ซูเราะฮ์อันนิสาอ์
النساء
ตอนที่ 30 · อายะฮ์ 148–152 · การพูดจาไม่ดีในที่แจ้ง · ผู้ที่แบ่งแยกอัลลอฮ์กับรอซูล
ส่วนที่ 76 อายะฮ์ 148–149 : อัลลอฮ์ไม่ทรงรักการเปิดเผยคำพูดที่ไม่ดี · ความประเสริฐของการให้อภัย
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 148–149
- لَّا يُحِبُّ اللَّهُ الْجَهْرَ بِالسُّوءِ مِنَ الْقَوْلِ إِلَّا مَن ظُلِمَ وَكَانَ اللَّهُ سَمِيعًا عَلِيمًا ลา ยุหิบบุลลอฮุลญะฮ์เราะ บิสสูอิ มินัลก็อวลิ อิลลา มัน ซุลิม วะกานัลลอฮุ สะมีอัน อะลีมา อัลลอฮ์ไม่ทรงรักการพูดจาไม่ดีในที่แจ้ง (การกล่าวร้ายอย่างเปิดเผย) นอกจากผู้ที่ถูกอธรรม (จึงผ่อนผันให้พูดถึงความไม่เป็นธรรมที่ตนได้รับ) และอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้
- إِن تُبْدُوا خَيْرًا أَوْ تُخْفُوهُ أَوْ تَعْفُوا عَن سُوءٍ فَإِنَّ اللَّهَ كَانَ عَفُوًّا قَدِيرًا อิน ตุบดู ค็อยร็อน เอา ตุคฟูฮุ เอา ตะอ์ฟู อัน สูอิน ฟะอินนัลลอฮะ กานะ อะฟูวัน เกาะดีรอ หากพวกเจ้าเปิดเผยความดี หรือปิดบังมันไว้ หรือให้อภัยในความไม่ดี (ที่ผู้อื่นทำต่อพวกเจ้า) แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเดชานุภาพเสมอ
อายะฮ์ 148: อัลลอฮ์ ไม่ทรงรักการ “ญะฮ์รฺ บิสสูอ์” (เปล่งวาจาไม่ดี/กล่าวร้ายอย่างเปิดเผย) — ยกเว้น “ผู้ถูกอธรรม” ที่ได้รับการผ่อนผันให้ร้องเรียนหรือพูดถึงความอยุติธรรมที่ตนได้รับ (เพื่อขอความเป็นธรรม) · อิบนุอับบาสอธิบายว่า ผู้ถูกอธรรมได้รับอนุญาตให้ขอดุอาอ์ต่อผู้ที่อธรรมเขา แต่ “หากอดทน ย่อมดีกว่าสำหรับเขา” · ตัวอย่าง: แขกที่ถูกปฏิบัติไม่ดี หรือผู้ที่ถูกด่าก่อน — มีสิทธิพูดถึงความไม่เป็นธรรมนั้น แต่ ห้ามล้ำเกินขอบเขต
อายะฮ์ 149: ชี้ทางที่ประเสริฐกว่า — การ เปิดเผยความดี ปิดบังความดี (ทำแบบเงียบ ๆ) หรือให้อภัยความผิดของผู้อื่น ล้วนเป็นสิ่งที่นำใกล้ชิดอัลลอฮ์ · เพราะพระองค์ทรงเป็น “อะฟูว์ (ผู้ทรงอภัย)” ทั้งที่ทรง “เกาะดีร (มีอำนาจลงโทษ)” — บ่าวจึงควรเลียนแบบคุณลักษณะนี้ · เชิงอรรถบันทึกว่ามลาอิกะฮ์ผู้แบกอะรัชสดุดีว่า “มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ผู้ทรงอภัยทั้งที่ทรงมีอำนาจ”
ต้นฉบับอาหรับ
«المُسْتَبَّانِ ما قالا فعلى البادئِ منهما، ما لم يعتدِ المظلومُ».
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «สองคนที่ด่าทอกัน สิ่งที่ทั้งสองกล่าว (บาปของมัน) ย่อมตกแก่ผู้ที่เริ่มก่อน ตราบใดที่ผู้ถูกอธรรมไม่ล้ำเกินขอบเขต (ตอบโต้เกินกว่าที่ถูกกระทำ)»
ต้นฉบับอาหรับ
«ما نقصَتْ صدقةٌ من مالٍ، وما زاد اللهُ عبدًا بعفوٍ إلا عِزًّا، وما تواضعَ أحدٌ لله إلا رفعَه اللهُ».
