← ดัชนีซูเราะฮ์
3

ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน

آل عمران

ตอนที่ 8 · อายะฮ์ 75–85 · ความซื่อสัตย์ในอามานะฮ์ · พันธสัญญาของนบี · อิสลามคือศาสนาเดียวที่ถูกรับ

  • บทที่ 3
  • 200 อายะฮ์
  • มะดะนียะฮ์
  • กำลังตรวจ
📖 อ่านต้นฉบับอาหรับ (ฉบับซามี)
เรียบเรียง

ส่วนที่ 33 อายะฮ์ 75–77 : ความซื่อสัตย์ต่ออามานะฮ์ และโทษของการขายพันธสัญญา

3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 75–77
  1. وَمِنْ أَهْلِ الْكِتَابِ مَنْ إِن تَأْمَنْهُ بِقِنطَارٍ يُؤَدِّهِ إِلَيْكَ وَمِنْهُم مَّنْ إِن تَأْمَنْهُ بِدِينَارٍ لَّا يُؤَدِّهِ إِلَيْكَ إِلَّا مَا دُمْتَ عَلَيْهِ قَائِمًا ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمْ قَالُوا لَيْسَ عَلَيْنَا فِي الْأُمِّيِّينَ سَبِيلٌ وَيَقُولُونَ عَلَى اللَّهِ الْكَذِبَ وَهُمْ يَعْلَمُونَ วะมิน อะฮ์ลิลกิตาบิ มัน อิน ตะอ์มันฮุ บิกินฏอริน ยุอัดดิฮี อิลัยกะ วะมินฮุม มัน อิน ตะอ์มันฮุ บิดีนาริน ลา ยุอัดดิฮี อิลัยกะ อิลลา มา ดุมตะ อะลัยฮิ กออิมา ซาลิกะ บิอันนะฮุม กอลู ลัยสะ อะลัยนา ฟิลอุมมียีนะ สะบีล วะยะกูลูนะ อะลัลลอฮิลกะซิบะ วะฮุม ยะอ์ละมูน และในหมู่ผู้ได้รับคัมภีร์ มีผู้ที่หากท่านฝากทรัพย์มากมาย (กินฏอร) ไว้กับเขา เขาก็จะคืนให้ท่าน และในหมู่พวกเขามีผู้ที่หากท่านฝากเงินเพียงดีนาร์เดียวไว้กับเขา เขาก็จะไม่คืนให้ท่าน เว้นแต่ท่านจะยืนทวงเขาอยู่ตลอด นั่นเพราะพวกเขากล่าวว่า ‘ไม่มีทางที่เราจะถูกตำหนิในเรื่องพวกที่ไม่รู้หนังสือ (ชาวอาหรับ)’ และพวกเขากล่าวเท็จต่ออัลลอฮ์ทั้งที่พวกเขารู้อยู่
  2. بَلَىٰ مَنْ أَوْفَىٰ بِعَهْدِهِ وَاتَّقَىٰ فَإِنَّ اللَّهَ يُحِبُّ الْمُتَّقِينَ บะลา มัน เอาฟา บิอะฮ์ดิฮี วัตตะกอ ฟะอินนัลลอฮะ ยุหิบบุลมุตตะกีน หามิได้ ผู้ใดที่รักษาพันธสัญญาของเขาและยำเกรง แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักบรรดาผู้ยำเกรง
  3. إِنَّ الَّذِينَ يَشْتَرُونَ بِعَهْدِ اللَّهِ وَأَيْمَانِهِمْ ثَمَنًا قَلِيلًا أُولَٰئِكَ لَا خَلَاقَ لَهُمْ فِي الْآخِرَةِ وَلَا يُكَلِّمُهُمُ اللَّهُ وَلَا يَنظُرُ إِلَيْهِمْ يَوْمَ الْقِيَامَةِ وَلَا يُزَكِّيهِمْ وَلَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ อินนัลละซีนะ ยัชตะรูนะ บิอะฮ์ดิลลาฮิ วะอัยมานิฮิม ษะมะนัน เกาะลีลัน อุลาอิกะ ลา เคาะลากะ ละฮุม ฟิลอาคิเราะติ วะลา ยุกัลลิมุฮุมุลลอฮุ วะลา ยันซุรุ อิลัยฮิม เยามัลกิยามะติ วะลา ยุซักกีฮิม วะละฮุม อะซาบุน อะลีม แท้จริงบรรดาผู้ที่ขายพันธสัญญาของอัลลอฮ์และคำสาบานของพวกเขาด้วยราคาอันเล็กน้อย ชนเหล่านั้นจะไม่มีส่วนได้ใด ๆ ในโลกหน้า และอัลลอฮ์จะไม่ตรัสกับพวกเขา จะไม่ทรงมองพวกเขาในวันกิยามะฮ์ และจะไม่ทรงชำระ (บาป) ให้พวกเขา และสำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันเจ็บปวด

