← ดัชนีซูเราะฮ์
2

ซูเราะฮ์อัลบากอเราะฮ์

البقرة

ตอนที่ 5 · อายะฮ์ 87–103 · พันธสัญญา + สิหร์

  • บทที่ 2
  • 286 อายะฮ์
  • มะดะนียะฮ์
  • กำลังตรวจ
📖 อ่านต้นฉบับอาหรับ (ฉบับซามี)
เรียบเรียง

ส่วนที่ 27 อายะฮ์ 87–88 : รอซูลต่อเนื่อง อีซากับรูหุลกุดุส และความยะโส

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 87–88
  1. وَلَقَدْ آتَيْنَا مُوسَى الْكِتَابَ وَقَفَّيْنَا مِن بَعْدِهِ بِالرُّسُلِ ۖ وَآتَيْنَا عِيسَى ابْنَ مَرْيَمَ الْبَيِّنَاتِ وَأَيَّدْنَاهُ بِرُوحِ الْقُدُسِ ۗ أَفَكُلَّمَا جَاءَكُمْ رَسُولٌ بِمَا لَا تَهْوَىٰ أَنفُسُكُمُ اسْتَكْبَرْتُمْ فَفَرِيقًا كَذَّبْتُمْ وَفَرِيقًا تَقْتُلُونَ วะละก็อด อาตัยนา มูสัลกิตาบะ วะก็อฟฟัยนา มิน บะอ์ดิฮี บิรฺรุสุลิ วะอาตัยนา อีสับนะ มัรยะมัลบัยยินาติ วะอัยยัดนาฮุ บิรูหิลกุดุส อะฟะกุลละมา ญาอะกุม เราะสูลุน บิมา ลา ตะฮ์วา อันฟุสุกุมุสตักบัรตุม ฟะฟะรีก็อน กัซซับตุม วะฟะรีก็อน ตักตุลูน และแน่นอน เราได้ให้คัมภีร์ (เตารอต) แก่มูซา และเราได้ส่งบรรดารอซูลติดตามมาหลังจากเขา และเราได้ให้หลักฐานอันชัดแจ้งต่าง ๆ แก่อีซาบุตรของมัรยัม และเราได้สนับสนุนเขาด้วยรูหุลกุดุส (ญิบรีล) แล้วทุกครั้งที่มีรอซูลนำสิ่งที่ไม่ต้องอารมณ์ของพวกเจ้ามา พวกเจ้าก็ยะโส แล้วกลุ่มหนึ่งพวกเจ้าก็ปฏิเสธ และอีกกลุ่มหนึ่งพวกเจ้าก็สังหารกระนั้นหรือ
  2. وَقَالُوا قُلُوبُنَا غُلْفٌ ۚ بَل لَّعَنَهُمُ اللَّهُ بِكُفْرِهِمْ فَقَلِيلًا مَّا يُؤْمِنُونَ วะกอลู กุลูบุนา ฆุลฟ์ บัล ละอะนะฮุมุลลอฮุ บิกุฟริฮิม ฟะเกาะลีลัน มา ยุอ์มินูน และพวกเขากล่าวว่า ‘หัวใจของเราถูกห่อหุ้มไว้ (ไม่รับสิ่งใด)’ หามิได้ แต่อัลลอฮ์ได้สาปแช่งพวกเขาเพราะการปฏิเสธของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงศรัทธากันเพียงน้อยนิด

อายะฮ์ 87 — สายรอซูลต่อเนื่อง และความยะโสของบนีอิสรออีล

อัลลอฮ์ทรงพรรณนาบนีอิสรออีลด้วย ความดื้อดึงและยะโสต่อบรรดานบี: ทรงให้ เตารอต แก่มูซา (แต่พวกเขาบิดเบือน) แล้ว ส่งบรรดารอซูลติดตามมา (ก็อฟฟัยนา = ให้ตามหลังกันมา) ผู้ตัดสินด้วยชะรีอะฮ์ของมูซา จนปิดท้ายนบีของบนีอิสรออีลด้วย อีซาบุตรมัรยัม ผู้ได้รับ “บัยยินาต” (ปาฏิหาริย์ชัดแจ้ง) — อิบนุอับบาสระบุ: ให้คนตายฟื้น · ปั้นนกจากดินแล้วเป่าให้เป็นนกด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์ · รักษาคนป่วย · บอกสิ่งเร้นลับ — และได้รับการสนับสนุนด้วย “รูหุลกุดุส” คือญิบรีล