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «การบริจาคทานไม่ทำให้ทรัพย์ลดลง และอัลลอฮ์ไม่ทรงเพิ่มสิ่งใดแก่บ่าวที่ให้อภัย นอกจากเกียรติ และไม่มีผู้ใดถ่อมตนเพื่ออัลลอฮ์ เว้นแต่อัลลอฮ์จะทรงยกเขาให้สูงส่ง»
อายะฮ์ 150–152 : ผู้ที่แบ่งแยกศรัทธาระหว่างอัลลอฮ์กับบรรดารอซูล
4 · ซูเราะฮ์อันนิสาอ์ — อายะฮ์ 150–152
- إِنَّ الَّذِينَ يَكْفُرُونَ بِاللَّهِ وَرُسُلِهِ وَيُرِيدُونَ أَن يُفَرِّقُوا بَيْنَ اللَّهِ وَرُسُلِهِ وَيَقُولُونَ نُؤْمِنُ بِبَعْضٍ وَنَكْفُرُ بِبَعْضٍ وَيُرِيدُونَ أَن يَتَّخِذُوا بَيْنَ ذَٰلِكَ سَبِيلًا อินนัลละซีนะ ยักฟุรูนะ บิลลาฮิ วะรุสุลิฮี วะยุรีดูนะ อัน ยุฟัรฺริกู บัยนัลลอฮิ วะรุสุลิฮี วะยะกูลูนะ นุอ์มินุ บิบะอ์ฎิน วะนักฟุรุ บิบะอ์ฎิน วะยุรีดูนะ อัน ยัตตะคิซู บัยนะ ซาลิกะ สะบีลา แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์ และต้องการที่จะแบ่งแยกระหว่างอัลลอฮ์กับบรรดารอซูลของพระองค์ และกล่าวว่า ‘เราศรัทธาต่อบางส่วน และปฏิเสธบางส่วน’ และต้องการที่จะยึดเอาทางสายกลางระหว่างนั้น (ทางประนีประนอมของตนเอง)
- أُولَٰئِكَ هُمُ الْكَافِرُونَ حَقًّا وَأَعْتَدْنَا لِلْكَافِرِينَ عَذَابًا مُّهِينًا อุลาอิกะ ฮุมุลกาฟิรูนะ หักกา วะอะอ์ตัดนา ลิลกาฟิรีนะ อะซาบัน มุฮีนา ชนเหล่านั้นแหละคือผู้ปฏิเสธศรัทธาอย่างแท้จริง และเราได้เตรียมการลงโทษอันน่าอดสูไว้สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา
- وَالَّذِينَ آمَنُوا بِاللَّهِ وَرُسُلِهِ وَلَمْ يُفَرِّقُوا بَيْنَ أَحَدٍ مِّنْهُمْ أُولَٰئِكَ سَوْفَ يُؤْتِيهِمْ أُجُورَهُمْ وَكَانَ اللَّهُ غَفُورًا رَّحِيمًا วัลละซีนะ อามะนู บิลลาฮิ วะรุสุลิฮี วะลัม ยุฟัรฺริกู บัยนะ อะหะดิน มินฮุม อุลาอิกะ เสาฟะ ยุอ์ตีฮิม อุญูเราะฮุม วะกานัลลอฮุ เฆาะฟูร็อน เราะหีมา ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์ และมิได้แบ่งแยกระหว่างท่านใดในหมู่พวกเขา (บรรดารอซูล) ชนเหล่านั้น พระองค์จะทรงประทานรางวัลของพวกเขาแก่พวกเขา และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ
อายะฮ์ 150–151: เป็นคำขู่ต่อชาวคัมภีร์ (ยิว-คริสต์) ที่ “แบ่งแยกศรัทธาระหว่างอัลลอฮ์กับบรรดารอซูล” — ศรัทธานบีบางท่าน ปฏิเสธบางท่าน ด้วย อารมณ์และความอคติ (ตะอัศศุบ) มิใช่ด้วยหลักฐาน:
- ยิว ศรัทธานบีก่อนหน้า แต่ปฏิเสธ อีซาและมุฮัมมัด ﷺ
- คริสต์ ศรัทธานบีก่อนหน้า แต่ปฏิเสธ มุฮัมมัด ﷺ ผู้เป็นนบีท่านสุดท้ายและประเสริฐสุด
หลักสำคัญ: “ผู้ใดปฏิเสธนบีท่านหนึ่ง เท่ากับปฏิเสธนบีทุกท่าน” เพราะการศรัทธาต่อนบีทุกท่านที่อัลลอฮ์ส่งมาเป็นวาญิบ · ผู้ที่ปฏิเสธเพราะริษยาหรืออคติ แสดงว่าการศรัทธาต่อนบีที่เขาอ้างว่าเชื่อนั้น ไม่ใช่ศรัทธาที่แท้ตามบัญญัติ แต่เป็นเพียงตามใจตน · พวกเขาจึงเป็น “ผู้ปฏิเสธที่แท้จริง (อัลกาฟิรูนะ หักกา)” และได้ การลงโทษอันน่าอดสู
อายะฮ์ 152: ตรงข้ามคือ ประชาชาติของมุฮัมมัด ﷺ ที่ ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และรอซูลทุกท่าน ไม่แบ่งแยกระหว่างท่านใด (ดังอายะฮ์ “เราไม่แยกระหว่างท่านใดจากบรรดารอซูลของพระองค์” — อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:285) · พวกเขาจะได้ รางวัล และการอภัยจากอัลลอฮ์