ซูเราะฮ์อันนิสาอ์
النساء
ตอนที่ 10 · อายะฮ์ 49–57 · การอวดอ้างความบริสุทธิ์ · ญิบต์และฏอฆูต · ไฟนรกและสวนสวรรค์
ส่วนที่ 41 อายะฮ์ 49–51 : การอวดอ้างความบริสุทธิ์ และการศรัทธาในญิบต์และฏอฆูต
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 49–51
- أَلَمْ تَرَ إِلَى الَّذِينَ يُزَكُّونَ أَنفُسَهُم بَلِ اللَّهُ يُزَكِّي مَن يَشَاءُ وَلَا يُظْلَمُونَ فَتِيلًا อะลัม ตะเราะ อิลัลละซีนะ ยุซักกูนะ อันฟุสะฮุม บะลิลลาฮุ ยุซักกี มัน ยะชาอ์ วะลา ยุซละมูนะ ฟะตีลา เจ้ามิได้เห็นดอกหรือ บรรดาผู้ที่ยกย่องตัวเองว่าบริสุทธิ์? หามิได้ อัลลอฮ์ต่างหากที่ทรงชำระให้บริสุทธิ์แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และพวกเขาจะไม่ถูกอธรรมแม้เท่าเส้นใยในเมล็ดอินทผลัม
- انظُرْ كَيْفَ يَفْتَرُونَ عَلَى اللَّهِ الْكَذِبَ وَكَفَىٰ بِهِ إِثْمًا مُّبِينًا อุนซุร กัยฟะ ยัฟตะรูนะ อะลัลลอฮิลกะซิบ วะกะฟา บิฮี อิษมัน มุบีนา จงดูเถิดว่าพวกเขากุความเท็จต่ออัลลอฮ์อย่างไร และเพียงพอแล้วที่มัน (การกุความเท็จ) เป็นบาปอันชัดแจ้ง
- أَلَمْ تَرَ إِلَى الَّذِينَ أُوتُوا نَصِيبًا مِّنَ الْكِتَابِ يُؤْمِنُونَ بِالْجِبْتِ وَالطَّاغُوتِ وَيَقُولُونَ لِلَّذِينَ كَفَرُوا هَٰؤُلَاءِ أَهْدَىٰ مِنَ الَّذِينَ آمَنُوا سَبِيلًا อะลัม ตะเราะ อิลัลละซีนะ อูตู นะศีบัน มินัลกิตาบิ ยุอ์มินูนะ บิลญิบติ วัฏฏอฆูติ วะยะกูลูนะ ลิลละซีนะ กะฟะรู ฮาอุลาอิ อะฮ์ดา มินัลละซีนะ อามะนู สะบีลา เจ้ามิได้เห็นดอกหรือ บรรดาผู้ที่ได้รับส่วนหนึ่งจากคัมภีร์ พวกเขากลับศรัทธาในญิบต์ (ไสยศาสตร์/เจว็ด) และฏอฆูต (ชัยฏอน/สิ่งที่ถูกเคารพนอกจากอัลลอฮ์) และกล่าวแก่บรรดาผู้ปฏิเสธว่า ‘คนเหล่านี้ (มุชริก) อยู่ในทางที่ถูกต้องยิ่งกว่าบรรดาผู้ศรัทธา’
“ยุซักกูนะ อันฟุสะฮุม” (ยกย่องตัวเองว่าบริสุทธิ์) — ยะฮูดและนะศอรอที่อ้างว่า “เราเป็นบุตรของอัลลอฮ์และเป็นที่รักของพระองค์” และว่าลูกหลานของตนไม่มีบาป · อัลลอฮ์หักล้าง: “บะลิลลาฮุ ยุซักกี มัน ยะชาอ์” (อัลลอฮ์ต่างหากที่ชำระผู้ที่พระองค์ประสงค์) เพราะพระองค์ทรงรู้ความจริงในใจ · อายะฮ์นี้ยัง ตำหนิการอวดตัวและการยกยอ — ท่านนบี ﷺ กล่าวแก่ผู้ที่ยกยอผู้อื่นต่อหน้าว่า “ท่านได้ตัดคอเพื่อนของท่านแล้ว” และให้ “อย่ายกย่องผู้ใดเหนืออัลลอฮ์”
การศรัทธาในญิบต์และฏอฆูต (อายะฮ์ 51): สาเหตุการประทาน — หุยัยย์ อิบนุอัคฏ็อบและกะอ์บ อิบนุลอัชร็อฟ (หัวหน้ายะฮูด) ไปหากุร็อยช์ที่มักกะฮ์ เมื่อถูกถามว่า “ระหว่างพวกเราหรือมุหัมมัด ใครนำทางถูกกว่า?” พวกเขาตอบ “พวกท่าน (มุชริก) นำทางถูกกว่า” ทั้งที่ตนเป็นชาวคัมภีร์! · “ญิบต์” อุมัรอธิบายว่าคือ ไสยศาสตร์ (บ้างว่าเจว็ด/หมอผี) · “ฏอฆูต” คือ ชัยฏอนหรือสิ่งที่ถูกเคารพนอกจากอัลลอฮ์ · การที่พวกเขายกย่องมุชริกเหนือผู้ศรัทธาสะท้อนความริษยาและการหมดสิ้นศรัทธา
ต้นฉบับอาหรับ
سمِع النبيُّ ﷺ رجلًا يُثني على رجلٍ، فقال: «ويحَك، قطعتَ عُنُقَ صاحبِك» ثلاثًا، ثم قال: «مَن كان منكم مادحًا أخاه لا محالةَ فليقُلْ: أحسِبُه كذا… ولا يُزكِّي على اللهِ أحدًا».