อัลลอฮ์ทรงเปิดเผยว่าในหมู่อะฮ์ลุลกิตาบมี สองประเภท: บางคน ซื่อสัตย์ (ฝากทรัพย์มากเพียงใดก็คืนครบ) และบางคน ทรยศ (ฝากแม้เพียงดีนาร์เดียวก็ไม่คืนจนกว่าจะทวงไม่หยุด) · เหตุที่พวกทรยศทำเช่นนั้นเพราะพวกเขาอ้างว่า “ลัยสะ อะลัยนา ฟิลอุมมียีนะ สะบีล” (เราไม่มีความผิดในการกินทรัพย์ของพวกที่ไม่รู้หนังสือ คือชาวอาหรับ) — เป็นการ โกหกใส่อัลลอฮ์ทั้งที่รู้ เพราะอัลลอฮ์ห้ามกินทรัพย์ผู้อื่นโดยมิชอบ · ท่านนบี ﷺ กล่าวหักล้างว่า “ศัตรูของอัลลอฮ์โกหก ทุกสิ่งในสมัยญาฮิลียะฮ์อยู่ใต้เท้าทั้งสองของฉัน (ถูกยกเลิก) ยกเว้น อามานะฮ์ (ของฝาก) ซึ่งต้องคืนแก่ทั้งคนดีและคนชั่ว”

“บะลา มัน เอาฟา บิอะฮ์ดิฮี วัตตะกอ” — แต่ผู้ที่รักษาพันธสัญญา (โดยเฉพาะพันธสัญญาที่จะศรัทธาต่อมุหัมมัด ﷺ เมื่อท่านถูกส่งมา) และยำเกรง อัลลอฮ์ทรงรักเขา · ส่วนผู้ที่ “ขายพันธสัญญาของอัลลอฮ์และคำสาบานด้วยราคาเล็กน้อย” (คือปกปิดความจริงเรื่องนบี หรือสาบานเท็จเพื่อยึดทรัพย์) จะถูกลงโทษหนัก: อัลลอฮ์จะไม่ตรัส ไม่มอง ไม่ชำระบาป

หะดิษ ที่ 13 — สามจำพวกที่อัลลอฮ์จะไม่ตรัส ไม่มอง ในวันกิยามะฮ์
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

«ثلاثةٌ لا يُكلِّمُهم الله يوم القيامةِ، ولا ينظرُ إليهم، ولا يُزكِّيهم، ولهم عذابٌ أليمٌ»… قال: «المُسْبِلُ (إزارَه)، والمنَّانُ (الذي لا يُعطي شيئًا إلا مَنَّه)، والمُنَفِّقُ سِلعتَه بالحلِفِ الكاذبِ».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «สามจำพวกที่อัลลอฮ์จะไม่ตรัสกับพวกเขาในวันกิยามะฮ์ จะไม่ทรงมองพวกเขา จะไม่ทรงชำระ (บาป) ให้ และพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันเจ็บปวด» … คือ «ผู้ที่ปล่อยผ้า (ลากพ้นตาตุ่มด้วยความหยิ่ง) · ผู้ที่ให้แล้วลำเลิกบุญคุณ · และผู้ที่ขายสินค้าด้วยการสาบานเท็จ»

