← ดัชนีซูเราะฮ์
3

ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน

آل عمران

ตอนที่ 18 · อายะฮ์ 176–189 · อย่าเศร้าเพราะผู้ปฏิเสธ · โทษของความตระหนี่ · ทุกชีวิตต้องลิ้มรสความตาย

  • บทที่ 3
  • 200 อายะฮ์
  • มะดะนียะฮ์
  • กำลังตรวจ
📖 อ่านต้นฉบับอาหรับ (ฉบับซามี)
เรียบเรียง

ส่วนที่ 73 อายะฮ์ 176–179 : อย่าเศร้าเพราะผู้ปฏิเสธ และการกลั่นกรองผู้ศรัทธา

3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 176–179
  1. وَلَا يَحْزُنكَ الَّذِينَ يُسَارِعُونَ فِي الْكُفْرِ إِنَّهُمْ لَن يَضُرُّوا اللَّهَ شَيْئًا يُرِيدُ اللَّهُ أَلَّا يَجْعَلَ لَهُمْ حَظًّا فِي الْآخِرَةِ وَلَهُمْ عَذَابٌ عَظِيمٌ วะลา ยะห์ซุนกัลละซีนะ ยุสาริอูนะ ฟิลกุฟร์ อินนะฮุม ลัน ยะฎุรฺรุลลอฮะ ชัยอา ยุรีดุลลอฮุ อัลลา ยัจญอะละ ละฮุม หัซซ็อน ฟิลอาคิเราะฮ์ วะละฮุม อะซาบุน อะซีม และจงอย่าให้บรรดาผู้ที่รีบเร่งกันในการปฏิเสธทำให้เจ้าเศร้าใจ แท้จริงพวกเขาจะไม่ทำอันตรายอัลลอฮ์แต่อย่างใด อัลลอฮ์ทรงประสงค์จะไม่ให้มีส่วนใด ๆ แก่พวกเขาในโลกหน้า และสำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันใหญ่หลวง
  2. إِنَّ الَّذِينَ اشْتَرَوُا الْكُفْرَ بِالْإِيمَانِ لَن يَضُرُّوا اللَّهَ شَيْئًا وَلَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ อินนัลละซีนัชตะเราะวุลกุฟเราะ บิลอีมานิ ลัน ยะฎุรฺรุลลอฮะ ชัยอา วะละฮุม อะซาบุน อะลีม แท้จริงบรรดาผู้ที่ซื้อการปฏิเสธด้วยการศรัทธา (แลกอีมานกับกุฟร์) จะไม่ทำอันตรายอัลลอฮ์แต่อย่างใด และสำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันเจ็บปวด
  3. وَلَا يَحْسَبَنَّ الَّذِينَ كَفَرُوا أَنَّمَا نُمْلِي لَهُمْ خَيْرٌ لِّأَنفُسِهِمْ إِنَّمَا نُمْلِي لَهُمْ لِيَزْدَادُوا إِثْمًا وَلَهُمْ عَذَابٌ مُّهِينٌ วะลา ยะห์สะบันนัลละซีนะ กะฟะรู อันนะมา นุมลี ละฮุม ค็อยรุน ลิอันฟุสิฮิม อินนะมา นุมลี ละฮุม ลิยัซดาดู อิษมา วะละฮุม อะซาบุน มุฮีน และบรรดาผู้ปฏิเสธจงอย่าคิดว่าการที่เราผ่อนผัน (ประวิงเวลา) ให้พวกเขานั้นเป็นการดีแก่ตัวของพวกเขา แท้จริงเราผ่อนผันให้พวกเขาก็เพียงเพื่อให้พวกเขาเพิ่มพูนบาป และสำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันน่าอัปยศ
  4. مَّا كَانَ اللَّهُ لِيَذَرَ الْمُؤْمِنِينَ عَلَىٰ مَا أَنتُمْ عَلَيْهِ حَتَّىٰ يَمِيزَ الْخَبِيثَ مِنَ الطَّيِّبِ وَمَا كَانَ اللَّهُ لِيُطْلِعَكُمْ عَلَى الْغَيْبِ وَلَٰكِنَّ اللَّهَ يَجْتَبِي مِن رُّسُلِهِ مَن يَشَاءُ فَآمِنُوا بِاللَّهِ وَرُسُلِهِ وَإِن تُؤْمِنُوا وَتَتَّقُوا فَلَكُمْ أَجْرٌ عَظِيمٌ มา กานัลลอฮุ ลิยะซะร็อลมุอ์มินีนะ อะลา มา อันตุม อะลัยฮิ หัตตา ยะมีซัลเคาะบีษะ มินัฏฏ็อยยิบ วะมา กานัลลอฮุ ลิยุฏลิอะกุม อะลัลฆ็อยบิ วะลากินนัลลอฮะ ยัจญตะบี มิน รุสุลิฮี มัน ยะชาอ์ ฟะอามินู บิลลาฮิ วะรุสุลิฮ์ วะอิน ตุอ์มินู วะตัตตะกู ฟะละกุม อัจญรุน อะซีม อัลลอฮ์จะไม่ทรงปล่อยบรรดาผู้ศรัทธาไว้ในสภาพที่พวกเจ้าเป็นอยู่ จนกว่าพระองค์จะทรงแยกสิ่งที่ชั่วออกจากสิ่งที่ดี และอัลลอฮ์จะไม่ทรงให้พวกเจ้าล่วงรู้สิ่งเร้นลับ แต่ทว่าอัลลอฮ์ทรงคัดเลือกผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากบรรดารอซูลของพระองค์ ดังนั้นจงศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์เถิด และหากพวกเจ้าศรัทธาและยำเกรง สำหรับพวกเจ้าก็คือรางวัลอันใหญ่หลวง

