← ดัชนีซูเราะฮ์
4

ซูเราะฮ์อันนิสาอ์

النساء

ตอนที่ 7 · อายะฮ์ 36–42 · เคารพอัลลอฮ์และทำดีต่อผู้อื่น · ตระหนี่และโอ้อวด · การเป็นพยานในวันกิยามะฮ์

  • บทที่ 4
  • 176 อายะฮ์
  • มะดะนียะฮ์
  • กำลังตรวจ
📖 อ่านต้นฉบับอาหรับ (ฉบับซามี)
เรียบเรียง

ส่วนที่ 31 อายะฮ์ 36 : เคารพอัลลอฮ์และทำดีต่อผู้คนรอบข้าง

4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 36
  1. وَاعْبُدُوا اللَّهَ وَلَا تُشْرِكُوا بِهِ شَيْئًا وَبِالْوَالِدَيْنِ إِحْسَانًا وَبِذِي الْقُرْبَىٰ وَالْيَتَامَىٰ وَالْمَسَاكِينِ وَالْجَارِ ذِي الْقُرْبَىٰ وَالْجَارِ الْجُنُبِ وَالصَّاحِبِ بِالْجَنبِ وَابْنِ السَّبِيلِ وَمَا مَلَكَتْ أَيْمَانُكُمْ إِنَّ اللَّهَ لَا يُحِبُّ مَن كَانَ مُخْتَالًا فَخُورًا วะอ์บุดุลลอฮะ วะลา ตุชริกู บิฮี ชัยอา วะบิลวาลิดัยนิ อิห์สานา วะบิซิลกุรฺบา วัลยะตามา วัลมะสากีนิ วัลญาริ ซิลกุรฺบา วัลญาริลญุนุบิ วัศศอหิบิ บิลญัมบิ วับนิสสะบีลิ วะมา มะละกัต อัยมานุกุม อินนัลลอฮะ ลา ยุหิบบุ มัน กานะ มุคตาลัน ฟะคูรา และจงเคารพภักดีอัลลอฮ์ และจงอย่าตั้งภาคีสิ่งใดกับพระองค์ และจงทำดีต่อบิดามารดา ต่อญาติใกล้ชิด เด็กกำพร้า คนยากจน เพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด (เป็นญาติ) เพื่อนบ้านที่ห่างไกล (มิใช่ญาติ) เพื่อนที่อยู่เคียงข้าง (คู่ครอง/เพื่อนร่วมทาง) ผู้เดินทาง (แขก) และผู้ที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครอง (ทาส) แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงรักผู้ที่หยิ่งผยองโอ้อวด

อายะฮ์นี้เริ่มด้วยสิทธิสูงสุด: “วะอ์บุดุลลอฮะ วะลา ตุชริกู บิฮี ชัยอา” (จงเคารพอัลลอฮ์และไม่ตั้งภาคีสิ่งใด) — ดังหะดีษที่ท่านนบี ﷺ กล่าวแก่มุอาซว่า สิทธิของอัลลอฮ์เหนือบ่าวคือให้เคารพพระองค์โดยไม่ตั้งภาคี · แล้วไล่เรียง สิทธิของผู้คนรอบข้างตามลำดับ:

  • บิดามารดา — อัลลอฮ์มักผูก “การเคารพพระองค์” กับ “การทำดีต่อบิดามารดา” เสมอ
  • ญาติ · เด็กกำพร้า · คนยากจน — ผู้ที่ต้องได้รับการดูแล
  • เพื่อนบ้านที่เป็นญาติ · เพื่อนบ้านที่มิใช่ญาติ — สิทธิเพื่อนบ้านที่ญิบรีลกำชับจนท่านนบี ﷺ คิดว่าจะให้เพื่อนบ้านรับมรดกด้วย
  • เพื่อนเคียงข้าง (คู่ครองหรือเพื่อนร่วมทาง) · ผู้เดินทาง (แขก) · และทาส

