ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
آل عمران
ตอนที่ 4 · อายะฮ์ 33–44 · วงศ์อิมรอน · มัรยัม · ซะกะรียา · ยะห์ยา
ส่วนที่ 17 อายะฮ์ 33–34 : วงศ์วานที่อัลลอฮ์ทรงคัดเลือก
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 33–34
- إِنَّ اللَّهَ اصْطَفَىٰ آدَمَ وَنُوحًا وَآلَ إِبْرَاهِيمَ وَآلَ عِمْرَانَ عَلَى الْعَالَمِينَ อินนัลลอฮัศเฏาะฟา อาดะมะ วะนูหัน วะอาละ อิบรอฮีมะ วะอาละ อิมรอนะ อะลัลอาละมีน แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงคัดเลือกอาดัม นูห์ วงศ์วานของอิบรอฮีม และวงศ์วานของอิมรอน เหนือประชาชาติทั้งหลาย
- ذُرِّيَّةً بَعْضُهَا مِن بَعْضٍ وَاللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌ ซุรฺรียยะตัน บะอ์ฎุฮา มิน บะอ์ฎ์ วัลลอฮุ สะมีอุน อะลีม เป็นเชื้อสายที่สืบทอดกันมา (บางส่วนของพวกเขามาจากอีกบางส่วน) และอัลลอฮ์ทรงได้ยิน ทรงรอบรู้
อัลลอฮ์ทรงแจ้งว่าพระองค์ทรงคัดเลือก สายตระกูลอันประเสริฐ เหนือชาวโลก: อาดัม (ที่ทรงสร้างด้วยพระหัตถ์ เป่าวิญญาณ ให้มลาอิกะฮ์สุญูด สอนชื่อทุกสิ่ง) · นูห์ (รอซูลท่านแรกที่ถูกส่งไปยังชาวโลกเมื่อมนุษย์เริ่มบูชาเจว็ด) · วงศ์วานอิบรอฮีม (ซึ่งรวมถึง มุหัมมัด ﷺ นบีท่านสุดท้าย) · และ วงศ์วานอิมรอน — “อิมรอน” นี้คือบิดาของ มัรยัม บินติ อิมรอน มารดาของอีซา · ทั้งหมดเป็น “ซุรฺรียยะฮ์ บะอ์ฎุฮา มิน บะอ์ฎ์” (เชื้อสายที่สืบทอดกันมาบนเตาหีดและความดี)
อายะฮ์ 35–37 : การบนบานของภรรยาอิมรอน และการกำเนิดของมัรยัม
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 35–37
- إِذْ قَالَتِ امْرَأَتُ عِمْرَانَ رَبِّ إِنِّي نَذَرْتُ لَكَ مَا فِي بَطْنِي مُحَرَّرًا فَتَقَبَّلْ مِنِّي إِنَّكَ أَنتَ السَّمِيعُ الْعَلِيمُ อิซ กอละติมเราะอะตุ อิมรอนะ ร็อบบิ อินนี นะซัรตุ ละกะ มา ฟี บัฏนี มุหัรฺเราะร็อน ฟะตะก็อบบัล มินนี อินนะกะ อันตัสสะมีอุลอะลีม จงรำลึกเมื่อภรรยาของอิมรอนกล่าวว่า ‘โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ได้บนบานสิ่งที่อยู่ในครรภ์ของข้าพระองค์ไว้แด่พระองค์ เพื่ออุทิศ (รับใช้บัยตุลมักดิส) ดังนั้นขอทรงรับจากข้าพระองค์ด้วยเถิด แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้’
- فَلَمَّا وَضَعَتْهَا قَالَتْ رَبِّ إِنِّي وَضَعْتُهَا أُنثَىٰ وَاللَّهُ أَعْلَمُ بِمَا وَضَعَتْ وَلَيْسَ الذَّكَرُ كَالْأُنثَىٰ وَإِنِّي سَمَّيْتُهَا مَرْيَمَ وَإِنِّي أُعِيذُهَا بِكَ وَذُرِّيَّتَهَا مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِ ฟะลัมมา วะเฎาะอัตฮา กอลัต ร็อบบิ อินนี วะเฎาะอ์ตุฮา อุนษา วัลลอฮุ อะอ์ละมุ บิมา วะเฎาะอัต วะลัยสัซซะกะรุ กัลอุนษา วะอินนี สัมมัยตุฮา มัรยะมะ วะอินนี อุอีซุฮา บิกะ วะซุรฺรียยะตะฮา มินัชชัยฏอนิรฺเราะญีม ครั้นเมื่อนางได้คลอดบุตร นางกล่าวว่า ‘โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ได้คลอดบุตรเป็นหญิง’ — และอัลลอฮ์ทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่นางได้คลอด — ‘และบุตรชายนั้นมิเหมือนบุตรหญิง (ในกำลังการรับใช้) และแท้จริงข้าพระองค์ได้ตั้งชื่อนางว่ามัรยัม และข้าพระองค์ขอให้นางและลูกหลานของนางอยู่ในความคุ้มครองของพระองค์ ให้พ้นจากชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง’
