ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
آل عمران
ตอนที่ 12 · อายะฮ์ 115–120 · ความดีไม่สูญเปล่า · อุปมาการบริจาคของกาฟิร · ห้ามคบคนวงในนอกศาสนา
ส่วนที่ 49 อายะฮ์ 115–117 : ความดีไม่ถูกปฏิเสธ และการบริจาคของผู้ปฏิเสธที่สูญเปล่า
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 115–117
- وَمَا يَفْعَلُوا مِنْ خَيْرٍ فَلَن يُكْفَرُوهُ وَاللَّهُ عَلِيمٌ بِالْمُتَّقِينَ วะมา ยัฟอะลู มิน ค็อยริน ฟะลัน ยุกฟะรูฮ์ วัลลอฮุ อะลีมุน บิลมุตตะกีน และความดีใด ๆ ที่พวกเขา (อะฮ์ลุลกิตาบผู้ศรัทธา) กระทำ พวกเขาจะไม่ถูกปฏิเสธ (การตอบแทน) มัน และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้บรรดาผู้ยำเกรงดี
- إِنَّ الَّذِينَ كَفَرُوا لَن تُغْنِيَ عَنْهُمْ أَمْوَالُهُمْ وَلَا أَوْلَادُهُم مِّنَ اللَّهِ شَيْئًا وَأُولَٰئِكَ أَصْحَابُ النَّارِ هُمْ فِيهَا خَالِدُونَ อินนัลละซีนะ กะฟะรู ลัน ตุฆนิยะ อันฮุม อัมวาลุฮุม วะลา เอาลาดุฮุม มินัลลอฮิ ชัยอา วะอุลาอิกะ อัศหาบุนนาริ ฮุม ฟีฮา คอลิดูน แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธนั้น ทรัพย์สินของพวกเขาและลูก ๆ ของพวกเขาจะไม่ช่วยพวกเขาให้พ้นจาก (การลงโทษของ) อัลลอฮ์ได้แต่อย่างใด และชนเหล่านั้นคือชาวนรก โดยพวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล
- مَثَلُ مَا يُنفِقُونَ فِي هَٰذِهِ الْحَيَاةِ الدُّنْيَا كَمَثَلِ رِيحٍ فِيهَا صِرٌّ أَصَابَتْ حَرْثَ قَوْمٍ ظَلَمُوا أَنفُسَهُمْ فَأَهْلَكَتْهُ وَمَا ظَلَمَهُمُ اللَّهُ وَلَٰكِنْ أَنفُسَهُمْ يَظْلِمُونَ มะษะลุ มา ยุนฟิกูนะ ฟี ฮาซิฮิลหะยาติดดุนยา กะมะษะลิ รีหิน ฟีฮา ศิรฺรุน อะศอบัต หัรฺษะ ก็อวมิน ซอละมู อันฟุสะฮุม ฟะอะห์ละกัตฮ์ วะมา ซอละมะฮุมุลลอฮุ วะลากิน อันฟุสะฮุม ยัซลิมูน อุปมาสิ่งที่พวกเขาบริจาคในชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ ก็เปรียบดั่งลมที่มีความหนาวเย็นจัด พัดกระหน่ำไร่นาของกลุ่มชนที่อธรรมต่อตัวเอง แล้วทำลายมันจนสิ้น และอัลลอฮ์มิได้ทรงอธรรมต่อพวกเขา หากแต่พวกเขาอธรรมต่อตัวของพวกเขาเอง
“วะมา ยัฟอะลู มิน ค็อยริน ฟะลัน ยุกฟะรูฮ์” — ความดีของ อะฮ์ลุลกิตาบผู้ศรัทธา (ที่กล่าวถึงในอายะฮ์ก่อน) จะ ไม่สูญเปล่า ณ อัลลอฮ์ พระองค์จะทรงตอบแทนอย่างครบถ้วน · ตรงกันข้ามกับ ผู้ปฏิเสธ ที่ ทรัพย์และลูกหลานช่วยไม่ได้ ในวันกิยามะฮ์
