ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
آل عمران
ตอนที่ 17 · อายะฮ์ 159–175 · ความอ่อนโยนและการปรึกษา · ชะฮีดยังมีชีวิต · หัสบุนัลลอฮ์
ส่วนที่ 67 อายะฮ์ 159–160 : ความอ่อนโยน การปรึกษาหารือ และการมอบหมาย
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 159–160
- فَبِمَا رَحْمَةٍ مِّنَ اللَّهِ لِنتَ لَهُمْ وَلَوْ كُنتَ فَظًّا غَلِيظَ الْقَلْبِ لَانفَضُّوا مِنْ حَوْلِكَ فَاعْفُ عَنْهُمْ وَاسْتَغْفِرْ لَهُمْ وَشَاوِرْهُمْ فِي الْأَمْرِ فَإِذَا عَزَمْتَ فَتَوَكَّلْ عَلَى اللَّهِ إِنَّ اللَّهَ يُحِبُّ الْمُتَوَكِّلِينَ ฟะบิมา เราะห์มะติน มินัลลอฮิ ลินตะ ละฮุม วะเลาว์ กุนตะ ฟัซซัน เฆาะลีซ็อลก็อลบิ ลันฟัฎฎู มิน เฮาว์ลิกะ ฟะอ์ฟุ อันฮุม วัสตัฆฟิร ละฮุม วะชาวิรฺฮุม ฟิลอัมร์ ฟะอิซา อะซัมตะ ฟะตะวักกัล อะลัลลอฮ์ อินนัลลอฮะ ยุหิบบุลมุตะวักกิลีน เนื่องด้วยความเมตตาจากอัลลอฮ์ เจ้าจึงอ่อนโยนแก่พวกเขา และหากเจ้าเป็นผู้หยาบกระด้าง ใจแข็งกระด้าง แน่นอนพวกเขาก็จะแยกตัวออกไปจากรอบข้างเจ้า ดังนั้นจงอภัยให้แก่พวกเขา จงขออภัยโทษให้แก่พวกเขา และจงปรึกษาหารือกับพวกเขาในกิจการ (ที่สำคัญ) ครั้นเมื่อเจ้าตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ก็จงมอบหมายต่ออัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักบรรดาผู้มอบหมาย
- إِن يَنصُرْكُمُ اللَّهُ فَلَا غَالِبَ لَكُمْ وَإِن يَخْذُلْكُمْ فَمَن ذَا الَّذِي يَنصُرُكُم مِّن بَعْدِهِ وَعَلَى اللَّهِ فَلْيَتَوَكَّلِ الْمُؤْمِنُونَ อิน ยันศุรฺกุมุลลอฮุ ฟะลา ฆอลิบะ ละกุม วะอิน ยัคซุลกุม ฟะมัน ซัลละซี ยันศุรุกุม มิน บะอ์ดิฮ์ วะอะลัลลอฮิ ฟัลยะตะวักกะลิลมุอ์มินูน หากอัลลอฮ์ทรงช่วยเหลือพวกเจ้า ก็ไม่มีผู้ใดเอาชนะพวกเจ้าได้ และหากพระองค์ทรงทอดทิ้งพวกเจ้า ก็ใครเล่าที่จะช่วยเหลือพวกเจ้าได้หลังจากพระองค์? และแด่อัลลอฮ์เท่านั้นที่บรรดาผู้ศรัทธาพึงมอบหมาย
หลังอุหุด (ที่บางคนฝ่าฝืน) อัลลอฮ์กลับชี้ให้เห็น ความประเสริฐของท่านนบี ﷺ: “ฟะบิมา เราะห์มะติน มินัลลอฮิ ลินตะ ละฮุม” — ด้วยความเมตตาจากอัลลอฮ์ ท่านจึง อ่อนโยน ต่อพวกเขา · “วะเลาว์ กุนตะ ฟัซซัน เฆาะลีซ็อลก็อลบิ ลันฟัฎฎู มิน เฮาว์ลิก” — หากท่านหยาบคายใจแข็ง ผู้คนคงหนีไปหมด · แล้วสั่งสามประการ: อภัยพวกเขา · ขออภัยให้พวกเขา · และปรึกษาหารือ (ชูรอ) ในกิจการ — แม้ท่านเป็นนบี อัลลอฮ์ก็ให้ท่านปรึกษาเศาะหาบะฮ์เพื่อสร้างแบบอย่างและปลอบใจ · “ฟะอิซา อะซัมตะ ฟะตะวักกัล อะลัลลอฮ์” — เมื่อตัดสินใจแล้วให้ มอบหมาย (ตะวักกุล) · ยืนยันหลัก: “อิน ยันศุรฺกุมุลลอฮุ ฟะลา ฆอลิบะ ละกุม” (หากอัลลอฮ์ช่วย ไม่มีใครชนะพวกท่านได้)