- فَتَقَبَّلَهَا رَبُّهَا بِقَبُولٍ حَسَنٍ وَأَنبَتَهَا نَبَاتًا حَسَنًا وَكَفَّلَهَا زَكَرِيَّا كُلَّمَا دَخَلَ عَلَيْهَا زَكَرِيَّا الْمِحْرَابَ وَجَدَ عِندَهَا رِزْقًا قَالَ يَا مَرْيَمُ أَنَّىٰ لَكِ هَٰذَا قَالَتْ هُوَ مِنْ عِندِ اللَّهِ إِنَّ اللَّهَ يَرْزُقُ مَن يَشَاءُ بِغَيْرِ حِسَابٍ ฟะตะก็อบบะละฮา ร็อบบุฮา บิเกาะบูลิน หะสะนิน วะอัมบะตะฮา นะบาตัน หะสะนัน วะกัฟฟะละฮา ซะกะรียา กุลละมา ดะเคาะละ อะลัยฮา ซะกะรียัลมิห์รอบะ วะญะดะ อินดะฮา ริซกา กอละ ยา มัรยะมุ อันนา ละกิ ฮาซา กอลัต ฮุวะ มิน อินดิลลาฮ์ อินนัลลอฮะ ยัรฺซุกุ มัน ยะชาอุ บิฆ็อยริ หิสาบ แล้วพระผู้อภิบาลของนางก็ทรงรับนางไว้ด้วยการตอบรับอันดี และทรงให้นางเจริญเติบโตอย่างงดงาม และทรงให้ซะกะรียาเป็นผู้อุปการะนาง ทุกครั้งที่ซะกะรียาเข้าไปหานางในมิห์รอบ (ที่บูชา) เขาก็พบปัจจัยยังชีพอยู่กับนาง เขากล่าวว่า ‘โอ้มัรยัม เธอได้สิ่งนี้มาจากไหน?’ นางตอบว่า ‘มันมาจากอัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยไม่จำกัด’
ภรรยาของอิมรอน (ฮันนะฮ์) ผู้เป็นหมัน วันหนึ่งเห็นนกป้อนอาหารลูก จึงปรารถนาบุตรและวิงวอนอัลลอฮ์ พระองค์ทรงตอบรับ นางจึง บนบานให้บุตรในครรภ์เป็น “มุหัรฺรอร” (ผู้อุทิศตนรับใช้บัยตุลมักดิส) · แต่เมื่อคลอดเป็น หญิง (ต่างจากที่คาดว่าจะเป็นชายเพื่อรับใช้) นางก็มอบหมายต่ออัลลอฮ์ ตั้งชื่อ “มัรยัม” และ ขอความคุ้มครองให้นางและลูกหลานพ้นจากชัยฏอน — ดุอาอ์นี้ถูกตอบรับ ดังหะดีษที่ว่าทารกทุกคนถูกชัยฏอนแตะเมื่อเกิด ยกเว้นมัรยัมและบุตรของนาง (อีซา)
“ฟะตะก็อบบะละฮา ร็อบบุฮา บิเกาะบูลิน หะสะน” — อัลลอฮ์ทรงรับมัรยัมไว้อย่างดี ให้เติบโตงดงาม และให้ ซะกะรียา (สามีของน้าหรือพี่สาวของนาง) เป็นผู้อุปการะ (เพราะนางเป็นเด็กกำพร้า และเกิดปีแห้งแล้ง) · “วะญะดะ อินดะฮา ริซกา” — ทุกครั้งที่ซะกะรียาเข้าไปในมิห์รอบ พบ ผลไม้นอกฤดู (ผลไม้ฤดูร้อนในหน้าหนาว และฤดูหนาวในหน้าร้อน) อยู่กับนาง — เป็น กะรอมะฮ์ (อภินิหารของวะลีย์) · เมื่อถามที่มา นางตอบด้วยเตาหีดอันบริสุทธิ์: “ฮุวะ มิน อินดิลลาฮ์” (มันมาจากอัลลอฮ์ ผู้ทรงประทานริซกีโดยไม่จำกัด)
ต้นฉบับอาหรับ
«ما من مولودٍ يولد إلا مسَّه الشيطان حين يولد، فيستهلُّ صارخًا من مسِّه إياه، إلا مريمَ وابنَها»، ثم يقول أبو هريرة: اقرؤوا إن شئتم: ﴿وَإِنِّي أُعِيذُهَا بِكَ وَذُرِّيَّتَهَا مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِ﴾.