อัลลอฮ์ทรงปลอบใจท่านนบี ﷺ (ผู้ห่วงใยผู้คนอย่างยิ่ง) ว่า “วะลา ยะห์ซุนกัลละซีนะ ยุสาริอูนะ ฟิลกุฟร์” (อย่าให้ผู้ที่รีบสู่การปฏิเสธทำให้เจ้าเศร้า) เพราะพวกเขา ทำอันตรายอัลลอฮ์ไม่ได้เลย — เป็นแต่ตัวเองที่ขาดทุน · “อินนะมา นุมลี ละฮุม ลิยัซดาดู อิษมา” — การที่อัลลอฮ์ผ่อนผันให้ผู้ปฏิเสธมิใช่ความดีแก่พวกเขา แต่เป็นการปล่อยให้เพิ่มพูนบาป (อิสติดรอจญ์)

“มา กานัลลอฮุ ลิยะซะร็อลมุอ์มินีนะ อะลา มา อันตุม อะลัยฮิ หัตตา ยะมีซัลเคาะบีษะ มินัฏฏ็อยยิบ” — อัลลอฮ์จะไม่ปล่อยผู้ศรัทธาไว้โดยไม่ทดสอบ จนกว่าจะ แยกคนชั่วออกจากคนดี (คือการทดสอบที่อุหุด ซึ่งเผยตัวมุนาฟิก) · และมนุษย์ ไม่อาจล่วงรู้เรื่องเร้นลับ (ใครศรัทธาจริงในใจ) เว้นแต่ผ่านการทดสอบ หรือผ่านรอซูลที่อัลลอฮ์ทรงคัดเลือก

