ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
آل عمران
ตอนที่ 10 · อายะฮ์ 96–103 · กะอ์บะฮ์และหัจญ์ · ยึดมั่นสายเชือกของอัลลอฮ์
ส่วนที่ 41 อายะฮ์ 96–97 : บ้านหลังแรก มะกอมอิบรอฮีม และหน้าที่หัจญ์
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 96–97
- إِنَّ أَوَّلَ بَيْتٍ وُضِعَ لِلنَّاسِ لَلَّذِي بِبَكَّةَ مُبَارَكًا وَهُدًى لِّلْعَالَمِينَ อินนะ เอาวะละ บัยติน วุฎิอะ ลินนาสิ ลัลละซี บิบักกะตะ มุบาเราะกัน วะฮุดัน ลิลอาละมีน แท้จริงบ้านหลังแรกที่ถูกตั้งขึ้นสำหรับมนุษย์ (เพื่อการเคารพภักดี) นั้นคือบ้านที่บักกะฮ์ (มักกะฮ์) อันจำเริญและเป็นทางนำแก่ประชาชาติทั้งหลาย
- فِيهِ آيَاتٌ بَيِّنَاتٌ مَّقَامُ إِبْرَاهِيمَ وَمَن دَخَلَهُ كَانَ آمِنًا وَلِلَّهِ عَلَى النَّاسِ حِجُّ الْبَيْتِ مَنِ اسْتَطَاعَ إِلَيْهِ سَبِيلًا وَمَن كَفَرَ فَإِنَّ اللَّهَ غَنِيٌّ عَنِ الْعَالَمِينَ ฟีฮิ อายาตุน บัยยินาตุน มะกอมุ อิบรอฮีม วะมัน ดะเคาะละฮู กานะ อามินา วะลิลลาฮิ อะลันนาสิ หิจญุลบัยติ มะนิสตะฏออะ อิลัยฮิ สะบีลา วะมัน กะฟะเราะ ฟะอินนัลลอฮะ เฆาะนียยุน อะนิลอาละมีน ในนั้นมีสัญญาณอันชัดแจ้งหลายประการ (คือ) มะกอมอิบรอฮีม และผู้ใดที่เข้าไปในนั้นย่อมปลอดภัย และเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์เหนือมนุษย์ ที่จะต้องทำหัจญ์ ณ บ้านหลังนี้ สำหรับผู้ที่สามารถหาหนทางไปยังมันได้ และผู้ใดปฏิเสธ (ไม่ยอมทำ) แท้จริงอัลลอฮ์ทรงพอเพียงจากประชาชาติทั้งหลาย
“บ้านหลังแรกที่ถูกตั้งขึ้นสำหรับมนุษย์” คือ กะอ์บะฮ์ ณ บักกะฮ์ (ชื่อหนึ่งของมักกะฮ์) ที่อิบรอฮีมสร้างตามบัญชาของอัลลอฮ์ · อะลี บินอบีฏอลิบยืนยันว่าก่อนหน้านั้นมีบ้านอื่นอยู่ แต่นี่คือ บ้านหลังแรกที่ถูกตั้งเพื่อการอิบาดะฮ์ และเป็นแหล่งแห่งความจำเริญ (บะเราะกะฮ์) และทางนำ · ในนั้นมี “อายาตบัยยินาต” (สัญญาณชัดเจน) เช่น มะกอมอิบรอฮีม (ก้อนหินที่อิบรอฮีมยืนเมื่อก่อกำแพงกะอ์บะฮ์ ยังปรากฏรอยเท้าท่าน — อุมัรเป็นผู้ย้ายไปด้านตะวันออกเพื่อให้ผู้ฏอวาฟสะดวก) · และ ความปลอดภัยของผู้ที่เข้าเขตหะรอม (แม้ในสมัยญาฮิลียะฮ์ ผู้ฆ่าคนที่หนีเข้าหะรอมก็ปลอดภัยจนกว่าจะออกมา)
“วะลิลลาฮิ อะลันนาสิ หิจญุลบัยต์” คือ อายะฮ์ที่บัญญัติหัจญ์เป็นวาญิบ (ตามทัศนะส่วนใหญ่) — เป็นหนึ่งในรุก่นของอิสลาม จำเป็นครั้งเดียวในชีวิตแก่ผู้ที่ “สามารถหาหนทาง (อิสติฏออะฮ์)” คือมีเสบียงและพาหนะ · ส่วน “มัน กะฟะเราะ” (ผู้ปฏิเสธหน้าที่หัจญ์) อิบนุอับบาสอธิบายว่า “ผู้ที่ปฏิเสธความเป็นฟัรฎูของหัจญ์ก็เท่ากับปฏิเสธศรัทธา” และอัลลอฮ์ทรง “เฆาะนียยุน อะนิลอาละมีน” (พอเพียงจากทุกสรรพสิ่ง)
ต้นฉบับอาหรับ
خطبَنا رسولُ الله ﷺ فقال: «أيُّها الناسُ، قد فُرِض عليكم الحجُّ فحُجُّوا». فقال رجلٌ: أكلَّ عامٍ يا رسولَ الله؟ فسكَت، حتى قالها ثلاثًا. فقال ﷺ: «لو قلتُ: نعم، لوجَبَت، ولَمَا استطعتُم». ثم قال: «ذَروني ما تركتُكم، فإنما هلَك مَن كان قبلَكم بكثرةِ سؤالِهم واختلافِهم على أنبيائهم».