ส่วนที่ 69 อายะฮ์ 161–164 : ความซื่อสัตย์ในทรัพย์ส่วนรวม และความโปรดปรานของการส่งรอซูล
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 161–164
- وَمَا كَانَ لِنَبِيٍّ أَن يَغُلَّ وَمَن يَغْلُلْ يَأْتِ بِمَا غَلَّ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ثُمَّ تُوَفَّىٰ كُلُّ نَفْسٍ مَّا كَسَبَتْ وَهُمْ لَا يُظْلَمُونَ วะมา กานะ ลินะบียยิน อัน ยะฆุลละ วะมัน ยัฆลุล ยะอ์ติ บิมา ฆ็อลละ เยามัลกิยามะฮ์ ษุมมะ ตุวัฟฟา กุลลุ นัฟสิน มา กะสะบัต วะฮุม ลา ยุซละมูน และไม่บังควรแก่นบีคนใดที่จะยักยอก (ทรัพย์เชลย/ทรัพย์ส่วนรวม) และผู้ใดยักยอก เขาจะนำสิ่งที่เขายักยอกมาในวันกิยามะฮ์ แล้วทุกชีวิตจะถูกตอบแทนอย่างครบถ้วนตามที่ได้ขวนขวายไว้ โดยที่พวกเขาจะไม่ถูกอธรรม
- أَفَمَنِ اتَّبَعَ رِضْوَانَ اللَّهِ كَمَن بَاءَ بِسَخَطٍ مِّنَ اللَّهِ وَمَأْوَاهُ جَهَنَّمُ وَبِئْسَ الْمَصِيرُ อะฟะมะนิตตะบะอะ ริฎวานัลลอฮิ กะมัน บาอะ บิสะเคาะฏิน มินัลลอฮิ วะมะอ์วาฮุ ญะฮันนัม วะบิอ์สัลมะศีร ผู้ที่ปฏิบัติตามความพอพระทัยของอัลลอฮ์ จะเหมือนกับผู้ที่นำความกริ้วโกรธจากอัลลอฮ์กลับไป และที่พำนักของเขาคือนรกญะฮันนัม อันเป็นทางกลับที่ชั่วช้ากระนั้นหรือ?
- هُمْ دَرَجَاتٌ عِندَ اللَّهِ وَاللَّهُ بَصِيرٌ بِمَا يَعْمَلُونَ ฮุม ดะเราะญาตุน อินดัลลอฮ์ วัลลอฮุ บะศีรุน บิมา ยะอ์มะลูน พวกเขามีระดับที่แตกต่างกัน ณ อัลลอฮ์ และอัลลอฮ์ทรงเห็นสิ่งที่พวกเขากระทำ
- لَقَدْ مَنَّ اللَّهُ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ إِذْ بَعَثَ فِيهِمْ رَسُولًا مِّنْ أَنفُسِهِمْ يَتْلُو عَلَيْهِمْ آيَاتِهِ وَيُزَكِّيهِمْ وَيُعَلِّمُهُمُ الْكِتَابَ وَالْحِكْمَةَ وَإِن كَانُوا مِن قَبْلُ لَفِي ضَلَالٍ مُّبِينٍ ละก็อด มันนัลลอฮุ อะลัลมุอ์มินีนะ อิซ บะอะษะ ฟีฮิม เราะสูลัน มิน อันฟุสิฮิม ยัตลู อะลัยฮิม อายาติฮี วะยุซักกีฮิม วะยุอัลลิมุฮุมุลกิตาบะ วัลหิกมะฮ์ วะอิน กานู มิน ก็อบลุ ละฟี เฎาะลาลิน มุบีน แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงประทานความโปรดปรานแก่บรรดาผู้ศรัทธา เมื่อพระองค์ได้ทรงส่งรอซูลคนหนึ่งจากหมู่พวกเขาเองมาในหมู่พวกเขา ผู้อ่านบรรดาโองการของพระองค์แก่พวกเขา ขัดเกลาพวกเขา และสอนคัมภีร์และวิทยปัญญาแก่พวกเขา ทั้งที่แต่ก่อนพวกเขาอยู่ในการหลงผิดอันชัดแจ้ง