เรียบเรียง

ส่วนที่ 75 อายะฮ์ 180–184 : โทษของความตระหนี่ และการใส่ร้ายอัลลอฮ์

3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 180–184
  1. وَلَا يَحْسَبَنَّ الَّذِينَ يَبْخَلُونَ بِمَا آتَاهُمُ اللَّهُ مِن فَضْلِهِ هُوَ خَيْرًا لَّهُم بَلْ هُوَ شَرٌّ لَّهُمْ سَيُطَوَّقُونَ مَا بَخِلُوا بِهِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ وَلِلَّهِ مِيرَاثُ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ وَاللَّهُ بِمَا تَعْمَلُونَ خَبِيرٌ วะลา ยะห์สะบันนัลละซีนะ ยับเคาะลูนะ บิมา อาตาฮุมุลลอฮุ มิน ฟัฎลิฮี ฮุวะ ค็อยร็อน ละฮุม บัล ฮุวะ ชัรฺรุน ละฮุม สะยุเฏาว์วะกูนะ มา บะเคาะลู บิฮี เยามัลกิยามะฮ์ วะลิลลาฮิ มีรอษุสสะมาวาติ วัลอัรฺฎ์ วัลลอฮุ บิมา ตะอ์มะลูนะ เคาะบีร และบรรดาผู้ที่ตระหนี่ในสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานแก่พวกเขาจากความโปรดปรานของพระองค์ จงอย่าคิดว่ามันเป็นการดีแก่พวกเขา หามิได้ มันเป็นความชั่วแก่พวกเขาต่างหาก สิ่งที่พวกเขาตระหนี่ไว้นั้นจะถูกคล้อง (เป็นปลอกคอ) แก่พวกเขาในวันกิยามะฮ์ และมรดกแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเป็นของอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์ทรงตระหนักยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
  2. لَّقَدْ سَمِعَ اللَّهُ قَوْلَ الَّذِينَ قَالُوا إِنَّ اللَّهَ فَقِيرٌ وَنَحْنُ أَغْنِيَاءُ سَنَكْتُبُ مَا قَالُوا وَقَتْلَهُمُ الْأَنبِيَاءَ بِغَيْرِ حَقٍّ وَنَقُولُ ذُوقُوا عَذَابَ الْحَرِيقِ ละก็อด สะมิอัลลอฮุ ก็อวลัลละซีนะ กอลู อินนัลลอฮะ ฟะกีรุน วะนะห์นุ อัฆนิยาอ์ สะนักตุบุ มา กอลู วะก็อตละฮุมุลอัมบิยาอะ บิฆ็อยริ หักก์ วะนะกูลุ ซูกู อะซาบัลหะรีก แน่นอน อัลลอฮ์ได้ทรงได้ยินคำพูดของบรรดาผู้ที่กล่าวว่า ‘แท้จริงอัลลอฮ์นั้นยากจน และพวกเราร่ำรวย’ เราจะบันทึกสิ่งที่พวกเขากล่าว และการที่พวกเขาสังหารบรรดานบีโดยไม่เป็นธรรม และเราจะกล่าวว่า ‘พวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษด้วยไฟที่แผดเผาเถิด’
  3. ذَٰلِكَ بِمَا قَدَّمَتْ أَيْدِيكُمْ وَأَنَّ اللَّهَ لَيْسَ بِظَلَّامٍ لِّلْعَبِيدِ ซาลิกะ บิมา ก็อดดะมัต อัยดีกุม วะอันนัลลอฮะ ลัยสะ บิซ็อลลามิน ลิลอะบีด นั่นเป็นเพราะสิ่งที่มือของพวกเจ้าได้ก่อไว้ และแท้จริงอัลลอฮ์มิใช่ผู้อธรรมต่อปวงบ่าว
  4. الَّذِينَ قَالُوا إِنَّ اللَّهَ عَهِدَ إِلَيْنَا أَلَّا نُؤْمِنَ لِرَسُولٍ حَتَّىٰ يَأْتِيَنَا بِقُرْبَانٍ تَأْكُلُهُ النَّارُ قُلْ قَدْ جَاءَكُمْ رُسُلٌ مِّن قَبْلِي بِالْبَيِّنَاتِ وَبِالَّذِي قُلْتُمْ فَلِمَ قَتَلْتُمُوهُمْ إِن كُنتُمْ صَادِقِينَ อัลละซีนะ กอลู อินนัลลอฮะ อะฮิดะ อิลัยนา อัลลา นุอ์มินะ ลิเราะสูลิน หัตตา ยะอ์ติยะนา บิกุรฺบานิน ตะกุลุฮุนนาร กุล ก็อด ญาอะกุม รุสุลุน มิน ก็อบลี บิลบัยยินาติ วะบิลละซี กุลตุม ฟะลิมะ ก็อตัลตุมูฮุม อิน กุนตุม ศอดิกีน บรรดาผู้ที่กล่าวว่า ‘แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงสั่งเสียแก่เราว่าอย่าศรัทธาต่อรอซูลคนใด จนกว่าเขาจะนำเครื่องพลี (กุรบาน) ที่ไฟลงมากินมันให้เราเห็น’ จงกล่าวเถิด ‘แน่นอน ได้มีบรรดารอซูลก่อนฉันมายังพวกท่านพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้ง และด้วยสิ่งที่พวกท่านกล่าว (เครื่องพลีที่ไฟกิน) แล้วเหตุใดพวกท่านจึงสังหารพวกเขา หากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริง?’
  5. فَإِن كَذَّبُوكَ فَقَدْ كُذِّبَ رُسُلٌ مِّن قَبْلِكَ جَاءُوا بِالْبَيِّنَاتِ وَالزُّبُرِ وَالْكِتَابِ الْمُنِيرِ ฟะอิน กัซซะบูกะ ฟะก็อด กุซซิบะ รุสุลุน มิน ก็อบลิกะ ญาอู บิลบัยยินาติ วัซซุบุริ วัลกิตาบิลมุนีร ดังนั้นหากพวกเขาปฏิเสธเจ้า แน่แท้บรรดารอซูลก่อนหน้าเจ้าก็ถูกปฏิเสธมาแล้ว (ทั้งที่) พวกเขามาพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้ง คัมภีร์ต่าง ๆ และคัมภีร์อันเจิดจ้า

