكِتَابِ إِلَّا لَيُؤْمِنَنَّ بِهِ قَبْلَ مَوْتِهِ﴾.
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «ขอสาบานด้วยผู้ที่ชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ใกล้แล้วที่บุตรของมัรยัมจะลงมาในหมู่พวกท่านในฐานะผู้ปกครองที่เที่ยงธรรม เขาจะทำลายไม้กางเขน ฆ่าสุกร ยกเลิกญิซยะฮ์ (รับเฉพาะอิสลาม) และทรัพย์สินจะล้นเหลือจนไม่มีใครรับ» แล้วอบูฮุร็อยเราะฮ์กล่าวว่า “จงอ่านเถิดหากพวกท่านประสงค์: ‘และไม่มีผู้ใดจากชาวคัมภีร์ นอกจากเขาจะต้องศรัทธาต่ออีซาก่อนที่เขาจะเสียชีวิต’”