อุปมาอันคมคาย (อายะฮ์ 117): สิ่งที่ผู้ปฏิเสธ บริจาค (แม้เป็นการกุศลในสายตาพวกเขา) เปรียบดั่ง ลมหนาวเย็นจัด (ศิรฺ) ที่พัดทำลายไร่นาที่กำลังจะเก็บเกี่ยว จนสูญสิ้น · เพราะการงานของพวกเขาสร้างบน รากฐานที่ผิด (ไม่มีอีมาน) จึงไม่มีผลในโลกหน้า · “วะมา ซอละมะฮุมุลลอฮ์” (อัลลอฮ์มิได้อธรรมต่อพวกเขา) แต่พวกเขาอธรรมต่อตนเองด้วยการปฏิเสธ
อายะฮ์ 118–120 : ห้ามยึดคนวงในนอกหมู่ผู้ศรัทธา
3 · ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน — อายะฮ์ 118–120
- يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا تَتَّخِذُوا بِطَانَةً مِّن دُونِكُمْ لَا يَأْلُونَكُمْ خَبَالًا وَدُّوا مَا عَنِتُّمْ قَدْ بَدَتِ الْبَغْضَاءُ مِنْ أَفْوَاهِهِمْ وَمَا تُخْفِي صُدُورُهُمْ أَكْبَرُ قَدْ بَيَّنَّا لَكُمُ الْآيَاتِ إِن كُنتُمْ تَعْقِلُونَ ยา อัยยุฮัลละซีนะ อามะนู ลา ตัตตะคิซู บิฏอนะตัน มิน ดูนิกุม ลา ยะอ์ลูนะกุม เคาะบาลา วัดดู มา อะนิตตุม ก็อด บะดะติลบัฆฎออุ มิน อัฟวาฮิฮิม วะมา ตุคฟี ศุดูรุฮุม อักบัร ก็อด บัยยันนา ละกุมุลอายาติ อิน กุนตุม ตะอ์กิลูน โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงอย่ายึดถือคนวงใน (ที่ปรึกษาใกล้ชิด) จากคนอื่นนอกหมู่พวกท่าน พวกเขาจะไม่ลดละความพยายามในการก่อความเสียหายแก่พวกท่าน พวกเขาชอบสิ่งที่ทำให้พวกท่านลำบาก ความเกลียดชังได้ปรากฏออกมาจากปากของพวกเขาแล้ว และสิ่งที่หัวอกของพวกเขาปกปิดไว้นั้นใหญ่หลวงกว่า แน่นอนเราได้ชี้แจงบรรดาสัญญาณแก่พวกท่านแล้ว หากพวกท่านใช้ปัญญา
- هَا أَنتُمْ أُولَاءِ تُحِبُّونَهُمْ وَلَا يُحِبُّونَكُمْ وَتُؤْمِنُونَ بِالْكِتَابِ كُلِّهِ وَإِذَا لَقُوكُمْ قَالُوا آمَنَّا وَإِذَا خَلَوْا عَضُّوا عَلَيْكُمُ الْأَنَامِلَ مِنَ الْغَيْظِ قُلْ مُوتُوا بِغَيْظِكُمْ إِنَّ اللَّهَ عَلِيمٌ بِذَاتِ الصُّدُورِ ฮา อันตุม อุลาอิ ตุหิบบูนะฮุม วะลา ยุหิบบูนะกุม วะตุอ์มินูนะ บิลกิตาบิ กุลลิฮี วะอิซา ละกูกุม กอลู อามันนา วะอิซา เคาะเลาว์ อัฎฎู อะลัยกุมุลอะนามิละ มินัลฆ็อยซ์ กุล มูตู บิฆ็อยซิกุม อินนัลลอฮะ อะลีมุน บิซาติศศุดูร พึงรู้เถิด พวกท่านนี่แหละรักพวกเขา แต่พวกเขาไม่รักพวกท่าน และพวกท่านศรัทธาต่อคัมภีร์ทั้งหมด และเมื่อพวกเขาพบพวกท่าน พวกเขากล่าวว่า ‘เราศรัทธาแล้ว’ แต่เมื่ออยู่ลำพัง พวกเขากัดปลายนิ้วด้วยความโกรธแค้นพวกท่าน จงกล่าวเถิด ‘พวกท่านจงตายด้วยความแค้นของพวกท่านเถิด’ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในทรวงอก
- إِن تَمْسَسْكُمْ حَسَنَةٌ تَسُؤْهُمْ وَإِن تُصِبْكُمْ سَيِّئَةٌ يَفْرَحُوا بِهَا وَإِن تَصْبِرُوا وَتَتَّقُوا لَا يَضُرُّكُمْ كَيْدُهُمْ شَيْئًا إِنَّ اللَّهَ بِمَا يَعْمَلُونَ مُحِيطٌ อิน ตัมสัสกุม หะสะนะตุน ตะสุอ์ฮุม วะอิน ตุศิบกุม สัยยิอะตุน ยัฟเราะหู บิฮา วะอิน ตัศบิรู วะตัตตะกู ลา ยะฎุรฺรุกุม กัยดุฮุม ชัยอา อินนัลลอฮะ บิมา ยะอ์มะลูนะ มุหีฏ หากความดีประสบแก่พวกท่าน มันทำให้พวกเขาเศร้าใจ และหากความชั่ว (เคราะห์ร้าย) ประสบแก่พวกท่าน พวกเขาก็ดีใจกับมัน และหากพวกท่านอดทนและยำเกรง อุบายของพวกเขาก็จะไม่ทำอันตรายพวกท่านได้แต่อย่างใด แท้จริงอัลลอฮ์ทรงล้อมรอบ (รอบรู้) สิ่งที่พวกเขากระทำ
อัลลอฮ์ทรงห้ามผู้ศรัทธา ยึด “บิฏอนะฮ์” (คนวงในที่ไว้วางใจให้รู้ความลับ) จากคนนอกศาสนา (มุนาฟิกและผู้ที่มุ่งร้าย) เพราะพวกเขา “ลา ยะอ์ลูนะกุม เคาะบาลา” (ไม่ลดละที่จะก่อความเสียหายแก่พวกท่าน) และปรารถนาให้พวกท่านลำบาก · ความเกลียดชังปรากฏจากปากของพวกเขาแล้ว และที่ซ่อนในใจยิ่งใหญ่กว่า · อุมัรจึงปฏิเสธเมื่อมีผู้เสนอให้รับเสมียนคริสเตียนจากเมืองหิเราะฮ์ โดยกล่าวว่า “นั่นก็เท่ากับฉันรับคนวงในนอกหมู่ผู้ศรัทธา” — เป็นหลักฐานห้ามมอบตำแหน่งที่ล่วงรู้ความลับของมุสลิมแก่ผู้ที่อาจรั่วไหลสู่ศัตรู
สภาพของพวกเขา (อายะฮ์ 119–120): “ตุหิบบูนะฮุม วะลา ยุหิบบูนะกุม” — พวกท่านรักพวกเขา (เพราะเชื่อการแสดงออกภายนอก) แต่พวกเขาไม่รักพวกท่าน · เมื่อพบก็แสร้งว่า “เราศรัทธา” แต่ยามลำพัง กัดปลายนิ้วด้วยความแค้น · “หากความดีมาถึงพวกท่าน พวกเขาเศร้า หากเคราะห์ร้ายมาถึง พวกเขาดีใจ” (ดังที่มุนาฟิกดีใจในวันอุหุด) · แต่ทางออกคือ “วะอิน ตัศบิรู วะตัตตะกู ลา ยะฎุรฺรุกุม กัยดุฮุม ชัยอา” (หากพวกท่านอดทนและยำเกรง อุบายของพวกเขาจะไม่ทำอันตรายพวกท่านได้) — เกราะป้องกันคือ ศ็อบร์ + ตักวา + ตะวักกุล
ต้นฉบับอาหรับ
«ما بعَث اللهُ من نبيٍّ، ولا استخلَف من خليفةٍ، إلا كانت له بطانتانِ: بطانةٌ تأمُرُه بالخيرِ وتحُضُّه عليه، وبطانةٌ تأمُرُه بالسُّوءِ وتحُضُّه عليه، والمعصومُ مَن عصَم اللهُ».
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «อัลลอฮ์มิได้ทรงส่งนบีคนใด และมิได้ทรงแต่งตั้งเคาะลีฟะฮ์คนใด เว้นแต่เขาจะมีที่ปรึกษาสองฝ่าย: ฝ่ายหนึ่งชักนำเขาสู่ความดีและกระตุ้นเขาในสิ่งนั้น และอีกฝ่ายชักนำเขาสู่ความชั่วและกระตุ้นเขาในสิ่งนั้น และผู้ที่ปลอดภัยคือผู้ที่อัลลอฮ์ทรงคุ้มครอง»