“วะลา ยะห์สะบันนัลละซีนะ ยับเคาะลูน…ฮุวะ ค็อยร็อน ละฮุม บัล ฮุวะ ชัรฺรุน ละฮุม” — ผู้ตระหนี่อย่าคิดว่าการกักทรัพย์ดีต่อตน แท้จริงเป็นความชั่ว · “สะยุเฏาว์วะกูนะ มา บะเคาะลู บิฮี เยามัลกิยามะฮ์” — สิ่งที่ตระหนี่ (โดยเฉพาะ ซะกาตที่ไม่จ่าย) จะกลายเป็น ปลอกคอที่รัดคอในวันกิยามะฮ์ (ในรูปงูพิษหัวล้าน)

“ละก็อด สะมิอัลลอฮุ ก็อวลัลละซีนะ กอลู อินนัลลอฮะ ฟะกีรุน วะนะห์นุ อัฆนิยาอ์” — ยะฮูด (ฟินหาศ) กล่าวใส่ร้ายว่า “อัลลอฮ์ยากจน พวกเราร่ำรวย” (เมื่ออายะฮ์เรื่อง “การให้ยืมแก่อัลลอฮ์” ลงมา) — อบูบักรโกรธจนตบหน้าเขา · อัลลอฮ์จะบันทึกคำนี้พร้อม การสังหารบรรดานบี ของพวกเขา และตอบแทนด้วยไฟ · และหักล้างข้ออ้างของพวกที่ว่าจะไม่ศรัทธาจนกว่าจะเห็น เครื่องพลีที่ไฟจากฟ้าลงมากิน“ก็มีรอซูลนำสิ่งนั้นมาแล้ว ทำไมพวกท่านจึงสังหารพวกเขาเล่า?” · ปิดด้วยการปลอบใจท่านนบี ﷺ ว่ารอซูลก่อนหน้าก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน

หะดิษ ที่ 34 — ทรัพย์ที่ไม่จ่ายซะกาตจะกลายเป็นงูพิษรัดคอในวันกิยามะฮ์
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

«مَن آتاه الله مالًا فلم يُؤدِّ زكاتَه، مُثِّلَ له (مالُه) شُجاعًا أقرعَ له زَبيبتانِ، يُطوَّقُه يومَ القيامةِ، يأخُذُ بلِهْزِمَتَيْه -يعني شِدقَيْه- يقولُ: أنا مالُك، أنا كَنزُك». ثم تلا: ﴿وَلا يَحْسَبَنَّ الَّذِينَ يَبْخَلُونَ…﴾.