“วะมา กานะ ลินะบียยิน อัน ยะฆุลล์” — ไม่บังควรแก่นบีที่จะ “ฆุลูล” (ยักยอกทรัพย์เชลยหรือทรัพย์ส่วนรวม) — เป็นการชำระข้อกล่าวหาต่อท่านนบี ﷺ และเตือนทุกคนว่า ผู้ยักยอกจะแบกสิ่งนั้นมาในวันกิยามะฮ์ อย่างน่าอับอาย · แล้วเปรียบเทียบสองประเภทคน: “ผู้ตามความพอพระทัยของอัลลอฮ์” ย่อมไม่เท่ากับ “ผู้ที่นำความกริ้วของอัลลอฮ์กลับไปสู่นรก” — “ฮุม ดะเราะญาต” (พวกเขาต่างระดับกัน ณ อัลลอฮ์)
อายะฮ์ 164 เป็นการรำลึกความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่: “ละก็อด มันนัลลอฮุ อะลัลมุอ์มินีนะ อิซ บะอะษะ ฟีฮิม เราะสูลัน มิน อันฟุสิฮิม” — อัลลอฮ์ทรงส่ง รอซูลจากหมู่พวกเขาเอง (เป็นชาวอาหรับ พูดภาษาเดียวกัน) ผู้ทำสี่หน้าที่: อ่านโองการ · ขัดเกลา (ตัซกียะฮ์) · สอนคัมภีร์ · และสอนวิทยปัญญา — ทั้งที่ก่อนหน้านั้นพวกเขาอยู่ในความหลงผิดอันชัดแจ้ง
ส่วนที่ 71 อายะฮ์ 165–168 : สาเหตุจากตัวเอง และการเปิดโปงมุนาฟิก
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 165–168
- أَوَلَمَّا أَصَابَتْكُم مُّصِيبَةٌ قَدْ أَصَبْتُم مِّثْلَيْهَا قُلْتُمْ أَنَّىٰ هَٰذَا قُلْ هُوَ مِنْ عِندِ أَنفُسِكُمْ إِنَّ اللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ อะวะลัมมา อะศอบัตกุม มุศีบะตุน ก็อด อะศ็อบตุม มิษลัยฮา กุลตุม อันนา ฮาซา กุล ฮุวะ มิน อินดิ อันฟุสิกุม อินนัลลอฮะ อะลา กุลลิ ชัยอิน เกาะดีร และเมื่อความทุกข์ (ความสูญเสียที่อุหุด) ประสบแก่พวกเจ้า ทั้งที่พวกเจ้าเคยทำให้ (ศัตรู) ประสบเยี่ยงนั้นถึงสองเท่า (ที่บัดร์) พวกเจ้ากลับกล่าวว่า ‘สิ่งนี้มาจากไหน?’ จงกล่าวเถิด ‘มันมาจากตัวของพวกเจ้าเอง’ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง
- وَمَا أَصَابَكُمْ يَوْمَ الْتَقَى الْجَمْعَانِ فَبِإِذْنِ اللَّهِ وَلِيَعْلَمَ الْمُؤْمِنِينَ วะมา อะศอบะกุม เยามัลตะกัลญัมอานิ ฟะบิอิซนิลลาฮิ วะลิยะอ์ละมัลมุอ์มินีน และสิ่งที่ประสบแก่พวกเจ้าในวันที่สองกองทัพเผชิญกันนั้น ก็ด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์ และเพื่อพระองค์จะทรงเผยให้ประจักษ์บรรดาผู้ศรัทธา