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «ไม่มีทารกคนใดที่เกิดมา เว้นแต่ชัยฏอนได้แตะเขาขณะที่เกิด เขาจึงร้องออกมาเพราะการแตะของมัน ยกเว้นมัรยัมและบุตรของนาง (อีซา)» แล้วอบูฮุร็อยเราะฮ์กล่าวว่า “พวกท่านจงอ่านเถิดหากประสงค์: ‘และข้าพระองค์ขอให้นางและลูกหลานของนางอยู่ในความคุ้มครองของพระองค์ ให้พ้นจากชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง’”
ส่วนที่ 19 อายะฮ์ 38–41 : ดุอาอ์ของซะกะรียา และการแจ้งข่าวยะห์ยา
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 38–41
- هُنَالِكَ دَعَا زَكَرِيَّا رَبَّهُ قَالَ رَبِّ هَبْ لِي مِن لَّدُنكَ ذُرِّيَّةً طَيِّبَةً إِنَّكَ سَمِيعُ الدُّعَاءِ ฮุนาลิกะ ดะอา ซะกะรียา ร็อบบะฮู กอละ ร็อบบิ ฮับ ลี มิน ละดุนกะ ซุรฺรียยะตัน ฏ็อยยิบะฮ์ อินนะกะ สะมีอุดดุอาอ์ ณ ที่นั้นเอง ซะกะรียาก็ได้วิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของเขา เขากล่าวว่า ‘โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ขอทรงประทานลูกหลานที่ดีจากพระองค์แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงได้ยินการวิงวอน’
- فَنَادَتْهُ الْمَلَائِكَةُ وَهُوَ قَائِمٌ يُصَلِّي فِي الْمِحْرَابِ أَنَّ اللَّهَ يُبَشِّرُكَ بِيَحْيَىٰ مُصَدِّقًا بِكَلِمَةٍ مِّنَ اللَّهِ وَسَيِّدًا وَحَصُورًا وَنَبِيًّا مِّنَ الصَّالِحِينَ ฟะนาดัตฮุลมะลาอิกะตุ วะฮุวะ กออิมุน ยุศ็อลลี ฟิลมิห์รอบิ อันนัลลอฮะ ยุบัชชิรุกะ บิยะห์ยา มุศ็อดดิก็อน บิกะลิมะติน มินัลลอฮิ วะสัยยิดัน วะหะศูร็อน วะนะบียยัน มินัศศอลิหีน แล้วมะลาอิกะฮ์ได้เรียกเขาขณะที่เขากำลังยืนละหมาดอยู่ในมิห์รอบว่า ‘แท้จริงอัลลอฮ์ทรงแจ้งข่าวดีแก่เจ้าด้วย (บุตรชื่อ) ยะห์ยา ผู้ยืนยันพจนารถหนึ่งจากอัลลอฮ์ (คืออีซา) เป็นผู้นำ (สัยยิด) เป็นผู้สำรวมตน (หะศูร) และเป็นนบีจากหมู่ผู้ทรงคุณธรรม’
- قَالَ رَبِّ أَنَّىٰ يَكُونُ لِي غُلَامٌ وَقَدْ بَلَغَنِيَ الْكِبَرُ وَامْرَأَتِي عَاقِرٌ قَالَ كَذَٰلِكَ اللَّهُ يَفْعَلُ مَا يَشَاءُ กอละ ร็อบบิ อันนา ยะกูนุ ลี ฆุลามุน วะก็อด บะละเฆาะนิยัลกิบะรุ วัมเราะอะตี อากิร กอละ กะซาลิกัลลอฮุ ยัฟอะลุ มา ยะชาอ์ เขากล่าวว่า ‘โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะมีบุตรได้อย่างไร ในเมื่อความชราได้มาถึงข้าพระองค์แล้ว และภรรยาของข้าพระองค์ก็เป็นหมัน?’ พระองค์ (มะลัก) ตรัสว่า ‘เช่นนั้นแหละ อัลลอฮ์ทรงกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์’