ท่านนบี ﷺ ได้ยินชายคนหนึ่งยกยอชายอีกคนหนึ่ง จึงกล่าวว่า «วิบัติแก่ท่าน ท่านได้ตัดคอเพื่อนของท่านแล้ว» (สามครั้ง) แล้วกล่าวว่า «ผู้ใดในหมู่พวกท่านจำเป็นต้องชม (สรรเสริญ) พี่น้องของตนจริง ๆ ก็จงกล่าวว่า “ฉันคิดว่าเขาเป็นเช่นนั้น (โดยไม่ยืนยัน)”… และอย่ายกย่องผู้ใดเหนืออัลลอฮ์»
ส่วนที่ 43 อายะฮ์ 52–55 : ผู้ถูกสาปแช่ง และความริษยาต่อวงศ์วานอิบรอฮีม
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 52–55
- أُولَٰئِكَ الَّذِينَ لَعَنَهُمُ اللَّهُ وَمَن يَلْعَنِ اللَّهُ فَلَن تَجِدَ لَهُ نَصِيرًا อุลาอิกัลละซีนะ ละอะนะฮุมุลลอฮ์ วะมัน ยัลอะนิลลาฮุ ฟะลัน ตะญิดะ ละฮู นะศีรา ชนเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ทรงสาปแช่ง และผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงสาปแช่ง เจ้าจะไม่พบผู้ช่วยเหลือใด ๆ แก่เขาเลย
- أَمْ لَهُمْ نَصِيبٌ مِّنَ الْمُلْكِ فَإِذًا لَّا يُؤْتُونَ النَّاسَ نَقِيرًا อัม ละฮุม นะศีบุน มินัลมุลก์ ฟะอิซัน ลา ยุอ์ตูนันนาสะ นะกีรา หรือว่าพวกเขามีส่วนแบ่งในอำนาจการปกครอง? (หากมี) ถ้าเช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่ให้สิ่งใดแก่ผู้คนแม้เท่าจุดเล็ก ๆ บนเมล็ดอินทผลัม (เพราะความตระหนี่)
- أَمْ يَحْسُدُونَ النَّاسَ عَلَىٰ مَا آتَاهُمُ اللَّهُ مِن فَضْلِهِ فَقَدْ آتَيْنَا آلَ إِبْرَاهِيمَ الْكِتَابَ وَالْحِكْمَةَ وَآتَيْنَاهُم مُّلْكًا عَظِيمًا อัม ยะห์สุดูนันนาสะ อะลา มา อาตาฮุมุลลอฮุ มิน ฟัฎลิฮ์ ฟะก็อด อาตัยนา อาละ อิบรอฮีมัลกิตาบะ วัลหิกมะตะ วะอาตัยนาฮุม มุลกัน อะซีมา หรือว่าพวกเขาริษยาผู้คน (คือท่านนบี) ในสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานแก่เขาจากความโปรดปรานของพระองค์? แน่นอน เราได้ประทานคัมภีร์และวิทยปัญญาแก่วงศ์วานอิบรอฮีม และได้ประทานอำนาจการปกครองอันใหญ่หลวงแก่พวกเขา
- فَمِنْهُم مَّنْ آمَنَ بِهِ وَمِنْهُم مَّن صَدَّ عَنْهُ وَكَفَىٰ بِجَهَنَّمَ سَعِيرًا ฟะมินฮุม มัน อามะนะ บิฮี วะมินฮุม มัน ศ็อดดะ อันฮ์ วะกะฟา บิญะฮันนะมะ สะอีรา แล้วในหมู่พวกเขามีผู้ที่ศรัทธาต่อเขา (นบี/สิ่งที่ประทาน) และในหมู่พวกเขามีผู้ที่ผินหลังจากเขา และเพียงพอแล้วที่ญะฮันนัมเป็นเปลวเพลิงอันร้อนแรง
“อุลาอิกัลละซีนะ ละอะนะฮุมุลลอฮ์” — พวกเขาถูกอัลลอฮ์สาปแช่ง ไม่มีผู้ช่วยเหลือ (พวกเขาไปขอความช่วยเหลือจากมุชริกในสงครามอะห์ซาบ แต่อัลลอฮ์ทรงคุ้มครองผู้ศรัทธา) · “อัม ละฮุม นะศีบุน มินัลมุลก์” — พวกเขามีส่วนในอำนาจกระนั้นหรือ? หากมี พวกเขาจะตระหนี่จนไม่ให้ผู้อื่นแม้เท่า “นะกีร” (จุดเล็กบนเมล็ดอินทผลัม)