ท่านนบี ﷺ เทศนาแก่เราว่า «โอ้มนุษย์ทั้งหลาย หัจญ์ได้ถูกกำหนดเป็นฟัรฎูแก่พวกท่านแล้ว ดังนั้นจงทำหัจญ์เถิด» ชายคนหนึ่งถามว่า “ทุกปีหรือ โอ้รอซูลุลลอฮ์?” ท่านนิ่งเงียบจนเขาถามครบสามครั้ง แล้วท่านกล่าวว่า «หากฉันตอบว่า “ใช่” มันก็จะเป็นวาญิบ (ทุกปี) และพวกท่านจะไม่สามารถทำได้» แล้วกล่าวว่า «จงปล่อยฉัน (อย่าถามซ้ำ) ตราบที่ฉันไม่ได้สั่ง เพราะแท้จริงผู้คนก่อนพวกท่านพินาศเพราะถามมากและขัดแย้งกับบรรดานบีของพวกเขา»
ส่วนที่ 43 อายะฮ์ 98–101 : อะฮ์ลุลกิตาบขัดขวางทางของอัลลอฮ์ และคำเตือนแก่ผู้ศรัทธา
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 98–101
- قُلْ يَا أَهْلَ الْكِتَابِ لِمَ تَكْفُرُونَ بِآيَاتِ اللَّهِ وَاللَّهُ شَهِيدٌ عَلَىٰ مَا تَعْمَلُونَ กุล ยา อะฮ์ลัลกิตาบิ ลิมะ ตักฟุรูนะ บิอายาติลลาฮิ วัลลอฮุ ชะฮีดุน อะลา มา ตะอ์มะลูน จงกล่าวเถิด ‘โอ้บรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ เหตุใดพวกท่านจึงปฏิเสธสัญญาณต่าง ๆ ของอัลลอฮ์ ทั้งที่อัลลอฮ์ทรงเป็นพยานต่อสิ่งที่พวกท่านกระทำ?’
- قُلْ يَا أَهْلَ الْكِتَابِ لِمَ تَصُدُّونَ عَن سَبِيلِ اللَّهِ مَنْ آمَنَ تَبْغُونَهَا عِوَجًا وَأَنتُمْ شُهَدَاءُ وَمَا اللَّهُ بِغَافِلٍ عَمَّا تَعْمَلُونَ กุล ยา อะฮ์ลัลกิตาบิ ลิมะ ตะศุดดูนะ อัน สะบีลิลลาฮิ มัน อามะนะ ตับฆูนะฮา อิวะญัน วะอันตุม ชุฮะดาอ์ วะมัลลอฮุ บิฆอฟิลิน อัมมา ตะอ์มะลูน จงกล่าวเถิด ‘โอ้บรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ เหตุใดพวกท่านจึงขัดขวางผู้ที่ศรัทธาจากหนทางของอัลลอฮ์ โดยพวกท่านปรารถนาให้มันคดเคี้ยว ทั้งที่พวกท่านก็เป็นพยาน (รู้ว่ามันเป็นความจริง)? และอัลลอฮ์มิได้ทรงเผลอต่อสิ่งที่พวกท่านกระทำ’
- يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا إِن تُطِيعُوا فَرِيقًا مِّنَ الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ يَرُدُّوكُم بَعْدَ إِيمَانِكُمْ كَافِرِينَ ยา อัยยุฮัลละซีนะ อามะนู อิน ตุฏีอู ฟะรีก็อน มินัลละซีนะ อูตุลกิตาบะ ยะรุดดูกุม บะอ์ดะ อีมานิกุม กาฟิรีน โอ้บรรดาผู้ศรัทธา หากพวกท่านเชื่อฟังกลุ่มหนึ่งจากบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ พวกเขาจะทำให้พวกท่านกลับกลายเป็นผู้ปฏิเสธหลังจากที่พวกท่านศรัทธาแล้ว