- قَالَ رَبِّ اجْعَل لِّي آيَةً قَالَ آيَتُكَ أَلَّا تُكَلِّمَ النَّاسَ ثَلَاثَةَ أَيَّامٍ إِلَّا رَمْزًا وَاذْكُر رَّبَّكَ كَثِيرًا وَسَبِّحْ بِالْعَشِيِّ وَالْإِبْكَارِ กอละ ร็อบบิจญอัล ลี อายะฮ์ กอละ อายะตุกะ อัลลา ตุกัลลิมัน นาสะ ษะลาษะตะ อัยยามิน อิลลา ร็อมซา วัซกุร ร็อบบะกะ กะษีร็อน วะสับบิห์ บิลอะชิยยิ วัลอิบการ เขากล่าวว่า ‘โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ขอทรงให้สัญญาณหนึ่งแก่ข้าพระองค์เถิด’ พระองค์ตรัสว่า ‘สัญญาณของเจ้าคือ เจ้าจะไม่สามารถพูดกับผู้คนได้สามวัน นอกจากด้วยการทำสัญญาณ (ใบ้) และจงรำลึกถึงพระผู้อภิบาลของเจ้าให้มาก และจงแซ่ซ้องสดุดี (พระองค์) ทั้งในยามเย็นและยามเช้า’
เมื่อซะกะรียาเห็น กะรอมะฮ์ของมัรยัม (ริซกีนอกฤดู) ท่านก็ หวังในบุตร แม้ตนชราและภรรยาเป็นหมัน จึงวิงวอนอย่างแผ่วเบา: “ร็อบบิ ฮับ ลี มิน ละดุนกะ ซุรฺรียยะตัน ฏ็อยยิบะฮ์” (ขอลูกหลานที่ดีจากพระองค์) · มะลาอิกะฮ์จึงแจ้งข่าวดีขณะท่านละหมาดในมิห์รอบว่าจะได้บุตรชื่อ “ยะห์ยา” (ตั้งชื่อโดยอัลลอฮ์ · ที่เรียกยะห์ยาเพราะอัลลอฮ์ทรงให้เขามีชีวิตด้วยอีมาน) พร้อมคุณลักษณะ ๔ ประการ:
- “มุศ็อดดิก็อน บิกะลิมะติน มินัลลอฮ์” — ยืนยัน “พจนารถจากอัลลอฮ์” คืออีซา (ยะห์ยาเป็นคนแรกที่ยืนยันอีซา และแก่กว่าอีซา)
- “สัยยิด” — ผู้นำในความรู้ การอิบาดะฮ์ และคุณธรรม
- “หะศูร” — ผู้ที่ สำรวมตนและได้รับการปกป้องจากบาปและความลามก (ตามที่กอฎีอิยาฎและนักตัฟซีรผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า มิได้หมายความว่าเป็นหมันหรือไร้สมรรถภาพ เพราะนั่นเป็นข้อบกพร่องที่ไม่คู่ควรกับนบี — แต่หมายถึงผู้ที่ควบคุมอารมณ์ใฝ่ต่ำได้)
- “นบีจากหมู่ผู้ทรงคุณธรรม” — ข่าวดีขั้นที่สอง (การเป็นนบี)
ซะกะรียาแปลกใจ อัลลอฮ์จึงตอบว่า “กะซาลิกัลลอฮุ ยัฟอะลุ มา ยะชาอ์” (เช่นนั้นแหละ อัลลอฮ์ทรงทำสิ่งที่ทรงประสงค์) · แล้วให้สัญญาณ: ไม่พูดกับผู้คนสามวันนอกจากใบ้ ทั้งที่ร่างกายปกติ พร้อมสั่งให้ รำลึกและตัสบีห์อัลลอฮ์มาก ๆ
อายะฮ์ 42–44 : มัรยัม สตรีที่ถูกคัดเลือกเหนือหญิงทั้งปวง
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 42–44