“อะฟะกุลละมา ญาอะกุม เราะสูลุน บิมา ลา ตะฮ์วา อันฟุสุกุมุสตักบัรตุม” — ทุกครั้งที่รอซูลนำสิ่งที่ขัดอารมณ์มา พวกเขาก็ยะโส “ฟะฟะรีก็อน กัซซับตุม วะฟะรีก็อน ตักตุลูน” (บ้างปฏิเสธ บ้างถึงกับสังหาร) · หมายเหตุ: ใช้กริยาปัจจุบัน “ตักตุลูน” (สังหาร) — ซะมัคชะรีชี้ว่าเพราะพวกเขายัง พยายามสังหารท่านนบีมุหัมมัด ﷺ ด้วยยาพิษและไสยศาสตร์ (ดูหะดีษถัดไป)

อายะฮ์ 88 — “หัวใจของเราถูกห่อหุ้ม”

“วะกอลู กุลูบุนา ฆุลฟ์” — มีสองนัย: (1) หัวใจของเราถูกห่อหุ้ม/ปิดกั้น ไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้าเรียกร้อง (อิบนุอับบาส มุญาฮิด — เทียบฟุศศิลัต 41:5) (2) หัวใจของเราเปี่ยมด้วยความรู้ (เตารอต) แล้ว ไม่ต้องการความรู้ของมุหัมมัด (ฆุลุฟ = ภาชนะบรรจุ) · “บัล ละอะนะฮุมุลลอฮุ บิกุฟริฮิม” — อัลลอฮ์ทรงหักล้าง: หาใช่เช่นนั้นไม่ แต่ หัวใจของพวกเขาถูกสาปแช่งและประทับตราเพราะการปฏิเสธ (เทียบอันนิสาอ์ 4:155) · “ฟะเกาะลีลัน มา ยุอ์มินูน” — พวกเขาศรัทธาเพียงน้อยนิด (มีทัศนะว่า “ผู้ศรัทธาในหมู่พวกเขามีน้อย” หรือ “อีมานของพวกเขามีน้อย” หรือเป็นสำนวนหมายถึง “แทบไม่ศรัทธาเลย”)

หะดิษ ที่ 40 — รูหุลกุดุส (ญิบรีล) สนับสนุนผู้ปกป้องสัจธรรม
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

قَالَتْ عَائِشَةُ: سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ ﷺ يَقُولُ لِحَسَّانَ بْنِ ثَابِتٍ: «إِنَّ رُوحَ الْقُدُسِ لَا يَزَالُ يُؤَيِّدُكَ مَا نَافَحْتَ عَنِ اللَّهِ وَرَسُولِهِ».

อาอิชะฮ์กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวแก่ฮัสซาน บิน ษาบิต (กวีของท่านนบี) ว่า «แท้จริงรูหุลกุดุส (ญิบรีล) จะยังคงสนับสนุนเจ้าตราบเท่าที่เจ้าปกป้องอัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์»

📎 ศอหีห์มุสลิม #2490 (จากอาอิชะฮ์) ยืนยันแล้ว — มุสลิม #2490 ตรวจสอบ ↗
หะดิษ ที่ 41 — ยาพิษค็อยบัร — ยะฮูดพยายามสังหารท่านนบี ﷺ
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

قَالَ النَّبِيُّ ﷺ فِي مَرَضِ مَوْتِهِ: «مَا زَالَتْ أَكْلَةُ خَيْبَرَ تُعَاوِدُنِي، فَهَذَا أَوَانُ انْقِطَاعِ أَبْهَرِي».