ปิดด้วย “อินนัลลอฮะ ลา ยุหิบบุ มัน กานะ มุคตาลัน ฟะคูรา” (อัลลอฮ์ไม่รักผู้หยิ่งผยองโอ้อวด) — เพราะรากของการไม่ทำดีต่อผู้อื่นคือความหยิ่งและการดูถูกคน

หะดิษ ที่ 16 — ญิบรีลกำชับเรื่องเพื่อนบ้านจนคิดว่าจะให้รับมรดก
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«ما زال جبريلُ يُوصيني بالجارِ حتى ظننتُ أنه سيُورِّثُه».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «ญิบรีลยังคงกำชับฉันเรื่องเพื่อนบ้านอยู่เรื่อยไป จนฉันคิดว่าเขาจะให้เพื่อนบ้านมีสิทธิ์ในมรดกด้วย»

📎 ศอหีห์บุคอรี #6015 · ศอหีห์มุสลิม #2625 (จากอิบนุอุมัร/อาอิชะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #6015 · มุสลิม #2625 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

ส่วนที่ 33 อายะฮ์ 37–39 : ความตระหนี่และการบริจาคเพื่อโอ้อวด

4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 37–39
  1. الَّذِينَ يَبْخَلُونَ وَيَأْمُرُونَ النَّاسَ بِالْبُخْلِ وَيَكْتُمُونَ مَا آتَاهُمُ اللَّهُ مِن فَضْلِهِ وَأَعْتَدْنَا لِلْكَافِرِينَ عَذَابًا مُّهِينًا อัลละซีนะ ยับเคาะลูนะ วะยะอ์มุรูนันนาสะ บิลบุคลิ วะยักตุมูนะ มา อาตาฮุมุลลอฮุ มิน ฟัฎลิฮ์ วะอะอ์ตัดนา ลิลกาฟิรีนะ อะซาบัน มุฮีนา บรรดาผู้ที่ตระหนี่และใช้ให้ผู้คนตระหนี่ และปกปิดสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานแก่พวกเขาจากความโปรดปรานของพระองค์ และเราได้เตรียมการลงโทษอันน่าอัปยศไว้สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธ (ผู้เนรคุณ)
  2. وَالَّذِينَ يُنفِقُونَ أَمْوَالَهُمْ رِئَاءَ النَّاسِ وَلَا يُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ وَلَا بِالْيَوْمِ الْآخِرِ وَمَن يَكُنِ الشَّيْطَانُ لَهُ قَرِينًا فَسَاءَ قَرِينًا วัลละซีนะ ยุนฟิกูนะ อัมวาละฮุม ริอาอันนาสิ วะลา ยุอ์มินูนะ บิลลาฮิ วะลา บิลเยามิลอาคิร วะมัน ยะกุนิชชัยฏอนุ ละฮู เกาะรีนัน ฟะสาอะ เกาะรีนา และบรรดาผู้ที่บริจาคทรัพย์ของพวกเขาเพื่ออวดอ้างต่อผู้คน และมิได้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก และผู้ใดที่มีชัยฏอนเป็นเพื่อน มันช่างเป็นเพื่อนที่ชั่วช้าเสียนี่กระไร
  3. وَمَاذَا عَلَيْهِمْ لَوْ آمَنُوا بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الْآخِرِ وَأَنفَقُوا مِمَّا رَزَقَهُمُ اللَّهُ وَكَانَ اللَّهُ بِهِمْ عَلِيمًا วะมาซา อะลัยฮิม เลาว์ อามะนู บิลลาฮิ วัลเยามิลอาคิริ วะอันฟะกู มิมมา เราะซะเกาะฮุมุลลอฮ์ วะกานัลลอฮุ บิฮิม อะลีมา และจะเป็นอันตราย (เสียหาย) อันใดแก่พวกเขาเล่า หากพวกเขาศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก และบริจาคจากสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ยิ่งในพวกเขา

อัลลอฮ์ทรงตำหนิ สองประเภทที่ตรงข้ามกันแต่ผิดทั้งคู่:

