← ดัชนีซูเราะฮ์
3

ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน

آل عمران

ตอนที่ 11 · อายะฮ์ 104–114 · ประชาชาติที่เชิญสู่ความดี · ประชาชาติที่ดีที่สุด · อะฮ์ลุลกิตาบมิได้เหมือนกันหมด

  • บทที่ 3
  • 200 อายะฮ์
  • มะดะนียะฮ์
  • กำลังตรวจ
📖 อ่านต้นฉบับอาหรับ (ฉบับซามี)
เรียบเรียง

ส่วนที่ 45 อายะฮ์ 104–108 : ประชาชาติที่เชิญสู่ความดี และวันที่ใบหน้าขาวหรือดำ

3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 104–108
  1. وَلْتَكُن مِّنكُمْ أُمَّةٌ يَدْعُونَ إِلَى الْخَيْرِ وَيَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَيَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنكَرِ وَأُولَٰئِكَ هُمُ الْمُفْلِحُونَ วัลตะกุน มินกุม อุมมะตุน ยัดอูนะ อิลัลค็อยริ วะยะอ์มุรูนะ บิลมะอ์รูฟิ วะยันเฮาว์นะ อะนิลมุนกะริ วะอุลาอิกะ ฮุมุลมุฟลิหูน และจงให้มีขึ้นจากพวกเจ้า คณะหนึ่งที่เชิญชวนสู่ความดี ใช้ให้กระทำสิ่งที่ชอบ (มะอ์รูฟ) และห้ามปรามสิ่งที่ชั่ว (มุนกัร) และชนเหล่านั้นแหละคือผู้ที่ประสบความสำเร็จ
  2. وَلَا تَكُونُوا كَالَّذِينَ تَفَرَّقُوا وَاخْتَلَفُوا مِن بَعْدِ مَا جَاءَهُمُ الْبَيِّنَاتُ وَأُولَٰئِكَ لَهُمْ عَذَابٌ عَظِيمٌ วะลา ตะกูนู กัลละซีนะ ตะฟัรฺเราะกู วัคตะละฟู มิน บะอ์ดิ มา ญาอะฮุมุลบัยยินาต วะอุลาอิกะ ละฮุม อะซาบุน อะซีม และพวกเจ้าจงอย่าเป็นเช่นบรรดาผู้ที่แตกแยกและขัดแย้งกัน หลังจากที่หลักฐานอันชัดแจ้งได้มายังพวกเขาแล้ว และชนเหล่านั้นสำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันใหญ่หลวง
  3. يَوْمَ تَبْيَضُّ وُجُوهٌ وَتَسْوَدُّ وُجُوهٌ فَأَمَّا الَّذِينَ اسْوَدَّتْ وُجُوهُهُمْ أَكَفَرْتُم بَعْدَ إِيمَانِكُمْ فَذُوقُوا الْعَذَابَ بِمَا كُنتُمْ تَكْفُرُونَ เยามะ ตับยัฎฎุ วุญูฮุน วะตัสวัดดุ วุญูฮ์ ฟะอัมมัลละซีนัสวัดดัต วุญูฮุฮุม อะกะฟัรฺตุม บะอ์ดะ อีมานิกุม ฟะซูกุลอะซาบะ บิมา กุนตุม ตักฟุรูน วันที่ใบหน้าหลายใบจะขาวผ่อง และใบหน้าหลายใบจะดำคล้ำ สำหรับบรรดาผู้ที่ใบหน้าของพวกเขาดำคล้ำ (จะถูกกล่าวว่า) ‘พวกเจ้าปฏิเสธหลังจากที่ศรัทธาแล้วหรือ? ดังนั้นจงลิ้มรสการลงโทษเถิด เพราะเหตุที่พวกเจ้าปฏิเสธ’
  4. وَأَمَّا الَّذِينَ ابْيَضَّتْ وُجُوهُهُمْ فَفِي رَحْمَةِ اللَّهِ هُمْ فِيهَا خَالِدُونَ วะอัมมัลละซีนับยัฎฎัต วุญูฮุฮุม ฟะฟี เราะห์มะติลลาฮิ ฮุม ฟีฮา คอลิดูน ส่วนบรรดาผู้ที่ใบหน้าของพวกเขาขาวผ่อง ก็จะอยู่ในความเมตตาของอัลลอฮ์ โดยพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล
  5. تِلْكَ آيَاتُ اللَّهِ نَتْلُوهَا عَلَيْكَ بِالْحَقِّ وَمَا اللَّهُ يُرِيدُ ظُلْمًا لِّلْعَالَمِينَ ติลกะ อายาตุลลาฮิ นัตลูฮา อะลัยกะ บิลหักก์ วะมัลลอฮุ ยุรีดุ ซุลมัน ลิลอาละมีน เหล่านี้คือบรรดาโองการของอัลลอฮ์ เราอ่านมันแก่เจ้าด้วยความจริง และอัลลอฮ์มิได้ทรงประสงค์ความอธรรมใด ๆ แก่ประชาชาติทั้งหลาย