ท่านนบี ﷺ กล่าวในช่วงป่วยก่อนสิ้นชีวิตว่า «อาหาร (แพะพิษ) ที่ค็อยบัรยังคงกลับมาเล่นงานฉันอยู่เรื่อยมา และบัดนี้คือเวลาที่เส้นเลือดใหญ่ของฉันจะขาด»

📎 ศอหีห์บุคอรี #2617 · ศอหีห์มุสลิม #2190 (จากอาอิชะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #2617 · มุสลิม #2190 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

อายะฮ์ 89–92 : ปฏิเสธเพราะริษยา และการฆ่านบี

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 89–92
  1. وَلَمَّا جَاءَهُمْ كِتَابٌ مِّنْ عِندِ اللَّهِ مُصَدِّقٌ لِّمَا مَعَهُمْ وَكَانُوا مِن قَبْلُ يَسْتَفْتِحُونَ عَلَى الَّذِينَ كَفَرُوا فَلَمَّا جَاءَهُم مَّا عَرَفُوا كَفَرُوا بِهِ ۚ فَلَعْنَةُ اللَّهِ عَلَى الْكَافِرِينَ วะลัมมา ญาอะฮุม กิตาบุน มิน อินดิลลาฮิ มุศ็อดดิกุน ลิมา มะอะฮุม วะกานู มิน ก็อบลุ ยัสตัฟติหูนะ อะลัลละซีนะ กะฟะรู ฟะลัมมา ญาอะฮุม มา อะเราะฟู กะฟะรู บิฮี ฟะละอ์นะตุลลาฮิ อะลัลกาฟิรีน และเมื่อคัมภีร์ (อัลกุรอาน) จากอัลลอฮ์ได้มายังพวกเขา ซึ่งยืนยันสิ่งที่มีอยู่กับพวกเขา ทั้งที่แต่ก่อนพวกเขาเคยขอชัยชนะเหนือบรรดาผู้ปฏิเสธ (ด้วยการมาของนบีท่านนี้) แต่เมื่อสิ่งที่พวกเขารู้จัก (ว่าเป็นความจริง) ได้มายังพวกเขา พวกเขากลับปฏิเสธมัน ดังนั้นการสาปแช่งของอัลลอฮ์จงประสบแก่บรรดาผู้ปฏิเสธ
  2. بِئْسَمَا اشْتَرَوْا بِهِ أَنفُسَهُمْ أَن يَكْفُرُوا بِمَا أَنزَلَ اللَّهُ بَغْيًا أَن يُنَزِّلَ اللَّهُ مِن فَضْلِهِ عَلَىٰ مَن يَشَاءُ مِنْ عِبَادِهِ ۖ فَبَاءُوا بِغَضَبٍ عَلَىٰ غَضَبٍ ۚ وَلِلْكَافِرِينَ عَذَابٌ مُّهِينٌ บิอ์สะมัชตะเราะเวา บิฮี อันฟุสะฮุม อัน ยักฟุรู บิมา อันซะลัลลอฮุ บัฆยัน อัน ยุนัซซิลัลลอฮุ มิน ฟัฎลิฮี อะลา มัน ยะชาอุ มิน อิบาดิฮี ฟะบาอู บิเฆาะฎ็อบิน อะลา เฆาะฎ็อบ วะลิลกาฟิรีนะ อะซาบุน มุฮีน ช่างชั่วช้าเสียจริงที่พวกเขาขายตัวเองด้วยการปฏิเสธสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานลงมา เพราะความริษยาที่อัลลอฮ์ทรงประทานความโปรดปรานของพระองค์แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพวกเขาจึงนำความกริ้วซ้อนความกริ้วกลับไป และสำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธนั้นคือการลงโทษอันน่าอัปยศ
  3. وَإِذَا قِيلَ لَهُمْ آمِنُوا بِمَا أَنزَلَ اللَّهُ قَالُوا نُؤْمِنُ بِمَا أُنزِلَ عَلَيْنَا وَيَكْفُرُونَ بِمَا وَرَاءَهُ وَهُوَ الْحَقُّ مُصَدِّقًا لِّمَا مَعَهُمْ ۗ قُلْ فَلِمَ تَقْتُلُونَ أَنبِيَاءَ اللَّهِ مِن قَبْلُ إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ วะอิซา กีละ ละฮุม อามินู บิมา อันซะลัลลอฮุ กอลู นุอ์มินุ บิมา อุนซิละ อะลัยนา วะยักฟุรูนะ บิมา วะรออะฮู วะฮุวัลหักกุ มุศ็อดดิก็อน ลิมา มะอะฮุม กุล ฟะลิมะ ตักตุลูนะ อัมบิยาอัลลอฮิ มิน ก็อบลุ อิน กุนตุม มุอ์มินีน และเมื่อมีผู้กล่าวแก่พวกเขาว่า ‘จงศรัทธาต่อสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานลงมาเถิด’ พวกเขากลับกล่าวว่า ‘เราศรัทธาเฉพาะสิ่งที่ถูกประทานแก่เรา’ และพวกเขาปฏิเสธสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนั้น ทั้งที่มันคือความจริงที่ยืนยันสิ่งที่มีอยู่กับพวกเขา จงกล่าวเถิด ‘แล้วเหตุใดพวกท่านจึงสังหารบรรดานบีของอัลลอฮ์มาก่อนหน้านี้เล่า หากพวกท่านเป็นผู้ศรัทธาจริง’
  4. وَلَقَدْ جَاءَكُم مُّوسَىٰ بِالْبَيِّنَاتِ ثُمَّ اتَّخَذْتُمُ الْعِجْلَ مِن بَعْدِهِ وَأَنتُمْ ظَالِمُونَ วะละก็อด ญาอะกุม มูซา บิลบัยยินาติ ษุมมัตตะค็อซตุมุลอิจญละ มิน บะอ์ดิฮี วะอันตุม ซอลิมูน และแน่นอน มูซาได้นำหลักฐานอันชัดแจ้งมายังพวกเจ้าแล้ว หลังจากนั้นพวกเจ้าก็ยึดเอาลูกวัวมาบูชา โดยที่พวกเจ้าเป็นผู้อธรรม