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «ผู้ใดที่อัลลอฮ์ประทานทรัพย์แก่เขา แล้วเขาไม่จ่ายซะกาตของมัน ทรัพย์นั้นจะถูกทำให้ปรากฏแก่เขาเป็นงูพิษหัวล้านที่มีจุดดำสองจุด (เหนือตา) มันจะถูกคล้องคอเขาในวันกิยามะฮ์ มันจะงับกรามทั้งสองข้างของเขา แล้วกล่าวว่า “ฉันคือทรัพย์ของเจ้า ฉันคือขุมทรัพย์ของเจ้า”» แล้วท่านอ่านอายะฮ์ “และบรรดาผู้ที่ตระหนี่…”

📎 ศอหีห์บุคอรี #1403 · #4565 (จากอบูฮุร็อยเราะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #1403 · #4565 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

อายะฮ์ 185–189 : ทุกชีวิตต้องลิ้มรสความตาย และการทดสอบ

3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 185–189
  1. كُلُّ نَفْسٍ ذَائِقَةُ الْمَوْتِ وَإِنَّمَا تُوَفَّوْنَ أُجُورَكُمْ يَوْمَ الْقِيَامَةِ فَمَن زُحْزِحَ عَنِ النَّارِ وَأُدْخِلَ الْجَنَّةَ فَقَدْ فَازَ وَمَا الْحَيَاةُ الدُّنْيَا إِلَّا مَتَاعُ الْغُرُورِ กุลลุ นัฟสิน ซาอิเกาะตุลเมาต์ วะอินนะมา ตุวัฟเฟาว์นะ อุญูเราะกุม เยามัลกิยามะฮ์ ฟะมัน ซุห์ซิหะ อะนินนาริ วะอุดคิลัลญันนะตะ ฟะก็อด ฟาซ วะมัลหะยาตุดดุนยา อิลลา มะตาอุลฆุรูร ทุกชีวิตย่อมลิ้มรสความตาย และแน่นอนพวกเจ้าจะได้รับการตอบแทนของพวกเจ้าอย่างครบถ้วนในวันกิยามะฮ์เท่านั้น ดังนั้นผู้ใดที่ถูกให้ห่างไกลจากไฟนรกและถูกให้เข้าสวรรค์ แน่แท้เขาก็ประสบชัยชนะแล้ว และชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้มิใช่อื่นใด นอกจากสิ่งอำนวยประโยชน์แห่งการหลอกลวง
  2. لَتُبْلَوُنَّ فِي أَمْوَالِكُمْ وَأَنفُسِكُمْ وَلَتَسْمَعُنَّ مِنَ الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ مِن قَبْلِكُمْ وَمِنَ الَّذِينَ أَشْرَكُوا أَذًى كَثِيرًا وَإِن تَصْبِرُوا وَتَتَّقُوا فَإِنَّ ذَٰلِكَ مِنْ عَزْمِ الْأُمُورِ ละตุบละวุนนะ ฟี อัมวาลิกุม วะอันฟุสิกุม วะละตัสมะอุนนะ มินัลละซีนะ อูตุลกิตาบะ มิน ก็อบลิกุม วะมินัลละซีนะ อัชเราะกู อะซัน กะษีรา วะอิน ตัศบิรู วะตัตตะกู ฟะอินนะ ซาลิกะ มิน อัซมิลอุมูร แน่นอน พวกเจ้าจะถูกทดสอบในทรัพย์สินของพวกเจ้าและในตัวของพวกเจ้า และพวกเจ้าจะได้ยินการก่อกวน (คำเจ็บแสบ) มากมายจากบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ก่อนพวกเจ้า และจากบรรดาผู้ตั้งภาคี และหากพวกเจ้าอดทนและยำเกรง แท้จริงนั่นคือส่วนหนึ่งจากกิจการที่ควรมุ่งมั่น (อันหนักแน่น)
  3. وَإِذْ أَخَذَ اللَّهُ مِيثَاقَ الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ لَتُبَيِّنُنَّهُ لِلنَّاسِ وَلَا تَكْتُمُونَهُ فَنَبَذُوهُ وَرَاءَ ظُهُورِهِمْ وَاشْتَرَوْا بِهِ ثَمَنًا قَلِيلًا فَبِئْسَ مَا يَشْتَرُونَ วะอิซ อะเคาะซัลลอฮุ มีษาก็อลละซีนะ อูตุลกิตาบะ ละตุบัยยินุนนะฮู ลินนาสิ วะลา ตักตุมูนะฮู ฟะนะบะซูฮุ วะรออะ ซุฮูริฮิม วัชเตาเราว์ บิฮี ษะมะนัน เกาะลีลา ฟะบิอ์สะ มา ยัชตะรูน และจงรำลึกเมื่ออัลลอฮ์ได้ทรงเอาพันธสัญญาจากบรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ว่า ‘พวกเจ้าจงชี้แจงมันแก่ผู้คนและจงอย่าปิดบังมัน’ แต่พวกเขาก็เหวี่ยงมันไว้เบื้องหลังของพวกเขา และแลกเปลี่ยนมันด้วยราคาอันเล็กน้อย ช่างชั่วช้าเสียนี่กระไรสิ่งที่พวกเขาแลกเปลี่ยน
  4. لَا تَحْسَبَنَّ الَّذِينَ يَفْرَحُونَ بِمَا أَتَوا وَّيُحِبُّونَ أَن يُحْمَدُوا بِمَا لَمْ يَفْعَلُوا فَلَا تَحْسَبَنَّهُم بِمَفَازَةٍ مِّنَ الْعَذَابِ وَلَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ ลา ตะห์สะบันนัลละซีนะ ยัฟเราะหูนะ บิมา อะเตาว์ วะยุหิบบูนะ อัน ยุห์มะดู บิมา ลัม ยัฟอะลู ฟะลา ตะห์สะบันนะฮุม บิมะฟาซะติน มินัลอะซาบ วะละฮุม อะซาบุน อะลีม เจ้าจงอย่าคิดเป็นอันขาดว่าบรรดาผู้ที่ดีใจในสิ่งที่พวกเขาได้ทำ และชอบที่จะถูกยกย่องในสิ่งที่พวกเขามิได้ทำนั้น — เจ้าจงอย่าคิดว่าพวกเขาอยู่ในที่ปลอดภัยจากการลงโทษ และสำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันเจ็บปวด
  5. وَلِلَّهِ مُلْكُ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ وَاللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ วะลิลลาฮิ มุลกุสสะมาวาติ วัลอัรฺฎ์ วัลลอฮุ อะลา กุลลิ ชัยอิน เกาะดีร และอำนาจแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเป็นของอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง

“กุลลุ นัฟสิน ซาอิเกาะตุลเมาต์” — ความจริงอันเป็นสากล: ทุกชีวิตต้องลิ้มรสความตาย มีเพียงอัลลอฮ์ที่ทรงอมตะ · การตอบแทนที่แท้จริงอยู่ที่วันกิยามะฮ์ · “ฟะมัน ซุห์ซิหะ อะนินนาริ วะอุดคิลัลญันนะตะ ฟะก็อด ฟาซ” — ผู้ที่พ้นจากไฟและได้เข้าสวรรค์ คือผู้ชนะที่แท้จริง · ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า “ที่ว่างเท่าแส้เส้นหนึ่งในสวรรค์ ดีกว่าโลกและทุกสิ่งในโลก” · “วะมัลหะยาตุดดุนยา อิลลา มะตาอุลฆุรูร” (ชีวิตโลกนี้เป็นเพียงสิ่งอำนวยประโยชน์ที่ลวงตา)

“ละตุบละวุนนะ ฟี อัมวาลิกุม วะอันฟุสิกุม” — พวกเจ้าจะถูก ทดสอบในทรัพย์และชีวิต และได้ยิน คำเจ็บแสบมากมาย จากอะฮ์ลุลกิตาบและมุชริก — ทางออกคือ “ศ็อบร์ + ตักวา” ซึ่งเป็น “อัซมิลอุมูร” (กิจการที่ควรมุ่งมั่นอย่างหนักแน่น) · แล้วเตือน พันธสัญญาของอะฮ์ลุลกิตาบ ที่จะเปิดเผยคัมภีร์ไม่ปิดบัง แต่กลับ “เหวี่ยงมันไว้เบื้องหลังและแลกด้วยราคาเล็กน้อย” · และเตือนผู้ที่ “ดีใจในสิ่งที่ทำและชอบถูกยกย่องในสิ่งที่ไม่ได้ทำ” ว่าจะไม่รอดพ้นจากการลงโทษ