  • ผู้ตระหนี่ (อายะฮ์ 37): ไม่ยอมใช้จ่ายในสิ่งที่อัลลอฮ์สั่ง (ต่อพ่อแม่ ญาติ ผู้อ่อนแอ) แถม ใช้ให้ผู้อื่นตระหนี่ และ ปกปิดความโปรดปรานของอัลลอฮ์ (ไม่แสดงคุณของนิอ์มะฮ์ = เนรคุณ) · ท่านนบี ﷺ เตือนว่า “จงระวังความตระหนี่ (ชุห์ห์) เพราะมันทำลายคนก่อนพวกท่าน”
  • ผู้บริจาคเพื่อโอ้อวด (ริยาอ์) (อายะฮ์ 38): ให้ทานเพื่อให้คนชม มิใช่เพื่ออัลลอฮ์ และไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก · “วะมัน ยะกุนิชชัยฏอนุ ละฮู เกาะรีนัน ฟะสาอะ เกาะรีนา” — ผู้ที่มีชัยฏอนเป็นเพื่อน (คอยแต่งความชั่วให้ดูดี) ช่างเป็นเพื่อนที่เลวร้าย · ในหะดีษ หนึ่งในสามคนแรกที่ถูกโยนเข้านรกคือ ผู้บริจาคเพื่อริยาอ์ ที่ถูกกล่าวว่า “เจ้าต้องการให้คนเรียกว่าใจกว้าง ก็ได้ถูกเรียกไปแล้ว”

“วะมาซา อะลัยฮิม เลาว์ อามะนู…” (จะเสียหายอะไรเล่าหากพวกเขาศรัทธาและบริจาคอย่างบริสุทธิ์ใจ?) — เป็นคำเชิญชวนอย่างอ่อนโยนสู่ทางที่ถูกต้อง

เรียบเรียง

อายะฮ์ 40–42 : อัลลอฮ์ไม่ทรงอธรรมแม้เท่าธุลี และการเป็นพยานในวันกิยามะฮ์

4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 40–42
  1. إِنَّ اللَّهَ لَا يَظْلِمُ مِثْقَالَ ذَرَّةٍ وَإِن تَكُ حَسَنَةً يُضَاعِفْهَا وَيُؤْتِ مِن لَّدُنْهُ أَجْرًا عَظِيمًا อินนัลลอฮะ ลา ยัซลิมุ มิษกอละ ซัรฺเราะฮ์ วะอิน ตะกุ หะสะนะตัน ยุฎออิฟฮา วะยุอ์ติ มิน ละดุนฮุ อัจญร็อน อะซีมา แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงอธรรมแม้เพียงเท่าน้ำหนักของธุลี (ผงเล็กที่สุด) และหากมันเป็นความดี พระองค์ก็จะทรงเพิ่มพูนมันเป็นทวีคูณ และจะประทานรางวัลอันใหญ่หลวงจากพระองค์
  2. فَكَيْفَ إِذَا جِئْنَا مِن كُلِّ أُمَّةٍ بِشَهِيدٍ وَجِئْنَا بِكَ عَلَىٰ هَٰؤُلَاءِ شَهِيدًا ฟะกัยฟะ อิซา ญิอ์นา มิน กุลลิ อุมมะติน บิชะฮีด วะญิอ์นา บิกะ อะลา ฮาอุลาอิ ชะฮีดา แล้วจะเป็นอย่างไรเล่า เมื่อเราได้นำพยานจากทุกประชาชาติมา (คือนบีของแต่ละยุค) และนำเจ้า (มุหัมมัด) มาเป็นพยานเหนือชนเหล่านี้?
  3. يَوْمَئِذٍ يَوَدُّ الَّذِينَ كَفَرُوا وَعَصَوُا الرَّسُولَ لَوْ تُسَوَّىٰ بِهِمُ الْأَرْضُ وَلَا يَكْتُمُونَ اللَّهَ حَدِيثًا เยามะอิซิน ยะวัดดุลละซีนะ กะฟะรู วะอะเศาะวุรฺเราะสูละ เลาว์ ตุสัฟวา บิฮิมุลอัรฺฎ์ วะลา ยักตุมูนัลลอฮะ หะดีษา ในวันนั้น บรรดาผู้ที่ปฏิเสธและฝ่าฝืนรอซูลจะปรารถนาให้แผ่นดินราบเรียบทับกลบพวกเขาไปเสีย และพวกเขาจะไม่อาจปกปิดคำพูดใด ๆ จากอัลลอฮ์ได้เลย