- وَلِيَعْلَمَ الَّذِينَ نَافَقُوا وَقِيلَ لَهُمْ تَعَالَوْا قَاتِلُوا فِي سَبِيلِ اللَّهِ أَوِ ادْفَعُوا قَالُوا لَوْ نَعْلَمُ قِتَالًا لَّاتَّبَعْنَاكُمْ هُمْ لِلْكُفْرِ يَوْمَئِذٍ أَقْرَبُ مِنْهُمْ لِلْإِيمَانِ يَقُولُونَ بِأَفْوَاهِهِم مَّا لَيْسَ فِي قُلُوبِهِمْ وَاللَّهُ أَعْلَمُ بِمَا يَكْتُمُونَ วะลิยะอ์ละมัลละซีนะ นาฟะกู วะกีละ ละฮุม ตะอาเลาว์ กอติลู ฟี สะบีลิลลาฮิ อะวิดฟะอู กอลู เลาว์ นะอ์ละมุ กิตาลัน ลัตตะบะอ์นากุม ฮุม ลิลกุฟริ เยามะอิซิน อักเราะบุ มินฮุม ลิลอีมาน ยะกูลูนะ บิอัฟวาฮิฮิม มา ลัยสะ ฟี กุลูบิฮิม วัลลอฮุ อะอ์ละมุ บิมา ยักตุมูน และเพื่อพระองค์จะทรงเผยให้ประจักษ์บรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) และเมื่อได้มีการกล่าวแก่พวกเขาว่า ‘มาเถิด จงต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ หรือจงป้องกัน (เมืองของพวกท่าน)’ พวกเขากลับกล่าวว่า ‘หากเรารู้ว่าจะมีการสู้รบ เราก็จะตามพวกท่าน’ ในวันนั้นพวกเขาใกล้ต่อการปฏิเสธยิ่งกว่าใกล้ต่อการศรัทธา พวกเขากล่าวด้วยปากของพวกเขาในสิ่งที่มิได้อยู่ในหัวใจของพวกเขา และอัลลอฮ์ทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเขาปกปิด
- الَّذِينَ قَالُوا لِإِخْوَانِهِمْ وَقَعَدُوا لَوْ أَطَاعُونَا مَا قُتِلُوا قُلْ فَادْرَءُوا عَنْ أَنفُسِكُمُ الْمَوْتَ إِن كُنتُمْ صَادِقِينَ อัลละซีนะ กอลู ลิอิควานิฮิม วะเกาะอะดู เลาว์ อะฏออูนา มา กุติลู กุล ฟัดเราะอู อัน อันฟุสิกุมุลเมาตะ อิน กุนตุม ศอดิกีน บรรดาผู้ที่กล่าวแก่พี่น้องของพวกเขา ในขณะที่ตัวเองนั่งอยู่ (ไม่ออกรบ) ว่า ‘หากพวกเขาเชื่อฟังเรา พวกเขาก็คงไม่ถูกฆ่า’ จงกล่าวเถิด ‘งั้นพวกท่านจงป้องกันความตายให้พ้นจากตัวเองสิ หากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริง’
เมื่อมุสลิมประหลาดใจว่า “ความพ่ายแพ้นี้มาจากไหน?” ทั้งที่เคยชนะถึงสองเท่าที่บัดร์ (ฆ่าและจับเชลยฝ่ายละ ๗๐) อัลลอฮ์ตอบตรง ๆ: “กุล ฮุวะ มิน อินดิ อันฟุสิกุม” (มันมาจากตัวพวกเจ้าเอง) — เพราะ การฝ่าฝืนของนักธนู (และตามอีกทัศนะ เพราะการรับค่าไถ่เชลยบัดร์) · “วะมา อะศอบะกุม…ฟะบิอิซนิลลาฮ์” — ทุกอย่างเกิดโดยอนุมัติของอัลลอฮ์ เพื่อ แยกผู้ศรัทธาจากมุนาฟิก