📎 ศอหีห์มุสลิม #106 (จากอบูซัรฺ) ยืนยันแล้ว — มุสลิม #106 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

ส่วนที่ 35 อายะฮ์ 78–80 : การบิดเบือนคัมภีร์ และไม่มีนบีคนใดเรียกร้องให้เคารพตน

3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 78–80
  1. وَإِنَّ مِنْهُمْ لَفَرِيقًا يَلْوُونَ أَلْسِنَتَهُم بِالْكِتَابِ لِتَحْسَبُوهُ مِنَ الْكِتَابِ وَمَا هُوَ مِنَ الْكِتَابِ وَيَقُولُونَ هُوَ مِنْ عِندِ اللَّهِ وَمَا هُوَ مِنْ عِندِ اللَّهِ وَيَقُولُونَ عَلَى اللَّهِ الْكَذِبَ وَهُمْ يَعْلَمُونَ วะอินนะ มินฮุม ละฟะรีก็อน ยัลวูนะ อัลสินะตะฮุม บิลกิตาบิ ลิตะห์สะบูฮุ มินัลกิตาบิ วะมา ฮุวะ มินัลกิตาบิ วะยะกูลูนะ ฮุวะ มิน อินดิลลาฮิ วะมา ฮุวะ มิน อินดิลลาฮิ วะยะกูลูนะ อะลัลลอฮิลกะซิบะ วะฮุม ยะอ์ละมูน และแท้จริงในหมู่พวกเขามีกลุ่มหนึ่งที่บิดลิ้นของพวกเขา (ในการอ่าน) คัมภีร์ เพื่อให้พวกท่านคิดว่ามันมาจากคัมภีร์ ทั้งที่มันมิได้มาจากคัมภีร์ และพวกเขากล่าวว่า ‘มันมาจากอัลลอฮ์’ ทั้งที่มันมิได้มาจากอัลลอฮ์ และพวกเขากล่าวเท็จต่ออัลลอฮ์ทั้งที่พวกเขารู้อยู่
  2. مَا كَانَ لِبَشَرٍ أَن يُؤْتِيَهُ اللَّهُ الْكِتَابَ وَالْحُكْمَ وَالنُّبُوَّةَ ثُمَّ يَقُولَ لِلنَّاسِ كُونُوا عِبَادًا لِّي مِن دُونِ اللَّهِ وَلَٰكِن كُونُوا رَبَّانِيِّينَ بِمَا كُنتُمْ تُعَلِّمُونَ الْكِتَابَ وَبِمَا كُنتُمْ تَدْرُسُونَ มา กานะ ลิบะชะริน อัน ยุอ์ติยะฮุลลอฮุลกิตาบะ วัลหุกมะ วันนุบูวะตะ ษุมมะ ยะกูละ ลินนาสิ กูนู อิบาดัน ลี มิน ดูนิลลาฮิ วะลากิน กูนู ร็อบบานียีนะ บิมา กุนตุม ตุอัลลิมูนัลกิตาบะ วะบิมา กุนตุม ตัดรุสูน ไม่บังควรแก่มนุษย์คนใดที่อัลลอฮ์ประทานคัมภีร์ วิทยปัญญา และการเป็นนบีแก่เขา แล้วเขาจะกล่าวแก่ผู้คนว่า ‘จงเป็นบ่าวของฉันแทนอัลลอฮ์’ หากแต่ (เขาจะกล่าวว่า) ‘จงเป็นผู้ผูกพันกับพระเจ้า (รับบานียีน) ด้วยการที่พวกท่านสั่งสอนคัมภีร์และด้วยการที่พวกท่านศึกษามัน’
  3. وَلَا يَأْمُرَكُمْ أَن تَتَّخِذُوا الْمَلَائِكَةَ وَالنَّبِيِّينَ أَرْبَابًا أَيَأْمُرُكُم بِالْكُفْرِ بَعْدَ إِذْ أَنتُم مُّسْلِمُونَ วะลา ยะอ์มุเราะกุม อัน ตัตตะคิซุลมะลาอิกะตะ วันนะบียีนะ อัรฺบาบา อะยะอ์มุรุกุม บิลกุฟริ บะอ์ดะ อิซ อันตุม มุสลิมูน และเขาจะไม่ใช้พวกท่านให้ยึดถือมะลาอิกะฮ์และบรรดานบีเป็นพระเจ้า เขาจะใช้พวกท่านให้ปฏิเสธศรัทธาหลังจากที่พวกท่านเป็นมุสลิมแล้วกระนั้นหรือ?