อายะฮ์ 89 — ปฏิเสธนบีที่ตนเคยรอคอย

“วะกานู มิน ก็อบลุ ยัสตัฟติหูนะ อะลัลละซีนะ กะฟะรู” — ก่อนหน้านั้นยะฮูดมะดีนะฮ์เคย ขอชัยชนะเหนือมุชริก (เผ่าเอาส์–ค็อซร็อจญ์) ด้วยการมาของนบีท่านสุดท้าย พูดว่า “นบีกำลังจะถูกส่งมา เราจะฆ่าพวกเจ้าพร้อมเขาเหมือนที่อาดและอิรอมถูกฆ่า” · แต่พอ “ฟะลัมมา ญาอะฮุม มา อะเราะฟู กะฟะรู บิฮี” — เมื่อสิ่งที่พวกเขา รู้จักดี (ว่าเป็นความจริง จากคุณลักษณะในคัมภีร์) มาจริง กลับปฏิเสธ (เพราะท่านมาจากกุร็อยช์ ไม่ใช่บนีอิสรออีล) · มุอาซ บิน ญะบัลและบิชร์ บิน อัลบะรออ์เตือนพวกเขาว่า “โอ้ยะฮูด พวกท่านเคยขอชัยชนะด้วยเขา” แต่สลาม บิน มิชกัม (บนีนะฎีร) กลับปฏิเสธว่า “เขาไม่ได้นำสิ่งที่เรารู้จักมา” · “ฟะละอ์นะตุลลาฮิ อะลัลกาฟิรีน” — การสาปแช่งของอัลลอฮ์จงประสบแก่ผู้ปฏิเสธ

อายะฮ์ 90 — ริษยา และความกริ้วซ้อนความกริ้ว

“บิอ์สะมัชตะเราะเวา บิฮี อันฟุสะฮุม” — ช่างชั่วช้าที่พวกเขาขายตัวเอง ด้วยการปฏิเสธสิ่งที่อัลลอฮ์ประทาน “บัฆยัน (เพราะความริษยา/อธรรม)” ที่อัลลอฮ์ทรงเลือกประทานความโปรดปราน (นบูวะฮ์) แก่ผู้ที่ทรงประสงค์ — ไม่มีความริษยาใดใหญ่ไปกว่านี้ · “ฟะบาอู บิเฆาะฎ็อบิน อะลา เฆาะฎ็อบ” — นำ ความกริ้วซ้อนความกริ้ว กลับไป: (อิบนุอับบาส) กริ้วเพราะละเลยเตารอต + กริ้วเพราะปฏิเสธนบีท่านนี้ · (อัสสุดดีย์) กริ้วเรื่องลูกวัว + กริ้วเพราะปฏิเสธมุหัมมัด ﷺ · “วะลิลกาฟิรีนะ อะซาบุน มุฮีน” — การลงโทษ อันน่าอัปยศ (เพราะกุฟร์ที่เกิดจากความหยิ่งและริษยา จึงถูกตอบด้วยความต่ำต้อย)