- وَكَيْفَ تَكْفُرُونَ وَأَنتُمْ تُتْلَىٰ عَلَيْكُمْ آيَاتُ اللَّهِ وَفِيكُمْ رَسُولُهُ وَمَن يَعْتَصِم بِاللَّهِ فَقَدْ هُدِيَ إِلَىٰ صِرَاطٍ مُّسْتَقِيمٍ วะกัยฟะ ตักฟุรูนะ วะอันตุม ตุตลา อะลัยกุม อายาตุลลาฮิ วะฟีกุม เราะสูลุฮู วะมัน ยะอ์ตะศิม บิลลาฮิ ฟะก็อด ฮุดิยะ อิลา ศิรอฏิน มุสตะกีม และพวกท่านจะปฏิเสธได้อย่างไร ทั้งที่บรรดาโองการของอัลลอฮ์ถูกอ่านให้พวกท่านฟัง และรอซูลของพระองค์ก็อยู่ในหมู่พวกท่าน และผู้ใดที่ยึดมั่นต่ออัลลอฮ์ แน่แท้เขาย่อมถูกชี้นำสู่ทางอันเที่ยงตรง
อัลลอฮ์ทรงตำหนิอะฮ์ลุลกิตาบที่ ปฏิเสธความจริงทั้งที่รู้ — พวกเขามีความรู้จากบรรดานบีก่อนหน้าเรื่องการมาของมุหัมมัด ﷺ แต่กลับ ปฏิเสธและขัดขวางผู้ศรัทธาจากหนทางของอัลลอฮ์ โดยพยายามทำให้ทางที่เที่ยงตรงดู “คดเคี้ยว” · อัลลอฮ์ทรง “ชะฮีด” (เป็นพยาน) และมิได้ทรงเผลอ
จากนั้นทรง เตือนผู้ศรัทธา ว่าอย่าเชื่อฟังพวกเขา เพราะจะถูกฉุดกลับสู่กุฟร์ · แล้วทรงปลุกจิตสำนึก: “วะกัยฟะ ตักฟุรูน…วะฟีกุม เราะสูลุฮู” — พวกท่านจะปฏิเสธได้อย่างไร ในเมื่อโองการถูกประทานและอ่านให้ฟังทุกวัน และ รอซูลยังอยู่ท่ามกลางพวกท่าน? · ทางรอดคือ “มัน ยะอ์ตะศิม บิลลาฮ์” (ผู้ยึดมั่นต่ออัลลอฮ์) ย่อมได้รับทางนำสู่ศิรอฏมุสตะกีม
อายะฮ์ 102–103 : ยำเกรงอัลลอฮ์อย่างแท้จริง และยึดสายเชือกของพระองค์ให้มั่น
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 102–103
- يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ حَقَّ تُقَاتِهِ وَلَا تَمُوتُنَّ إِلَّا وَأَنتُم مُّسْلِمُونَ ยา อัยยุฮัลละซีนะ อามะนุตตะกุลลอฮะ หักเกาะ ตุกอติฮี วะลา ตะมูตุนนะ อิลลา วะอันตุม มุสลิมูน โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงยำเกรงอัลลอฮ์อย่างแท้จริงในการยำเกรงพระองค์ และพวกท่านจงอย่าตาย เว้นแต่ในสภาพที่พวกท่านเป็นมุสลิม
- وَاعْتَصِمُوا بِحَبْلِ اللَّهِ جَمِيعًا وَلَا تَفَرَّقُوا وَاذْكُرُوا نِعْمَتَ اللَّهِ عَلَيْكُمْ إِذْ كُنتُمْ أَعْدَاءً فَأَلَّفَ بَيْنَ قُلُوبِكُمْ فَأَصْبَحْتُم بِنِعْمَتِهِ إِخْوَانًا وَكُنتُمْ عَلَىٰ شَفَا حُفْرَةٍ مِّنَ النَّارِ فَأَنقَذَكُم مِّنْهَا كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ اللَّهُ لَكُمْ آيَاتِهِ لَعَلَّكُمْ تَهْتَدُونَ วะอ์ตะศิมู บิหับลิลลาฮิ ญะมีอัน วะลา ตะฟัรฺเราะกู วัซกุรู นิอ์มะตัลลอฮิ อะลัยกุม อิซ กุนตุม อะอ์ดาอัน ฟะอัลละฟะ บัยนะ กุลูบิกุม ฟะอัศบะห์ตุม บินิอ์มะติฮี อิควานา วะกุนตุม อะลา ชะฟา หุฟเราะติน มินันนาริ ฟะอันเกาะซะกุม มินฮา กะซาลิกะ ยุบัยยินุลลอฮุ ละกุม อายาติฮี ละอัลละกุม