การบิดเบือน (ตะห์รีฟ): ยะฮูดกลุ่มหนึ่ง บิดลิ้นในการอ่านคัมภีร์ ตีความผิดเพี้ยนและแต่งเติมข้อความ แล้วอ้างว่า “นี่มาจากอัลลอฮ์” ทั้งที่ไม่ใช่ · (อิบนุกะษีรอธิบายว่าการบิดเบือนมีทั้งการเปลี่ยนถ้อยคำและการบิดความหมาย/การตีความที่ผิด)

อายะฮ์ 79–80 (สาเหตุการประทาน): อบูรอฟิอ์ผู้เป็นยิว (พร้อมนักบวชนัจรอน) ถามท่านนบี ﷺ ว่า “ท่านต้องการให้เราเคารพท่านเยี่ยงที่คริสเตียนเคารพอีซาหรือ?” ท่านตอบว่า *“มะอาซัลลอฮ์ (ขออัลลอฮ์คุ้มครองให้พ้น) ที่เราจะเคารพผู้อื่นนอกจากอัลลอฮ์ หรือใช้ให้เคารพผู้อื่น อัลลอฮ์มิได้ส่งฉันมาเพื่อการนั้น” · อัลลอฮ์จึงประทานอายะฮ์นี้: ไม่มีนบีคนใดที่ได้รับคัมภีร์และนุบูวะฮ์แล้วจะเรียกร้องให้ผู้คนเคารพตน — ในเมื่อแม้แต่นบียังทำไม่ได้ ผู้อื่นก็ยิ่งไม่ควร · แต่นบีจะสอนให้เป็น “รับบานียีน” (ผู้รู้ผู้ปฏิบัติที่ผูกพันกับพระเจ้า — นักปราชญ์ผู้สุขุมและยำเกรง) · และไม่มีนบีคนใดสั่งให้ยึดมะลาอิกะฮ์หรือบรรดานบีเป็นพระเจ้า เพราะนั่นคือการเรียกสู่กุฟร์