อายะฮ์ 91–92 — “ศรัทธาเฉพาะของเรา” ถูกหักล้าง

“นุอ์มินุ บิมา อุนซิละ อะลัยนา” — พวกเขาว่าศรัทธาเฉพาะสิ่งที่ประทานแก่ตน (เตารอต) และปฏิเสธสิ่งอื่น (อัลกุรอาน) “วะฮุวัลหักกุ มุศ็อดดิก็อน ลิมา มะอะฮุม” ทั้งที่มันคือความจริงที่ยืนยันคัมภีร์ของพวกเขาเอง (หลักฐานจึงยืนยันเอาผิดพวกเขา) · อัลลอฮ์หักล้างสองข้อ: (1) “ฟะลิมะ ตักตุลูนะ อัมบิยาอัลลอฮิ มิน ก็อบล์” — ถ้าศรัทธาต่อเตารอตจริง ทำไมจึงสังหารบรรดานบีที่มายืนยันเตารอต? (2) “วะละก็อด ญาอะกุม มูซา บิลบัยยินาติ ษุมมัตตะค็อซตุมุลอิจญ์ล” — มูซานำปาฏิหาริย์ชัดแจ้งมา แล้วพวกเจ้ากลับบูชาลูกวัวหลังจากนั้น — พิสูจน์ว่าคำอ้าง “ศรัทธาต่อสิ่งของเรา” เป็นเท็จ

เรียบเรียง

ส่วนที่ 29 อายะฮ์ 93 : “ได้ยินแต่ฝ่าฝืน” และหัวใจที่ซึมซับลูกวัว

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 93
  1. وَإِذْ أَخَذْنَا مِيثَاقَكُمْ وَرَفَعْنَا فَوْقَكُمُ الطُّورَ خُذُوا مَا آتَيْنَاكُم بِقُوَّةٍ وَاسْمَعُوا ۖ قَالُوا سَمِعْنَا وَعَصَيْنَا وَأُشْرِبُوا فِي قُلُوبِهِمُ الْعِجْلَ بِكُفْرِهِمْ ۚ قُلْ بِئْسَمَا يَأْمُرُكُم بِهِ إِيمَانُكُمْ إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ วะอิซ อะเคาะซนา มีษาเกาะกุม วะเราะฟะอ์นา เฟากะกุมุฏฏูเราะ คุซู มา อาตัยนากุม บิกุววะติน วัสมะอู กอลู สะมิอ์นา วะอะศ็อยนา วะอุชริบู ฟี กุลูบิฮิมุลอิจญละ บิกุฟริฮิม กุล บิอ์สะมา ยะอ์มุรุกุม บิฮี อีมานุกุม อิน กุนตุม มุอ์มินีน และจงรำลึกเมื่อเราได้เอาพันธสัญญาจากพวกเจ้า และเราได้ยกภูเขาฏูรขึ้นเหนือพวกเจ้า (พลางกล่าวว่า) ‘จงยึดสิ่งที่เราได้ให้แก่พวกเจ้าไว้อย่างมั่นคง และจงเชื่อฟัง’ พวกเขากล่าวว่า ‘เราได้ยินแล้ว และเราฝ่าฝืน’ และหัวใจของพวกเขาได้ซึมซับ (ความรัก) ลูกวัวไว้เนื่องจากการปฏิเสธของพวกเขา จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ‘ช่างชั่วช้าเสียจริงที่การศรัทธาของพวกเจ้าใช้ให้พวกเจ้าทำเช่นนั้น หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาจริง’

แม้อัลลอฮ์จะ ยกภูเขาฏูรขึ้นเหนือหัว และสั่งให้ยึดคัมภีร์ “บิกุววะฮ์ (อย่างจริงจัง) พร้อมเชื่อฟัง (วัสมะอู)” แต่พวกเขากลับตอบว่า “สะมิอ์นา วะอะศ็อยนา” (เราได้ยินแล้วและเราฝ่าฝืน) — ตรงข้ามกับผู้ศรัทธาที่กล่าว “สะมิอ์นา วะอะฏออ์นา (ได้ยินและเชื่อฟัง)” (นี่คือคำพูดจริง หรือเป็นคำบรรยายสภาพการกระทำของพวกเขา)