- وَإِذْ قَالَتِ الْمَلَائِكَةُ يَا مَرْيَمُ إِنَّ اللَّهَ اصْطَفَاكِ وَطَهَّرَكِ وَاصْطَفَاكِ عَلَىٰ نِسَاءِ الْعَالَمِينَ วะอิซ กอละติลมะลาอิกะตุ ยา มัรยะมุ อินนัลลอฮัศเฏาะฟากิ วะเฏาะฮฮะเราะกิ วัศเฏาะฟากิ อะลา นิสาอิลอาละมีน และจงรำลึกเมื่อมะลาอิกะฮ์กล่าวว่า ‘โอ้มัรยัม แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงคัดเลือกเธอ และทรงทำให้เธอบริสุทธิ์ และทรงคัดเลือกเธอเหนือบรรดาหญิงแห่งประชาชาติทั้งหลาย’
- يَا مَرْيَمُ اقْنُتِي لِرَبِّكِ وَاسْجُدِي وَارْكَعِي مَعَ الرَّاكِعِينَ ยา มัรยะมุกนุตี ลิร็อบบิกิ วัสญุดี วัรกะอี มะอัรฺรอกิอีน โอ้มัรยัม จงนอบน้อมภักดี (กุนูต) ต่อพระผู้อภิบาลของเธอ และจงสุญูดและรุกูอ์พร้อมกับบรรดาผู้รุกูอ์เถิด
- ذَٰلِكَ مِنْ أَنبَاءِ الْغَيْبِ نُوحِيهِ إِلَيْكَ وَمَا كُنتَ لَدَيْهِمْ إِذْ يُلْقُونَ أَقْلَامَهُمْ أَيُّهُمْ يَكْفُلُ مَرْيَمَ وَمَا كُنتَ لَدَيْهِمْ إِذْ يَخْتَصِمُونَ ซาลิกะ มิน อัมบาอิลฆ็อยบิ นูหีฮิ อิลัยกะ วะมา กุนตะ ละดัยฮิม อิซ ยุลกูนะ อักลามะฮุม อัยยุฮุม ยักฟุลุ มัรยะมะ วะมา กุนตะ ละดัยฮิม อิซ ยัคตะศิมูน นั่นคือส่วนหนึ่งจากข่าวเร้นลับที่เราวะฮ์ยูแก่เจ้า และเจ้ามิได้อยู่ ณ ที่พวกเขา ขณะที่พวกเขาโยนปากกา (จับสลาก) ของพวกเขาว่าใครในหมู่พวกเขาจะเป็นผู้อุปการะมัรยัม และเจ้าก็มิได้อยู่ ณ ที่พวกเขา ขณะที่พวกเขาโต้เถียงกัน
มะลาอิกะฮ์ (ตามคำบัญชาของอัลลอฮ์) แจ้งแก่มัรยัมถึงเกียรติอันสูงส่ง: อัลลอฮ์ทรงคัดเลือกเธอ (เพราะการอิบาดะฮ์ ความสมถะ และความบริสุทธิ์) · ทรงชำระเธอให้บริสุทธิ์ · และทรงคัดเลือกเธอเหนือบรรดาหญิงแห่งยุคของเธอ · แล้วสั่งให้เธอ กุนูต (นอบน้อมภักดี) สุญูด และรุกูอ์ เพื่อเตรียมรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮ์ทรงกำหนด (การให้กำเนิดบุตรโดยไม่มีบิดา) · ปิดด้วย “ซาลิกะ มิน อัมบาอิลฆ็อยบ์” — เรื่องเหล่านี้เป็น ข่าวเร้นลับ ที่อัลลอฮ์วะฮ์ยูแก่ท่านนบี (ซึ่งท่านมิได้อยู่ในเหตุการณ์ตอนพวกเขา จับสลากด้วยปากกา ว่าใครจะอุปการะมัรยัม) — เป็นหลักฐานการเป็นนบีของมุหัมมัด ﷺ
ต้นฉบับอาหรับ
«كَمَل من الرجال كثيرٌ، ولم يَكْمُل من النساء إلا آسيةُ امرأةُ فرعون، ومريمُ بنتُ عمران، وإنَّ فضل عائشة على النساء كفضل الثريد على سائر الطعام».
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «ในบรรดาบุรุษนั้น มีผู้ที่สมบูรณ์ (ในคุณธรรม) มากมาย แต่ในบรรดาสตรีไม่มีผู้ใดสมบูรณ์ เว้นแต่อาสิยะฮ์ภรรยาของฟิรเอาน์ และมัรยัม บินติ อิมรอน และแท้จริงความประเสริฐของอาอิชะฮ์เหนือบรรดาสตรี ดั่งความประเสริฐของษะรีด (อาหารชนิดหนึ่ง) เหนืออาหารอื่น ๆ»