“อินนัลลอฮะ ลา ยัซลิมุ มิษกอละ ซัรฺเราะฮ์” — ความยุติธรรมอันสมบูรณ์ของอัลลอฮ์: พระองค์ ไม่อธรรมแม้เท่าน้ำหนักธุลี และ ทวีคูณความดี พร้อมประทานรางวัลอันยิ่งใหญ่ · ในหะดีษชะฟาอะฮ์ อัลลอฮ์ตรัสให้นำผู้ที่ “มีอีมานเท่าน้ำหนักธุลีในหัวใจ” ออกจากไฟ — อบูสะอีดอ่านอายะฮ์นี้ประกอบ

“ฟะกัยฟะ อิซา ญิอ์นา มิน กุลลิ อุมมะติน บิชะฮีด วะญิอ์นา บิกะ อะลา ฮาอุลาอิ ชะฮีดา” — ในวันกิยามะฮ์ นบีของแต่ละประชาชาติจะเป็นพยานต่อประชาชาติของตน และมุหัมมัด ﷺ จะเป็นพยานเหนือประชาชาตินี้ (และเหนือบรรดานบีด้วย) · “เยามะอิซิน ยะวัดดุลละซีนะ กะฟะรู…เลาว์ ตุสัฟวา บิฮิมุลอัรฺฎ์” — วันนั้นผู้ปฏิเสธจะ ปรารถนาให้แผ่นดินกลบฝังตนเพราะความอับอาย · และพวกเขา ไม่อาจปกปิดสิ่งใดจากอัลลอฮ์ได้ (แม้อวัยวะจะเป็นพยานปรักปรำ)

หะดิษ ที่ 17 — ท่านนบี ﷺ ร้องไห้เมื่อได้ยินอายะฮ์เรื่องการเป็นพยาน
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

قال لي النبيُّ ﷺ: «اقرأْ عليَّ القرآنَ». قلت: يا رسولَ الله، أقرأُ عليك وعليك أُنزِل؟ قال: «إني أُحِبُّ أن أسمعَه من غيري». فقرأتُ سورةَ النساءِ، حتى بلغتُ: ﴿فَكَيْفَ إِذَا جِئْنَا مِنْ كُلِّ أُمَّةٍ بِشَهِيدٍ وَجِئْنَا بِكَ عَلَى هَؤُلَاءِ شَهِيدًا﴾ قال: «حسبُك الآنَ». فالتفتُّ إليه، فإذا عيناه تَذرِفانِ.

อิบนุมัสอูดเล่าว่า ท่านนบี ﷺ กล่าวแก่ฉันว่า «จงอ่านอัลกุรอานให้ฉันฟังเถิด» ฉันกล่าวว่า “โอ้รอซูลุลลอฮ์ ฉันจะอ่านให้ท่านฟังหรือ ทั้งที่มันถูกประทานแก่ท่าน?” ท่านกล่าวว่า «ฉันชอบที่จะได้ยินมันจากผู้อื่น» ฉันจึงอ่านซูเราะฮ์อันนิสาอ์ จนถึงอายะฮ์ “แล้วจะเป็นอย่างไรเล่า เมื่อเราได้นำพยานจากทุกประชาชาติมา และนำเจ้ามาเป็นพยานเหนือชนเหล่านี้?” ท่านกล่าวว่า «พอแค่นี้ก่อน» ฉันจึงหันไปมองท่าน ปรากฏว่าดวงตาทั้งสองของท่านหลั่งน้ำตา

📎 ศอหีห์บุคอรี #4582 · ศอหีห์มุสลิม #800 (จากอิบนุมัสอูด) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #4582 · มุสลิม #800 ตรวจสอบ ↗