“วัลตะกุน มินกุม อุมมะตุน ยัดอูนะ อิลัลค็อยร์” — จงให้มี คณะหนึ่ง ที่ลุกขึ้นทำหน้าที่ เชิญสู่ความดี ใช้ในสิ่งที่ชอบ (มะอ์รูฟ) ห้ามปรามสิ่งที่ชั่ว (มุนกัร) · แม้หน้าที่นี้เป็นวาญิบต่อทุกคนตามความสามารถ แต่อายะฮ์เน้นให้มีกลุ่มที่รับผิดชอบเป็นการเฉพาะ (ผู้รู้ นักดะอ์วะฮ์ นักญิฮาด) · แล้วห้ามเป็นเช่นประชาชาติก่อนที่ แตกแยกหลังจากหลักฐานมาถึง

“เยามะ ตับยัฎฎุ วุญูฮุน วะตัสวัดดุ วุญูฮ์” — ในวันกิยามะฮ์ ใบหน้าของอะฮ์ลุสสุนนะฮ์จะขาวผ่อง ใบหน้าของอะฮ์ลุลบิดอะฮ์และผู้แตกแยกจะดำคล้ำ (อิบนุอับบาส) · ผู้ที่หน้าดำจะถูกตำหนิว่า “ปฏิเสธหลังศรัทธาแล้วหรือ?” ส่วนผู้ที่หน้าขาวจะอยู่ในความเมตตา (สวรรค์) นิรันดร์ · ปิดด้วย “วะมัลลอฮุ ยุรีดุ ซุลมัน ลิลอาละมีน” — อัลลอฮ์มิทรงอธรรมต่อผู้ใด เพราะพระองค์คือผู้ทรงตัดสินอย่างเที่ยงธรรม

หะดิษ ที่ 20 — ผู้ใดเห็นความชั่ว จงเปลี่ยนมันด้วยมือ ลิ้น หรือหัวใจ
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

«مَن رأى منكم مُنكرًا فليُغيِّرْه بيدِه، فإن لم يستطِعْ فبلسانِه، فإن لم يستطِعْ فبقلبِه، وذلك أضعفُ الإيمانِ».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «ผู้ใดในหมู่พวกท่านเห็นความชั่ว (มุนกัร) ก็จงเปลี่ยนแปลงมันด้วยมือของเขา หากไม่สามารถ ก็ด้วยลิ้นของเขา หากไม่สามารถ ก็ด้วยหัวใจของเขา และนั่นคืออีมานที่อ่อนแอที่สุด»

📎 ศอหีห์มุสลิม #49 (จากอบูสะอีด อัลคุดรี) ยืนยันแล้ว — มุสลิม #49 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

ส่วนที่ 47 อายะฮ์ 109–110 : ทุกสิ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และประชาชาติที่ดีที่สุด

3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 109–110
  1. وَلِلَّهِ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَمَا فِي الْأَرْضِ وَإِلَى اللَّهِ تُرْجَعُ الْأُمُورُ วะลิลลาฮิ มา ฟิสสะมาวาติ วะมา ฟิลอัรฺฎิ วะอิลัลลอฮิ ตุรฺญะอุลอุมูร และสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และยังอัลลอฮ์ที่กิจการทั้งหลายจะถูกนำกลับไป
  2. كُنتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ وَلَوْ آمَنَ أَهْلُ الْكِتَابِ لَكَانَ خَيْرًا لَّهُم مِّنْهُمُ الْمُؤْمِنُونَ وَأَكْثَرُهُمُ الْفَاسِقُونَ กุนตุม ค็อยเราะ อุมมะติน อุคร-ิญัต ลินนาสิ ตะอ์มุรูนะ บิลมะอ์รูฟิ วะตันเฮาว์นะ อะนิลมุนกะริ วะตุอ์มินูนะ บิลลาฮ์ วะเลาว์ อามะนะ อะฮ์ลุลกิตาบิ ละกานะ ค็อยร็อน ละฮุม มินฮุมุลมุอ์มินูนะ วะอักษะรุฮุมุลฟาสิกูน พวกเจ้านั้นเป็นประชาชาติที่ดีที่สุดที่ถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษยชาติ (โดยที่) พวกเจ้าใช้ให้กระทำสิ่งที่ชอบ ห้ามปรามสิ่งที่ชั่ว และศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และหากบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ศรัทธาก็ย่อมเป็นการดีแก่พวกเขา ในหมู่พวกเขามีผู้ศรัทธา (บ้าง) แต่ส่วนมากของพวกเขาเป็นผู้ฝ่าฝืน