การเปิดโปงมุนาฟิก: พวกของอับดุลลอฮ์ อิบนุอุบัยย์ที่ถอนตัวกลางทาง เมื่อถูกเรียกให้ “ต่อสู้หรืออย่างน้อยช่วยป้องกัน” ก็อ้างว่า “เลาว์ นะอ์ละมุ กิตาลัน ลัตตะบะอ์นากุม” (ถ้ารู้ว่าจะมีรบก็จะตาม) ทั้งที่รู้แน่ว่าต้องรบ · “ฮุม ลิลกุฟริ เยามะอิซิน อักเราะบุ มินฮุม ลิลอีมาน” — วันนั้นพวกเขาใกล้กุฟร์ยิ่งกว่าอีมาน · และเมื่อพวกที่นั่งเฉยกล่าวว่า “ถ้าเชื่อเรา (ไม่ออกไป) ก็ไม่ตาย” อัลลอฮ์ท้ากลับ: “ฟัดเราะอู อัน อันฟุสิกุมุลเมาต์” (งั้นก็ป้องกันความตายให้พ้นตัวเองสิ ถ้าจริง)
อายะฮ์ 169–175 : บรรดาชะฮีดที่ยังมีชีวิต และหัสบุนัลลอฮ์
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 169–175
- وَلَا تَحْسَبَنَّ الَّذِينَ قُتِلُوا فِي سَبِيلِ اللَّهِ أَمْوَاتًا بَلْ أَحْيَاءٌ عِندَ رَبِّهِمْ يُرْزَقُونَ วะลา ตะห์สะบันนัลละซีนะ กุติลู ฟี สะบีลิลลาฮิ อัมวาตา บัล อะห์ยาอุน อินดะ ร็อบบิฮิม ยุรฺซะกูน และเจ้าจงอย่าคิดเป็นอันขาดว่าบรรดาผู้ที่ถูกฆ่าในหนทางของอัลลอฮ์นั้นตายแล้ว หามิได้ พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ณ พระผู้อภิบาลของพวกเขา โดยได้รับปัจจัยยังชีพ
- فَرِحِينَ بِمَا آتَاهُمُ اللَّهُ مِن فَضْلِهِ وَيَسْتَبْشِرُونَ بِالَّذِينَ لَمْ يَلْحَقُوا بِهِم مِّنْ خَلْفِهِمْ أَلَّا خَوْفٌ عَلَيْهِمْ وَلَا هُمْ يَحْزَنُونَ ฟะริหีนะ บิมา อาตาฮุมุลลอฮุ มิน ฟัฎลิฮี วะยัสตับชิรูนะ บิลละซีนะ ลัม ยัลหะกู บิฮิม มิน ค็อลฟิฮิม อัลลา เคาว์ฟุน อะลัยฮิม วะลา ฮุม ยะห์ซะนูน ในสภาพที่ดีอกดีใจต่อสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานแก่พวกเขาจากความโปรดปรานของพระองค์ และพวกเขาปีติยินดีต่อบรรดาผู้ที่ยังไม่ตามพวกเขามาจากเบื้องหลัง (คือยังมีชีวิตอยู่) ว่าไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ แก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่เศร้าโศก
- يَسْتَبْشِرُونَ بِنِعْمَةٍ مِّنَ اللَّهِ وَفَضْلٍ وَأَنَّ اللَّهَ لَا يُضِيعُ أَجْرَ الْمُؤْمِنِينَ ยัสตับชิรูนะ บินิอ์มะติน มินัลลอฮิ วะฟัฎลิน วะอันนัลลอฮะ ลา ยุฎีอุ อัจญร็อลมุอ์มินีน พวกเขาปีติยินดีต่อความโปรดปรานจากอัลลอฮ์และความกรุณา และต่อการที่อัลลอฮ์จะไม่ทรงทำให้รางวัลของบรรดาผู้ศรัทธาสูญหาย
