ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
آل عمران
ตอนที่ 16 · อายะฮ์ 149–158 · แก่นบทเรียนอุหุด · ความหวาดกลัวในใจศัตรู · สะกีนะฮ์และการอภัย
ส่วนที่ 63 อายะฮ์ 149–151 : อย่าเชื่อฟังผู้ปฏิเสธ และความหวาดกลัวในใจศัตรู
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 149–151
- يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا إِن تُطِيعُوا الَّذِينَ كَفَرُوا يَرُدُّوكُمْ عَلَىٰ أَعْقَابِكُمْ فَتَنقَلِبُوا خَاسِرِينَ ยา อัยยุฮัลละซีนะ อามะนู อิน ตุฏีอุลละซีนะ กะฟะรู ยะรุดดูกุม อะลา อะอ์กอบิกุม ฟะตันเกาะลิบู คอสิรีน โอ้บรรดาผู้ศรัทธา หากพวกเจ้าเชื่อฟังบรรดาผู้ปฏิเสธ พวกเขาก็จะทำให้พวกเจ้าหันส้นเท้ากลับ แล้วพวกเจ้าก็จะกลับกลายเป็นผู้ขาดทุน
- بَلِ اللَّهُ مَوْلَاكُمْ وَهُوَ خَيْرُ النَّاصِرِينَ บะลิลลาฮุ เมาลากุม วะฮุวะ ค็อยรุนนาศิรีน หามิได้ อัลลอฮ์คือผู้คุ้มครองพวกเจ้า และพระองค์คือผู้ทรงช่วยเหลือที่ดีเยี่ยม
- سَنُلْقِي فِي قُلُوبِ الَّذِينَ كَفَرُوا الرُّعْبَ بِمَا أَشْرَكُوا بِاللَّهِ مَا لَمْ يُنَزِّلْ بِهِ سُلْطَانًا وَمَأْوَاهُمُ النَّارُ وَبِئْسَ مَثْوَى الظَّالِمِينَ สะนุลกี ฟี กุลูบิลละซีนะ กะฟะรุรฺรุอ์บะ บิมา อัชเราะกู บิลลาฮิ มา ลัม ยุนัซซิล บิฮี สุลฏอนา วะมะอ์วาฮุมุนนาร วะบิอ์สะ มัษวัซซอลิมีน เราจะโยนความหวาดกลัวเข้าไปในหัวใจของบรรดาผู้ปฏิเสธ เพราะเหตุที่พวกเขาตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ด้วยสิ่งที่พระองค์มิได้ประทานหลักฐานใด ๆ ลงมาเกี่ยวกับมัน และที่พำนักของพวกเขาคือไฟนรก และเป็นที่พำนักอันชั่วช้าของบรรดาผู้อธรรม
หลังอุหุด อัลลอฮ์ทรงเตือน: อย่าเชื่อฟังผู้ปฏิเสธและมุนาฟิก เพราะจะถูกฉุดกลับสู่ความขาดทุน · “บะลิลลาฮุ เมาลากุม” (อัลลอฮ์คือผู้คุ้มครองพวกเจ้า) และเป็นผู้ช่วยเหลือที่ดีที่สุด · แล้วทรงแจ้งข่าวดี: “สะนุลกี ฟี กุลูบิลละซีนะ กะฟะรุรฺรุอ์บ” (เราจะโยนความหวาดกลัวเข้าในใจผู้ปฏิเสธ) — ดังที่อัลลอฮ์บันดาลให้อบูสุฟยานหวั่นกลัวจนถอยทัพกลับมักกะฮ์ทั้งที่ได้เปรียบ
ต้นฉบับอาหรับ
«أُعطيتُ خمسًا لم يُعطَهنَّ أحدٌ من الأنبياءِ قبلي: نُصِرتُ بالرُّعبِ مسيرةَ شهرٍ، وجُعِلَت لي الأرضُ مسجدًا وطَهورًا، وأُحِلَّت لي الغنائمُ، وأُعطيتُ الشفاعةَ، وكان النبيُّ يُبعَثُ إلى قومِه خاصَّةً وبُعِثتُ إلى الناسِ عامَّةً».