เรียบเรียง

อายะฮ์ 81–85 : พันธสัญญาของบรรดานบี และอิสลามคือศาสนาเดียวที่ถูกตอบรับ

3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 81–85
  1. وَإِذْ أَخَذَ اللَّهُ مِيثَاقَ النَّبِيِّينَ لَمَا آتَيْتُكُم مِّن كِتَابٍ وَحِكْمَةٍ ثُمَّ جَاءَكُمْ رَسُولٌ مُّصَدِّقٌ لِّمَا مَعَكُمْ لَتُؤْمِنُنَّ بِهِ وَلَتَنصُرُنَّهُ قَالَ أَأَقْرَرْتُمْ وَأَخَذْتُمْ عَلَىٰ ذَٰلِكُمْ إِصْرِي قَالُوا أَقْرَرْنَا قَالَ فَاشْهَدُوا وَأَنَا مَعَكُم مِّنَ الشَّاهِدِينَ วะอิซ อะเคาะซัลลอฮุ มีษาก็อนนะบียีนะ ละมา อาตัยตุกุม มิน กิตาบิน วะหิกมะติน ษุมมะ ญาอะกุม เราะสูลุน มุศ็อดดิกุน ลิมา มะอะกุม ละตุอ์มินุนนะ บิฮี วะละตันศุรุนนะฮู กอละ อะอักร็อรฺตุม วะอะค็อซตุม อะลา ซาลิกุม อิศรี กอลู อักร็อรฺนา กอละ ฟัชฮะดู วะอะนา มะอะกุม มินัชชาฮิดีน และจงรำลึกเมื่ออัลลอฮ์ทรงเอาพันธสัญญาจากบรรดานบีว่า ‘สิ่งใดที่ข้าได้ประทานแก่พวกเจ้าจากคัมภีร์และวิทยปัญญา แล้วมีรอซูลผู้หนึ่งมายังพวกเจ้า ยืนยันสิ่งที่มีอยู่กับพวกเจ้า พวกเจ้าจะต้องศรัทธาต่อเขาและช่วยเหลือเขาอย่างแน่นอน’ พระองค์ตรัสว่า ‘พวกเจ้ายอมรับและรับเอาพันธะอันหนักของข้าในเรื่องนั้นแล้วหรือ?’ พวกเขากล่าวว่า ‘เรายอมรับแล้ว’ พระองค์ตรัสว่า ‘ดังนั้นพวกเจ้าจงเป็นพยาน และข้าก็อยู่ร่วมกับพวกเจ้าในหมู่ผู้เป็นพยานด้วย’
  2. فَمَن تَوَلَّىٰ بَعْدَ ذَٰلِكَ فَأُولَٰئِكَ هُمُ الْفَاسِقُونَ ฟะมัน ตะวัลลา บะอ์ดะ ซาลิกะ ฟะอุลาอิกะ ฮุมุลฟาสิกูน แล้วผู้ใดที่ผินหลังกลับหลังจากนั้น ชนเหล่านั้นแหละคือผู้ฝ่าฝืน
  3. أَفَغَيْرَ دِينِ اللَّهِ يَبْغُونَ وَلَهُ أَسْلَمَ مَن فِي السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ طَوْعًا وَكَرْهًا وَإِلَيْهِ يُرْجَعُونَ อะฟะฆ็อยเราะ ดีนิลลาฮิ ยับฆูนะ วะละฮู อัสละมะ มัน ฟิสสะมาวาติ วัลอัรฺฎิ เฏาว์อัน วะกัรฮัน วะอิลัยฮิ ยุรฺญะอูน พวกเขายังจะแสวงหาศาสนาอื่นจากศาสนาของอัลลอฮ์กระนั้นหรือ? ทั้งที่ผู้ที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินได้นอบน้อม (ยอมจำนน) ต่อพระองค์แล้ว ทั้งด้วยความสมัครใจและด้วยการฝืนใจ และยังพระองค์ที่พวกเขาจะถูกนำกลับไป
  4. قُلْ آمَنَّا بِاللَّهِ وَمَا أُنزِلَ عَلَيْنَا وَمَا أُنزِلَ عَلَىٰ إِبْرَاهِيمَ وَإِسْمَاعِيلَ وَإِسْحَاقَ وَيَعْقُوبَ وَالْأَسْبَاطِ وَمَا أُوتِيَ مُوسَىٰ وَعِيسَىٰ وَالنَّبِيُّونَ مِن رَّبِّهِمْ لَا نُفَرِّقُ بَيْنَ أَحَدٍ مِّنْهُمْ وَنَحْنُ لَهُ مُسْلِمُونَ กุล อามันนา บิลลาฮิ วะมา อุนซิละ อะลัยนา วะมา อุนซิละ อะลา อิบรอฮีมะ วะอิสมาอีละ วะอิสหากะ วะยะอ์กูบะ วัลอัสบาฏิ วะมา อูติยะ มูซา วะอีซา วันนะบียูนะ มิน ร็อบบิฮิม ลา นุฟัรฺริกุ บัยนะ อะหะดิน มินฮุม วะนะห์นุ ละฮู มุสลิมูน จงกล่าวเถิด ‘เราศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และสิ่งที่ถูกประทานแก่เรา และสิ่งที่ถูกประทานแก่อิบรอฮีม อิสมาอีล อิสหาก ยะอ์กูบ และบรรดาอัสบาฏ (เผ่าพันธุ์อิสรออีล) และสิ่งที่มูซา อีซา และบรรดานบีได้รับจากพระผู้อภิบาลของพวกเขา เราจะไม่แบ่งแยกระหว่างคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเขา และเราเป็นผู้นอบน้อมต่อพระองค์’
  5. وَمَن يَبْتَغِ غَيْرَ الْإِسْلَامِ دِينًا فَلَن يُقْبَلَ مِنْهُ وَهُوَ فِي الْآخِرَةِ مِنَ الْخَاسِرِينَ วะมัน ยับตะฆิ ฆ็อยรัลอิสลามิ ดีนัน ฟะลัน ยุกบะละ มินฮุ วะฮุวะ ฟิลอาคิเราะติ มินัลคอสิรีน และผู้ใดที่แสวงหาศาสนาอื่นจากอิสลาม ศาสนานั้นจะไม่ถูกตอบรับจากเขาเลย และในโลกหน้าเขาจะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน

พันธสัญญาของบรรดานบี (มีษากุนนะบียีน): อัลลอฮ์ทรงเอาพันธสัญญาจากนบีทุกท่านตั้งแต่อาดัมถึงอีซาว่า ไม่ว่าจะได้รับคัมภีร์และวิทยปัญญามากเพียงใด หากมีรอซูลมายืนยันสิ่งที่มีอยู่กับพวกเขา ก็ต้องศรัทธาและช่วยเหลือเขา · อะลีและอิบนุอับบาสอธิบายว่า อัลลอฮ์เอาพันธสัญญาจากทุกนบีว่า “หากมุหัมมัดถูกส่งมาขณะเขายังมีชีวิต จะต้องศรัทธาและช่วยเหลือท่าน” และให้แต่ละนบีเอาพันธสัญญาเช่นนี้จากประชาชาติของตนด้วย · นี่แสดงถึง ความประเสริฐสูงสุดของมุหัมมัด ﷺ ในฐานะอิมามของบรรดานบี (ดังที่ท่านนำละหมาดในคืนอิสรออ์ ณ บัยตุลมักดิส)

“อะฟะฆ็อยเราะ ดีนิลลาฮิ ยับฆูน” — อัลลอฮ์ทรงตำหนิผู้ที่แสวงหาศาสนาอื่น ทั้งที่ทุกสรรพสิ่งในชั้นฟ้าและแผ่นดินได้ ยอมจำนน (อัสละมะ) ต่อพระองค์ (ผู้ศรัทธาด้วยใจ ส่วนผู้ปฏิเสธด้วยการฝืนใจภายใต้อำนาจของพระองค์) · แล้วสั่งให้ประกาศอีมานที่ครอบคลุมบรรดานบีทั้งหมด “ลา นุฟัรฺริกุ บัยนะ อะหะดิน มินฮุม” (เราไม่แบ่งแยกนบีคนใด) · ปิดด้วยหลักการเด็ดขาด: “วะมัน ยับตะฆิ ฆ็อยรัลอิสลามิ ดีนัน ฟะลัน ยุกบะละ มินฮุ” (ผู้ใดแสวงหาศาสนาอื่นจากอิสลาม จะไม่ถูกตอบรับ) — ดังหะดีษ “ผู้ใดทำสิ่งหนึ่งที่ไม่มีในคำสั่งของเรา มันย่อมถูกปฏิเสธ” (มุสลิม #1718 — ดูตอนที่ 3)