“กุนตุม ค็อยเราะ อุมมะติน อุคร-ิญัต ลินนาส” — ประชาชาติของมุหัมมัด ﷺ คือ ประชาชาติที่ดีที่สุด และเป็นประโยชน์ที่สุดต่อมนุษยชาติ (อบูฮุร็อยเราะฮ์อธิบายว่า “ดีที่สุดต่อผู้คน” — พวกท่านนำผู้คนสู่อิสลาม) · เหตุที่ได้เกียรตินี้เพราะสามคุณสมบัติในอายะฮ์: ใช้ในสิ่งที่ชอบ · ห้ามสิ่งที่ชั่ว · และศรัทธาต่ออัลลอฮ์ — และเหนือสิ่งอื่นใดคือ นบีมุหัมมัด ﷺ ผู้ประเสริฐสุดพร้อมชะรีอะฮ์ที่สมบูรณ์ · หากอะฮ์ลุลกิตาบศรัทธาก็จะดีแก่พวกเขา แต่ส่วนมากเป็นผู้ฝ่าฝืน

หะดิษ ที่ 21 — ประชาชาตินี้เข้าสวรรค์เจ็ดหมื่นคนโดยไม่ต้องคิดบัญชี
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«عُرِضَتْ عليَّ الأممُ… فقيل لي: هذه أمَّتُك ومعهم سبعونَ ألفًا يدخلونَ الجنَّةَ بغيرِ حسابٍ ولا عذابٍ»… قال: «هم الذين لا يَسترقُونَ ولا يَكتوونَ ولا يَتطيَّرونَ، وعلى ربِّهم يتوكَّلونَ».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «บรรดาประชาชาติได้ถูกนำมาเสนอต่อฉัน… แล้วมีเสียงกล่าวแก่ฉันว่า “นี่คือประชาชาติของเจ้า และมีเจ็ดหมื่นคนในหมู่พวกเขาที่จะเข้าสวรรค์โดยไม่ต้องคิดบัญชีและไม่ถูกลงโทษ”» … ท่านกล่าวว่า «พวกเขาคือผู้ที่ไม่ขอให้ผู้อื่นรุกยะฮ์ (เสกเป่ารักษา) ไม่ใช้เหล็กนาบไฟรักษา ไม่ถือโชคลาง และพวกเขามอบหมาย (ตะวักกุล) ต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขา»

📎 ศอหีห์บุคอรี #6472 · ศอหีห์มุสลิม #220 (จากอิบนุอับบาส) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #6472 · มุสลิม #220 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

อายะฮ์ 111–114 : อะฮ์ลุลกิตาบทำร้ายไม่ได้ และในหมู่พวกเขาก็มีผู้เที่ยงธรรม

3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 111–114
  1. لَن يَضُرُّوكُمْ إِلَّا أَذًى وَإِن يُقَاتِلُوكُمْ يُوَلُّوكُمُ الْأَدْبَارَ ثُمَّ لَا يُنصَرُونَ ลัน ยะฎุรฺรูกุม อิลลา อะซัน วะอิน ยุกอติลูกุม ยุวัลลูกุมุลอัดบาเราะ ษุมมะ ลา ยุนศ็อรูน พวกเขา (อะฮ์ลุลกิตาบ) จะไม่ทำอันตรายแก่พวกเจ้าได้ นอกจากการก่อกวนเล็กน้อย และหากพวกเขาสู้รบกับพวกเจ้า พวกเขาก็จะหันหลังหนี แล้วพวกเขาจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ
  2. ضُرِبَتْ عَلَيْهِمُ الذِّلَّةُ أَيْنَ مَا ثُقِفُوا إِلَّا بِحَبْلٍ مِّنَ اللَّهِ وَحَبْلٍ مِّنَ النَّاسِ وَبَاءُوا بِغَضَبٍ مِّنَ اللَّهِ وَضُرِبَتْ عَلَيْهِمُ الْمَسْكَنَةُ ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمْ كَانُوا يَكْفُرُونَ بِآيَاتِ اللَّهِ وَيَقْتُلُونَ الْأَنبِيَاءَ بِغَيْرِ حَقٍّ ذَٰلِكَ بِمَا عَصَوا وَّكَانُوا يَعْتَدُونَ ฎุริบัต อะลัยฮิมุซซิลละตุ อัยนะ มา ษุกิฟู อิลลา บิหับลิน มินัลลอฮิ วะหับลิน มินันนาสิ วะบาอู บิเฆาะฎ็อบิน มินัลลอฮิ วะฎุริบัต อะลัยฮิมุลมัสกะนะฮ์ ซาลิกะ บิอันนะฮุม กานู ยักฟุรูนะ บิอายาติลลาฮิ วะยักตุลูนัลอัมบิยาอะ บิฆ็อยริ หักก์ ซาลิกะ บิมา อะเศาว์ วะกานู ยะอ์ตะดูน ความต่ำต้อยถูกกระหน่ำลงบนพวกเขา ณ ที่ใดก็ตามที่พวกเขาถูกพบ เว้นแต่ด้วยสายเชือกจากอัลลอฮ์และสายเชือกจากมนุษย์ (คือพันธะและความคุ้มครอง) และพวกเขาได้นำความกริ้วจากอัลลอฮ์กลับไป และความอนาถาก็ถูกกระหน่ำลงบนพวกเขา นั่นเพราะพวกเขาปฏิเสธบรรดาโองการของอัลลอฮ์ และสังหารบรรดานบีโดยไม่เป็นธรรม นั่นเพราะพวกเขาฝ่าฝืนและเคยละเมิด
  3. لَيْسُوا سَوَاءً مِّنْ أَهْلِ الْكِتَابِ أُمَّةٌ قَائِمَةٌ يَتْلُونَ آيَاتِ اللَّهِ آنَاءَ اللَّيْلِ وَهُمْ يَسْجُدُونَ ลัยสู สะวาอัน มิน อะฮ์ลิลกิตาบิ อุมมะตุน กออิมะตุน ยัตลูนะ อายาติลลาฮิ อานาอัลลัยลิ วะฮุม ยัสญุดูน พวกเขามิได้เหมือนกันหมด ในหมู่ผู้ได้รับคัมภีร์นั้นมีคณะหนึ่งที่เที่ยงธรรม (ยืนหยัด) พวกเขาอ่านบรรดาโองการของอัลลอฮ์ในยามค่ำคืนโดยที่พวกเขาสุญูดด้วย
  4. يُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الْآخِرِ وَيَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَيَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنكَرِ وَيُسَارِعُونَ فِي الْخَيْرَاتِ وَأُولَٰئِكَ مِنَ الصَّالِحِينَ ยุอ์มินูนะ บิลลาฮิ วัลเยามิลอาคิริ วะยะอ์มุรูนะ บิลมะอ์รูฟิ วะยันเฮาว์นะ อะนิลมุนกะริ วะยุสาริอูนะ ฟิลค็อยรอต วะอุลาอิกะ มินัศศอลิหีน พวกเขาศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก ใช้ให้กระทำสิ่งที่ชอบ ห้ามปรามสิ่งที่ชั่ว และรีบเร่งในการทำความดีทั้งหลาย และชนเหล่านั้นอยู่ในหมู่คนดี

อัลลอฮ์ทรงปลอบใจผู้ศรัทธาว่าอะฮ์ลุลกิตาบ (ผู้เป็นศัตรู) “ลัน ยะฎุรฺรูกุม อิลลา อะซา” (ทำอันตรายไม่ได้นอกจากก่อกวนด้วยวาจาเล็กน้อย) และหากรบก็จะพ่ายหนี · “ฎุริบัต อะลัยฮิมุซซิลละฮ์” — ความต่ำต้อยและความอนาถาถูกประทับลงบนพวกเขาไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ยกเว้นเมื่อได้รับ “สายเชือกจากอัลลอฮ์ (พันธะ/อามาน) และสายเชือกจากมนุษย์ (ความคุ้มครอง/ญิซยะฮ์)” · สาเหตุคือพวกเขา ปฏิเสธโองการและสังหารบรรดานบีโดยไม่เป็นธรรม

แต่มิใช่ทั้งหมดเหมือนกัน (อายะฮ์ 113–114): “ลัยสู สะวาอา” — ในหมู่อะฮ์ลุลกิตาบมี “อุมมะฮ์ กออิมะฮ์” (คณะที่เที่ยงธรรมยืนหยัดบนความจริง) เช่นอับดุลลอฮ์ อิบนุสลามและผู้ที่เข้ารับอิสลาม — พวกเขาอ่านโองการยามค่ำคืน สุญูด ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก ใช้ในสิ่งที่ชอบ ห้ามสิ่งที่ชั่ว และรีบเร่งทำความดี อัลลอฮ์ทรงจัดพวกเขาไว้ “ในหมู่คนดี (มินัศศอลิหีน)” — เป็นความยุติธรรมของอัลกุรอานที่ไม่เหมารวม