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «ฉันได้รับห้าประการที่ไม่มีนบีคนใดก่อนฉันเคยได้รับ: ฉันถูกช่วยเหลือด้วยความหวาดกลัว (ในใจศัตรู) ระยะทางหนึ่งเดือน · แผ่นดินถูกทำให้เป็นที่ละหมาดและเครื่องชำระ (ตะยัมมุม) สำหรับฉัน · ทรัพย์เชลย (เฆาะนีมะฮ์) ถูกอนุมัติแก่ฉัน · ฉันได้รับสิทธิ์ชะฟาอะฮ์ · และนบี (ก่อน) ถูกส่งไปยังกลุ่มชนของตนโดยเฉพาะ แต่ฉันถูกส่งมายังมนุษยชาติทั้งมวล»
ส่วนที่ 65 อายะฮ์ 152–153 : สัญญาที่เป็นจริง และความผิดพลาดของนักธนู
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 152–153
- وَلَقَدْ صَدَقَكُمُ اللَّهُ وَعْدَهُ إِذْ تَحُسُّونَهُم بِإِذْنِهِ حَتَّىٰ إِذَا فَشِلْتُمْ وَتَنَازَعْتُمْ فِي الْأَمْرِ وَعَصَيْتُم مِّن بَعْدِ مَا أَرَاكُم مَّا تُحِبُّونَ مِنكُم مَّن يُرِيدُ الدُّنْيَا وَمِنكُم مَّن يُرِيدُ الْآخِرَةَ ثُمَّ صَرَفَكُمْ عَنْهُمْ لِيَبْتَلِيَكُمْ وَلَقَدْ عَفَا عَنكُمْ وَاللَّهُ ذُو فَضْلٍ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ วะละก็อด เศาะดะเกาะกุมุลลอฮุ วะอ์ดะฮู อิซ ตะหุสสูนะฮุม บิอิซนิฮ์ หัตตา อิซา ฟะชิลตุม วะตะนาซะอ์ตุม ฟิลอัมริ วะอะศ็อยตุม มิน บะอ์ดิ มา อะรอกุม มา ตุหิบบูน มินกุม มัน ยุรีดุดดุนยา วะมินกุม มัน ยุรีดุลอาคิเราะฮ์ ษุมมะ เศาะเราะฟะกุม อันฮุม ลิยับตะลิยะกุม วะละก็อด อะฟา อันกุม วัลลอฮุ ซู ฟัฎลิน อะลัลมุอ์มินีน และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงทำให้สัญญาของพระองค์แก่พวกเจ้าเป็นจริงแล้ว ขณะที่พวกเจ้าเข่นฆ่าพวกเขาด้วยอนุมัติของพระองค์ จนกระทั่งเมื่อพวกเจ้าย่อท้อ และขัดแย้งกันในเรื่องคำสั่ง และฝ่าฝืน หลังจากที่พระองค์ทรงให้พวกเจ้าเห็นสิ่งที่พวกเจ้าชอบแล้ว (คือชัยชนะ) — ในหมู่พวกเจ้ามีผู้ที่ต้องการโลกนี้ และในหมู่พวกเจ้ามีผู้ที่ต้องการโลกหน้า — แล้วพระองค์ก็ทรงหันเหพวกเจ้าออกจากพวกเขา เพื่อทรงทดสอบพวกเจ้า และแน่นอนพระองค์ทรงอภัยแก่พวกเจ้าแล้ว และอัลลอฮ์คือผู้ทรงโปรดปรานต่อบรรดาผู้ศรัทธา
- إِذْ تُصْعِدُونَ وَلَا تَلْوُونَ عَلَىٰ أَحَدٍ وَالرَّسُولُ يَدْعُوكُمْ فِي أُخْرَاكُمْ فَأَثَابَكُمْ غَمًّا بِغَمٍّ لِّكَيْلَا تَحْزَنُوا عَلَىٰ مَا فَاتَكُمْ وَلَا مَا أَصَابَكُمْ وَاللَّهُ خَبِيرٌ بِمَا تَعْمَلُونَ อิซ ตุศอิดูนะ วะลา ตัลวูนะ อะลา อะหะดิน วัรฺเราะสูลุ ยัดอูกุม ฟี อุครอกุม ฟะอะษาบะกุม ฆ็อมมัน บิฆ็อมมิน ลิกัยลา ตะห์ซะนู อะลา มา ฟาตะกุม วะลา มา อะศอบะกุม วัลลอฮุ เคาะบีรุน บิมา ตะอ์มะลูน