ตะฮ์ตะดูน และพวกท่านจงยึดสายเชือกของอัลลอฮ์โดยพร้อมเพรียงกัน และจงอย่าแตกแยกกัน และจงรำลึกถึงความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกท่าน ขณะที่พวกท่านเคยเป็นศัตรูกัน แล้วพระองค์ทรงทำให้หัวใจของพวกท่านสมานเข้ากัน พวกท่านจึงกลายเป็นพี่น้องกันด้วยความโปรดปรานของพระองค์ และพวกท่านเคยอยู่ริมขอบเหวแห่งไฟนรก แล้วพระองค์ทรงช่วยพวกท่านให้พ้นจากมัน เช่นนั้นแหละอัลลอฮ์ทรงชี้แจงบรรดาโองการของพระองค์แก่พวกท่าน เพื่อว่าพวกท่านจะได้รับทางนำ
“อิตตะกุลลอฮะ หักเกาะ ตุกอติฮี” — จงยำเกรงอัลลอฮ์อย่างแท้จริง · อิบนุมัสอูดอธิบายว่าคือ “ให้พระองค์ได้รับการเชื่อฟังโดยไม่ถูกฝ่าฝืน · ถูกรำลึกโดยไม่ถูกลืม · ถูกขอบคุณโดยไม่ถูกเนรคุณ” · และให้ รักษาอิสลามไว้จนวาระสุดท้าย (ผู้ใดใช้ชีวิตบนสิ่งใด ก็มักตายบนสิ่งนั้น และถูกฟื้นขึ้นบนสิ่งนั้น)
“วะอ์ตะศิมู บิหับลิลลาฮิ ญะมีอา วะลา ตะฟัรฺเราะกู” — จงยึด “สายเชือกของอัลลอฮ์” (คืออัลกุรอานและพันธสัญญาของพระองค์) โดยพร้อมเพรียง และห้ามแตกแยก · แล้วทรงเตือนให้รำลึกความโปรดปราน: ชาว เอาส์และค็อซร็อจญ์ เคยเป็นศัตรูทำสงครามกันยาวนานในญาฮิลียะฮ์ (สงครามบุอาษ) อยู่ริมขอบเหวนรกเพราะกุฟร์ · เมื่ออิสลามมา อัลลอฮ์ทรงสมานหัวใจพวกเขาให้เป็นพี่น้อง — ความรักนี้ “แม้ท่านจะใช้ทรัพย์ทั้งแผ่นดินก็ซื้อไม่ได้ แต่อัลลอฮ์ทรงสมานพวกเขา” (อัลอันฟาล 63)
ต้นฉบับอาหรับ
سمعتُ رسولَ الله ﷺ يقول قبلَ موتِه بثلاثٍ: «لا يموتَنَّ أحدُكم إلا وهو يُحسِنُ الظنَّ باللهِ ﷿».
ญาบิรกล่าวว่า ฉันได้ยินท่านนบี ﷺ กล่าวก่อนท่านเสียชีวิตสามวันว่า «อย่าให้ผู้ใดในหมู่พวกท่านตายลง เว้นแต่ในสภาพที่เขาคิดดี (มีความหวัง) ต่ออัลลอฮ์»
ต้นฉบับอาหรับ
«إنَّ اللهَ يرضى لكم ثلاثًا، ويسخَطُ لكم ثلاثًا: يرضى لكم أن تعبُدوه ولا تُشرِكوا به شيئًا، وأن تعتصِموا بحبلِ اللهِ جميعًا ولا تفرَّقوا، وأن تُناصِحوا مَن ولَّاه اللهُ أمرَكم؛ ويسخَطُ لكم: قيلَ وقالَ، وكثرةَ السؤالِ، وإضاعةَ المالِ».
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «แท้จริงอัลลอฮ์ทรงพอพระทัยแก่พวกท่านสามประการ และทรงกริ้วแก่พวกท่านสามประการ ทรงพอพระทัยที่พวกท่าน: เคารพภักดีพระองค์โดยไม่ตั้งภาคีสิ่งใด · ยึดสายเชือกของอัลลอฮ์โดยพร้อมเพรียงและไม่แตกแยก · และภักดีต่อผู้ที่อัลลอฮ์ทรงมอบหมายให้ปกครองพวกท่าน และทรงกริ้วที่พวกท่าน: พูดจาไร้สาระ (ซุบซิบนินทา) · ถามมากเกินไป · และผลาญทรัพย์»