- الَّذِينَ اسْتَجَابُوا لِلَّهِ وَالرَّسُولِ مِن بَعْدِ مَا أَصَابَهُمُ الْقَرْحُ لِلَّذِينَ أَحْسَنُوا مِنْهُمْ وَاتَّقَوْا أَجْرٌ عَظِيمٌ อัลละซีนัสตะญาบู ลิลลาฮิ วัรฺเราะสูลิ มิน บะอ์ดิ มา อะศอบะฮุมุลก็อรฺห์ ลิลละซีนะ อะห์สะนู มินฮุม วัตตะเกาว์ อัจญรุน อะซีม บรรดาผู้ที่ตอบรับอัลลอฮ์และรอซูล หลังจากที่บาดแผลได้ประสบแก่พวกเขา สำหรับบรรดาผู้ทำดีในหมู่พวกเขาและยำเกรงนั้น จะได้รับรางวัลอันใหญ่หลวง
- الَّذِينَ قَالَ لَهُمُ النَّاسُ إِنَّ النَّاسَ قَدْ جَمَعُوا لَكُمْ فَاخْشَوْهُمْ فَزَادَهُمْ إِيمَانًا وَقَالُوا حَسْبُنَا اللَّهُ وَنِعْمَ الْوَكِيلُ อัลละซีนะ กอละ ละฮุมุนนาสุ อินนันนาสะ ก็อด ญะมะอู ละกุม ฟัคเชาว์ฮุม ฟะซาดะฮุม อีมานา วะกอลู หัสบุนัลลอฮุ วะนิอ์มัลวะกีล บรรดาผู้ที่มีคนกล่าวแก่พวกเขาว่า ‘แท้จริงผู้คน (พวกกุร็อยช์) ได้รวมพลเพื่อ (จะโจมตี) พวกท่านแล้ว ดังนั้นจงกลัวพวกเขาเถิด’ แต่มันกลับเพิ่มพูนศรัทธาแก่พวกเขา และพวกเขากล่าวว่า ‘อัลลอฮ์ทรงเพียงพอแก่เราแล้ว และพระองค์คือผู้ที่ได้รับมอบหมายที่ดีเยี่ยม’
- فَانقَلَبُوا بِنِعْمَةٍ مِّنَ اللَّهِ وَفَضْلٍ لَّمْ يَمْسَسْهُمْ سُوءٌ وَاتَّبَعُوا رِضْوَانَ اللَّهِ وَاللَّهُ ذُو فَضْلٍ عَظِيمٍ ฟันเกาะละบู บินิอ์มะติน มินัลลอฮิ วะฟัฎลิน ลัม ยัมสัสฮุม สูอุน วัตตะบะอู ริฎวานัลลอฮ์ วัลลอฮุ ซู ฟัฎลิน อะซีม แล้วพวกเขาก็กลับมาพร้อมด้วยความโปรดปรานจากอัลลอฮ์และความกรุณา โดยที่ไม่มีความชั่ว (อันตราย) ใดแตะต้องพวกเขา และพวกเขาได้ปฏิบัติตามความพอพระทัยของอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์คือผู้ทรงโปรดปรานอันใหญ่หลวง
- إِنَّمَا ذَٰلِكُمُ الشَّيْطَانُ يُخَوِّفُ أَوْلِيَاءَهُ فَلَا تَخَافُوهُمْ وَخَافُونِ إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ อินนะมา ซาลิกุมุชชัยฏอนุ ยุค็อฟวิฟุ เอาลิยาอะฮู ฟะลา ตะคอฟูฮุม วะคอฟูนิ อิน กุนตุม มุอ์มินีน แท้จริงนั่นคือชัยฏอนที่ทำให้พวกท่านกลัวบรรดาสมัครพรรคพวกของมัน ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่ากลัวพวกเขา แต่จงกลัวข้า หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธา
“วะลา ตะห์สะบันนัลละซีนะ กุติลู ฟี สะบีลิลลาฮิ อัมวาตา บัล อะห์ยาอุน อินดะ ร็อบบิฮิม ยุรฺซะกูน” — หนึ่งในอายะฮ์ที่งดงามที่สุด: อย่าคิดว่าชะฮีดตายแล้ว พวกเขายังมีชีวิต ณ พระผู้อภิบาล ได้รับริซกี · ท่านนบี ﷺ อธิบายว่า วิญญาณของพวกเขาอยู่ในนกสีเขียว มีโคมแขวนที่บัลลังก์ ท่องเที่ยวในสวรรค์ตามที่ปรารถนา · พวกเขา “ฟะริหีน” (ดีใจ) ในความโปรดปราน และ “ยัสตับชิรูน” (ปีติ) ต่อพี่น้องที่ยังไม่ตามมา (ยังมีชีวิต) ว่าจะไม่ต้องกลัวหรือเศร้า · เรื่องบิดาของญาบิร (อับดุลลอฮ์ อิบนุหะรอม ชะฮีดอุหุด) ที่อัลลอฮ์ตรัสกับเขาโดยตรงและถามว่าปรารถนาสิ่งใด เขาขอกลับมาพลีชีพอีกครั้ง เป็นตัวอย่างอันเลื่องลือ