ขณะที่พวกเจ้าวิ่งขึ้น (เขา) หนีไป โดยไม่เหลียวมองผู้ใด และรอซูลก็เรียกพวกเจ้าอยู่ทางด้านหลังของพวกเจ้า แล้วพระองค์ก็ทรงตอบแทนพวกเจ้าด้วยความเศร้าซ้อนความเศร้า เพื่อพวกเจ้าจะได้ไม่เสียใจต่อสิ่งที่หลุดลอยไปจากพวกเจ้า และต่อสิ่งที่ประสบแก่พวกเจ้า และอัลลอฮ์ทรงตระหนักยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
นี่คือหัวใจของบทเรียนอุหุด: ช่วงต้น อัลลอฮ์ทรงทำให้สัญญาชัยชนะเป็นจริง — มุสลิมกำลังเข่นฆ่าและตีศัตรูแตกพ่าย จนกระทั่ง (หัตตา) เกิดสามสิ่ง: “ฟะชิลตุม” (ย่อท้อ/ขลาด) · “ตะนาซะอ์ตุม” (ขัดแย้งกัน) · “อะศ็อยตุม” (ฝ่าฝืนคำสั่ง) — คือ นักธนูละทิ้งตำแหน่งบนเนินเขาเพื่อไปเก็บทรัพย์เชลย ทั้งที่ท่านนบี ﷺ สั่งเด็ดขาดว่า “อย่าละจากที่ ไม่ว่าเราจะชนะหรือแพ้” · เมื่อช่องว่างเปิด คอลิด อิบนุลวะลีด นำทหารม้าตีวกหลัง สถานการณ์จึงพลิก
อัลลอฮ์เผยแรงจูงใจที่ต่างกัน: “มินกุม มัน ยุรีดุดดุนยา” (บางคนต้องการโลกนี้ — คือทรัพย์เชลย) “วะมินกุม มัน ยุรีดุลอาคิเราะฮ์” (บางคนต้องการโลกหน้า) · แต่ด้วยเมตตา “วะละก็อด อะฟา อันกุม” (พระองค์ทรงอภัยแก่พวกเจ้าแล้ว) — มิได้ทำลายล้างทั้งหมด · “ฟะอะษาบะกุม ฆ็อมมัน บิฆ็อมมิน” — ความเศร้าซ้อนความเศร้า (ข่าวลือว่าท่านนบีถูกฆ่า ซ้อนความพ่ายแพ้) เพื่อฝึกให้ไม่จมกับสิ่งที่สูญเสีย
อายะฮ์ 154–158 : ความสงบที่ประทานลงมา และการอภัยแก่ผู้ที่ถอยหนี
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 154–158
- ثُمَّ أَنزَلَ عَلَيْكُم مِّن بَعْدِ الْغَمِّ أَمَنَةً نُّعَاسًا يَغْشَىٰ طَائِفَةً مِّنكُمْ وَطَائِفَةٌ قَدْ أَهَمَّتْهُمْ أَنفُسُهُمْ يَظُنُّونَ بِاللَّهِ غَيْرَ الْحَقِّ ظَنَّ الْجَاهِلِيَّةِ يَقُولُونَ هَل لَّنَا مِنَ الْأَمْرِ مِن شَيْءٍ قُلْ إِنَّ الْأَمْرَ كُلَّهُ لِلَّهِ يُخْفُونَ فِي أَنفُسِهِم مَّا لَا يُبْدُونَ لَكَ يَقُولُونَ لَوْ كَانَ لَنَا مِنَ الْأَمْرِ شَيْءٌ مَّا قُتِلْنَا هَاهُنَا قُل لَّوْ كُنتُمْ فِي بُيُوتِكُمْ لَبَرَزَ الَّذِينَ كُتِبَ عَلَيْهِمُ الْقَتْلُ إِلَىٰ مَضَاجِعِهِمْ وَلِيَبْتَلِيَ اللَّهُ مَا فِي صُدُورِكُمْ وَلِيُمَحِّصَ مَا فِي قُلُوبِكُمْ وَاللَّهُ عَلِيمٌ بِذَاتِ الصُّدُورِ ษุมมะ อันซะละ อะลัยกุม มิน บะอ์ดิลฆ็อมมิ อะมะนะตัน นุอาสัน ยัฆชา ฏออิฟะตัน มินกุม วะฏออิฟะตุน ก็อด อะฮัมมัตฮุม อันฟุสุฮุม ยะซุนนูนะ บิลลาฮิ ฆ็อยร็อลหักกิ ซ็อนนัลญาฮิลียะฮ์ ยะกูลูนะ ฮัล ละนา มินัลอัมริ มิน ชัยอ์ กุล อินนัลอัมเราะ กุลละฮู ลิลลาฮ์ ยุคฟูนะ ฟี อันฟุสิฮิม มา ลา ยุบดูนะ ละกะ ยะกูลูนะ เลาว์ กานะ ละนา มินัลอัมริ ชัยอุน มา กุติลนา ฮาฮุนา กุล เลาว์ กุนตุม ฟี บุยูติกุม ละบะเราะซัลละซีนะ กุติบะ อะลัยฮิมุลก็อตลุ อิลา มะฎอญิอิฮิม วะลิยับตะลิยัลลอฮุ มา ฟี ศุดูริกุม วะลิยุมะห์หิเศาะ มา ฟี กุลูบิกุม วัลลอฮุ อะลีมุน บิซาติศศุดูร แล้วพระองค์ก็ทรงประทานความปลอดภัยลงมาแก่พวกเจ้าหลังจากความเศร้าโศก คือความง่วง (นุอาส) ที่ปกคลุมกลุ่มหนึ่งจากพวกเจ้า ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งนั้น ตัวของพวกเขาเองทำให้พวกเขากังวล พวกเขาคิดต่ออัลลอฮ์โดยไม่ตรงกับความจริง เป็นการคิดแบบญาฮิลียะฮ์ พวกเขากล่าวว่า ‘เรามีส่วนในการตัดสินใจ (เรื่องนี้) บ้างไหม?’ จงกล่าวเถิด ‘แท้จริงการตัดสินใจทั้งหมดเป็นของอัลลอฮ์’ พวกเขาปกปิดในใจของพวกเขาซึ่งสิ่งที่พวกเขาไม่เปิดเผยแก่เจ้า พวกเขากล่าวว่า ‘หากเรามีส่วนในการตัดสินใจบ้าง เราก็คงไม่ถูกฆ่า ณ ที่นี้’ จงกล่าวเถิด ‘แม้พวกท่านจะอยู่ในบ้านของพวกท่าน บรรดาผู้ที่ถูกกำหนดให้ถูกฆ่าก็จะออกไปยังที่นอนตาย (สนามรบ) ของพวกเขาอยู่ดี’ และเพื่ออัลลอฮ์จะทรงทดสอบสิ่งที่อยู่ในทรวงอกของพวกเจ้า และเพื่อทรงชำระสิ่งที่อยู่ในหัวใจของพวกเจ้า และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในทรวงอก
- إِنَّ الَّذِينَ تَوَلَّوْا مِنكُمْ يَوْمَ الْتَقَى الْجَمْعَانِ إِنَّمَا اسْتَزَلَّهُمُ الشَّيْطَانُ بِبَعْضِ مَا كَسَبُوا وَلَقَدْ عَفَا اللَّهُ عَنْهُمْ إِنَّ اللَّهَ غَفُورٌ حَلِيمٌ อินนัลละซีนะ ตะเวาว์เลาว์ มินกุม เยามัลตะกัลญัมอานิ อินนะมัสตะซัลละฮุมุชชัยฏอนุ บิบะอ์ฎิ มา กะสะบู วะละก็อด อะฟัลลอฮุ อันฮุม อินนัลลอฮะ ฆอฟูรุน หะลีม แท้จริงบรรดาผู้ที่ผินหลังหนีในหมู่พวกเจ้าในวันที่สองกองทัพเผชิญกัน แท้จริงชัยฏอนได้ทำให้พวกเขาพลาดพลั้งด้วยบางส่วนของสิ่งที่พวกเขาได้ก่อไว้ (บาปในอดีต) และแน่นอนอัลลอฮ์ได้ทรงอภัยแก่พวกเขาแล้ว แท้จริงอัลลอฮ์คือผู้ทรงอภัย ผู้ทรงหนักแน่น (ขันติ)
- يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا تَكُونُوا كَالَّذِينَ كَفَرُوا وَقَالُوا لِإِخْوَانِهِمْ إِذَا ضَرَبُوا فِي الْأَرْضِ أَوْ كَانُوا غُزًّى لَّوْ كَانُوا عِندَنَا مَا مَاتُوا وَمَا قُتِلُوا لِيَجْعَلَ اللَّهُ ذَٰلِكَ حَسْرَةً فِي قُلُوبِهِمْ وَاللَّهُ يُحْيِي وَيُمِيتُ وَاللَّهُ بِمَا تَعْمَلُونَ بَصِيرٌ ยา อัยยุฮัลละซีนะ อามะนู ลา ตะกูนู กัลละซีนะ กะฟะรู วะกอลู ลิอิควานิฮิม อิซา เฎาะเราะบู ฟิลอัรฺฎิ เอา กานู ฆุซซัน เลาว์ กานู อินดะนา มา มาตู วะมา กุติลู ลิยัจญอะลัลลอฮุ ซาลิกะ หัสเราะตัน ฟี กุลูบิฮิม วัลลอฮุ ยุห์ยี วะยุมีต วัลลอฮุ บิมา ตะอ์มะลูนะ บะศีร โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงอย่าเป็นเช่นบรรดาผู้ปฏิเสธที่กล่าวแก่พี่น้องของพวกเขาเมื่อพวกเขาเดินทางไปในแผ่นดินหรือออกไปทำสงครามว่า ‘หากพวกเขาอยู่กับเรา พวกเขาก็คงไม่ตายและไม่ถูกฆ่า’ เพื่ออัลลอฮ์จะทรงทำให้สิ่งนั้นเป็นความเศร้าเสียใจในหัวใจของพวกเขา และอัลลอฮ์ทรงให้เป็นและทรงให้ตาย และอัลลอฮ์ทรงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
- وَلَئِن قُتِلْتُمْ فِي سَبِيلِ اللَّهِ أَوْ مُتُّمْ لَمَغْفِرَةٌ مِّنَ اللَّهِ وَرَحْمَةٌ خَيْرٌ مِّمَّا يَجْمَعُونَ วะละอิน กุติลตุม ฟี สะบีลิลลาฮิ เอา มุตตุม ละมัฆฟิเราะตุน มินัลลอฮิ วะเราะห์มะตุน ค็อยรุน มิมมา ยัจญมะอูน และแน่นอน หากพวกเจ้าถูกฆ่าในหนทางของอัลลอฮ์หรือตายไป แน่แท้การอภัยจากอัลลอฮ์และความเมตตานั้นย่อมดีกว่าสิ่งที่พวกเขาสะสมกันไว้
- وَلَئِن مُّتُّمْ أَوْ قُتِلْتُمْ لَإِلَى اللَّهِ تُحْشَرُونَ วะละอิน มุตตุม เอา กุติลตุม ละอิลัลลอฮิ ตุห์ชะรูน และแน่นอน หากพวกเจ้าตายหรือถูกฆ่า แน่แท้ยังอัลลอฮ์ที่พวกเจ้าจะถูกรวบรวม
“ษุมมะ อันซะละ อะลัยกุม มิน บะอ์ดิลฆ็อมมิ อะมะนะตัน นุอาสา” — หลังความเศร้า อัลลอฮ์ทรงประทาน “สะกีนะฮ์/อะมะนะฮ์” ในรูป “ความง่วง (นุอาส)” ที่ปกคลุมผู้ศรัทธาแท้กลางสนามรบ — อบูฏ็อลหะฮ์เล่าว่าดาบร่วงจากมือเพราะความง่วงหลายครั้ง · ความง่วงในสงครามเป็นสัญญาณของความมั่นคงใจ (ต่างจากความง่วงในละหมาดที่มาจากชัยฏอน) · ส่วนกลุ่มที่สอง (มุนาฟิก) กังวลแต่ตัวเอง “ยะซุนนูนะ บิลลาฮิ ฆ็อยร็อลหักกิ ซ็อนนัลญาฮิลียะฮ์” (คิดต่ออัลลอฮ์อย่างผิด ๆ แบบญาฮิลียะฮ์) — คิดว่าอิสลามจบสิ้นแล้ว · อัลลอฮ์ตอบข้อกังขาเรื่องความตาย: “เลาว์ กุนตุม ฟี บุยูติกุม ละบะเราะซัลละซีนะ กุติบะ อะลัยฮิมุลก็อตลุ อิลา มะฎอญิอิฮิม” — แม้อยู่บ้าน ผู้ที่ถูกลิขิตให้ตายก็ต้องออกไปสู่ที่ตายของตน (อายุขัยเปลี่ยนไม่ได้)
“อินนัลละซีนะ ตะเวาว์เลาว์…วะละก็อด อะฟัลลอฮุ อันฮุม” — ผู้ที่ถอยหนีในวันอุหุด ชัยฏอนทำให้พลาดเพราะบาปในอดีต แต่อัลลอฮ์ทรงอภัยพวกเขาแล้ว (รวมถึงอุษมาน ดังที่อิบนุอุมัรยืนยัน) — แสดงความเมตตาอันกว้างขวาง · แล้วห้ามผู้ศรัทธาคิดแบบกาฟิรที่ว่า “ถ้าไม่ไปรบ/เดินทางก็คงไม่ตาย” เพราะ “วัลลอฮุ ยุห์ยี วะยุมีต” · และยืนยันว่า การพลีในหนทางของอัลลอฮ์นำสู่การอภัยและความเมตตา ที่ดีกว่าทรัพย์สินที่สะสมทั้งหมด