“อัม ยะห์สุดูนันนาสะ อะลา มา อาตาฮุมุลลอฮุ มิน ฟัฎลิฮ์” — แก่นแท้ของเรื่อง: พวกเขาริษยาท่านนบี ﷺ ในนุบูวะฮ์ที่อัลลอฮ์ประทาน เพราะท่านเป็นชาวอาหรับมิใช่บนีอิสรออีล · อัลลอฮ์ตอบว่า “ฟะก็อด อาตัยนา อาละ อิบรอฮีมัลกิตาบะ วัลหิกมะตะ วะอาตัยนาฮุม มุลกัน อะซีมา” — พระองค์เคยประทานคัมภีร์ วิทยปัญญา และอำนาจแก่วงศ์วานอิบรอฮีมมาแล้ว (แสดงว่าการเลือกเป็นสิทธิ์ของพระองค์) · และแม้ในหมู่พวกเขาเองก็ บ้างศรัทธา บ้างผินหลัง
อายะฮ์ 56–57 : บทลงโทษด้วยไฟ และการตอบแทนด้วยสวนสวรรค์
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 56–57
- إِنَّ الَّذِينَ كَفَرُوا بِآيَاتِنَا سَوْفَ نُصْلِيهِمْ نَارًا كُلَّمَا نَضِجَتْ جُلُودُهُم بَدَّلْنَاهُمْ جُلُودًا غَيْرَهَا لِيَذُوقُوا الْعَذَابَ إِنَّ اللَّهَ كَانَ عَزِيزًا حَكِيمًا อินนัลละซีนะ กะฟะรู บิอายาตินา เซาฟะ นุศลีฮิม นารา กุลละมา นะฎิญัต ญุลูดุฮุม บัดดัลนาฮุม ญุลูดัน ฆ็อยเราะฮา ลิยะซูกุลอะซาบ อินนัลลอฮะ กานะ อะซีซัน หะกีมา แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธต่อบรรดาโองการของเรา เราจะให้พวกเขาเข้าไฟนรก ทุกครั้งที่หนังของพวกเขาสุก (ไหม้เกรียม) เราก็จะเปลี่ยนหนังอื่นให้แก่พวกเขา เพื่อให้พวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษ (ต่อไป) แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ
- وَالَّذِينَ آمَنُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ سَنُدْخِلُهُمْ جَنَّاتٍ تَجْرِي مِن تَحْتِهَا الْأَنْهَارُ خَالِدِينَ فِيهَا أَبَدًا لَّهُمْ فِيهَا أَزْوَاجٌ مُّطَهَّرَةٌ وَنُدْخِلُهُمْ ظِلًّا ظَلِيلًا วัลละซีนะ อามะนู วะอะมิลุศศอลิหาติ สะนุดคิลุฮุม ญันนาติน ตัจญรี มิน ตะห์ติฮัลอันฮาร คอลิดีนะ ฟีฮา อะบะดา ละฮุม ฟีฮา อัซวาญุน มุฏ็อฮฮะเราะฮ์ วะนุดคิลุฮุม ซิลลัน ซะลีลา และบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย เราจะให้พวกเขาเข้าบรรดาสวนสวรรค์ที่มีลำน้ำหลายสายไหลผ่านเบื้องล่าง โดยพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล สำหรับพวกเขาในนั้นมีคู่ครองที่บริสุทธิ์ และเราจะให้พวกเขาเข้าสู่ร่มเงาอันร่มรื่น
อัลลอฮ์ทรงเปรียบเทียบสองบั้นปลาย: บทลงโทษของผู้ปฏิเสธ — “กุลละมา นะฎิญัต ญุลูดุฮุม บัดดัลนาฮุม ญุลูดัน ฆ็อยเราะฮา” — ทุกครั้งที่หนังไหม้เกรียม อัลลอฮ์จะเปลี่ยนหนังใหม่ให้ เพื่อให้ลิ้มรสการลงโทษอย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด (อุมัรและมุอาซกล่าวว่าหนังถูกเปลี่ยนถึง ๑๒๐ ครั้งในหนึ่งชั่วโมง) · ตรงข้ามกับ การตอบแทนของผู้ศรัทธา — สวนสวรรค์นิรันดร์ · “อัซวาญุน มุฏ็อฮฮะเราะฮ์” (คู่ครองที่บริสุทธิ์) จากมลทินและความบกพร่องทั้งปวง · และ “ซิลลัน ซะลีลา” (ร่มเงาอันร่มรื่น เย็นสบาย)
ต้นฉบับอาหรับ
«إنَّ في الجنَّةِ لَشجرةً يسيرُ الراكبُ في ظلِّها مائةَ عامٍ لا يقطعُها».
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «แท้จริงในสวรรค์มีต้นไม้ต้นหนึ่งที่ผู้ขี่ม้าเดินในร่มเงาของมันถึงร้อยปีก็ยังไม่พ้นมัน»