อายะฮ์ 172–175 (เหตุการณ์หัมรออุลอะสัด): วันรุ่งขึ้นหลังอุหุด ทั้งที่ บาดเจ็บ เศาะหาบะฮ์ก็ ตอบรับคำเรียกของอัลลอฮ์และรอซูล ออกไล่ตามศัตรู · เมื่อมีผู้ขู่ว่า “กุร็อยช์รวมพลจะกลับมาโจมตี จงกลัวเถิด” มันกลับ เพิ่มพูนอีมาน และพวกเขากล่าว “หัสบุนัลลอฮุ วะนิอ์มัลวะกีล” (อัลลอฮ์ทรงเพียงพอแก่เราแล้ว และทรงเป็นผู้ได้รับมอบหมายที่ดีเยี่ยม) · ผลคือ “ฟันเกาะละบู บินิอ์มะติน มินัลลอฮิ…ลัม ยัมสัสฮุม สูอ์” — กลับมาพร้อมความโปรดปรานโดยไม่มีอันตรายใดแตะต้อง · และเปิดโปงว่า “อินนะมา ซาลิกุมุชชัยฏอนุ ยุค็อฟวิฟุ เอาลิยาอะฮู” (นั่นคือชัยฏอนที่ทำให้กลัวพวกพ้องของมัน จงอย่ากลัวพวกเขา แต่จงกลัวข้า)
ต้นฉบับอาหรับ
«أرواحُهم في جوفِ طيرٍ خُضرٍ، لها قناديلُ مُعلَّقةٌ بالعرشِ، تسرحُ من الجنَّةِ حيث شاءت، ثم تأوي إلى تلك القناديلِ»… ثم سألهم ربُّهم: هل تشتهون شيئًا؟ فقالوا: نُريدُ أن تَرُدَّ أرواحَنا في أجسادِنا حتى نُقتَلَ في سبيلِك مرَّةً أخرى.
ท่านนบี ﷺ กล่าวถึงบรรดาชะฮีดว่า «วิญญาณของพวกเขาอยู่ในนกสีเขียว มีโคมไฟแขวนอยู่ที่อารัช (บัลลังก์) ท่องเที่ยวในสวรรค์ตามที่ปรารถนา แล้วกลับไปพักที่โคมเหล่านั้น» … แล้วพระผู้อภิบาลถามพวกเขาว่า “พวกเจ้าปรารถนาสิ่งใดไหม?” พวกเขาตอบว่า “เราปรารถนาให้พระองค์คืนวิญญาณของเราสู่ร่างของเรา เพื่อเราจะได้ถูกฆ่าในหนทางของพระองค์อีกครั้ง (เพราะเห็นความประเสริฐของการพลีชีพ)”
ต้นฉบับอาหรับ
عن ابن عباسٍ ﵄ قال: «حَسْبُنا اللهُ ونِعمَ الوكيلُ» قالها إبراهيمُ ﵇ حين أُلقيَ في النارِ، وقالها محمدٌ ﷺ حين قالوا: ﴿إِنَّ النَّاسَ قَدْ جَمَعُوا لَكُمْ فَاخْشَوْهُمْ فَزَادَهُمْ إِيمَانًا﴾.
จากอิบนุอับบาส ﵄ กล่าวว่า «หัสบุนัลลอฮุ วะนิอ์มัลวะกีล (อัลลอฮ์ทรงเพียงพอแก่เราแล้ว และทรงเป็นผู้ได้รับมอบหมายที่ดีเยี่ยม)» อิบรอฮีม ﵇ กล่าวคำนี้เมื่อถูกโยนเข้ากองไฟ และมุหัมมัด ﷺ (พร้อมเศาะหาบะฮ์) กล่าวคำนี้เมื่อมีผู้ขู่ว่า “แท้จริงผู้คนได้รวมพลเพื่อ (จะโจมตี) พวกท่านแล้ว จงกลัวพวกเขาเถิด” แต่มันกลับเพิ่มพูนศรัทธาแก่พวกเขา