“วะอุชริบู ฟี กุลูบิฮิมุลอิจญ์ล”ความรักในลูกวัวถูกทำให้ซึมซาบเข้าไปในหัวใจ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา (เกาะตาดะฮ์: ความรักมันซึมถึงหัวใจ) · อัสสุดดีย์และอะลี บิน อบีฏอลิบเล่าว่ามูซาเผาลูกวัว บดเป็นผงโปรยลงแม่น้ำ แล้วสั่งให้ดื่ม — ผู้ที่รักลูกวัว ทองจะปรากฏบนริมฝีปาก/ใบหน้าเหลืองอร่ามดั่งทองคำ เป็นเครื่องหมายเปิดโปง · “กุล บิอ์สะมา ยะอ์มุรุกุม บิฮี อีมานุกุม” — จงกล่าวว่า “ช่างชั่วช้าที่การ ‘ศรัทธา’ ของพวกเจ้าใช้ให้ทำเช่นนี้ (ปฏิเสธโองการ ฆ่านบี บูชาลูกวัว) แล้วจะอ้างว่าเป็นผู้ศรัทธาได้อย่างไร?”

เรียบเรียง

อายะฮ์ 94–96 : คำท้าให้อยากตาย และความโลภในการมีชีวิต

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 94–96
  1. قُلْ إِن كَانَتْ لَكُمُ الدَّارُ الْآخِرَةُ عِندَ اللَّهِ خَالِصَةً مِّن دُونِ النَّاسِ فَتَمَنَّوُا الْمَوْتَ إِن كُنتُمْ صَادِقِينَ กุล อิน กานัต ละกุมุดดารุลอาคิเราะตุ อินดัลลาฮิ คอลิเศาะตัน มิน ดูนินนาสิ ฟะตะมันเนาวุลเมาตะ อิน กุนตุม ศอดิกีน จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ‘หากบ้านแห่งปรโลก ณ ที่อัลลอฮ์นั้นเป็นของพวกท่านโดยเฉพาะ ไม่ใช่ของผู้อื่นจริง ก็จงปรารถนาความตายเถิด หากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริง’
  2. وَلَن يَتَمَنَّوْهُ أَبَدًا بِمَا قَدَّمَتْ أَيْدِيهِمْ ۚ وَاللَّهُ عَلِيمٌ بِالظَّالِمِينَ วะลัน ยะตะมันเนาฮุ อะบะดัน บิมา ก็อดดะมัต อัยดีฮิม วัลลอฮุ อะลีมุน บิซซอลิมีน แต่พวกเขาจะไม่ปรารถนามันเลยตลอดกาล เนื่องจากสิ่งที่มือของพวกเขาได้ประกอบไว้ (บาปต่าง ๆ) และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้บรรดาผู้อธรรม
  3. وَلَتَجِدَنَّهُمْ أَحْرَصَ النَّاسِ عَلَىٰ حَيَاةٍ وَمِنَ الَّذِينَ أَشْرَكُوا ۚ يَوَدُّ أَحَدُهُمْ لَوْ يُعَمَّرُ أَلْفَ سَنَةٍ وَمَا هُوَ بِمُزَحْزِحِهِ مِنَ الْعَذَابِ أَن يُعَمَّرَ ۗ وَاللَّهُ بَصِيرٌ بِمَا يَعْمَلُونَ วะละตะญิดันนะฮุม อะห์ร็อเศาะนนาสิ อะลา หะยาติน วะมินัลละซีนะ อัชเราะกู ยะวัดดุ อะหะดุฮุม เลา ยุอัมมะรุ อัลฟะ สะนะติน วะมา ฮุวะ บิมุซะห์ซิหิฮี มินัลอะซาบิ อัน ยุอัมมะเราะ วัลลอฮุ บะศีรุน บิมา ยะอ์มะลูน และแน่นอน เจ้าจะพบว่าพวกเขาเป็นมนุษย์ที่ตะกละอยากมีชีวิต (ในโลกนี้) ยิ่งกว่าผู้ใด ยิ่งกว่าบรรดาผู้ตั้งภาคีเสียอีก แต่ละคนในพวกเขาอยากจะมีอายุยืนถึงพันปี ทั้งที่การมีอายุยืนนั้นก็มิได้ทำให้เขารอดพ้นจากการลงโทษไปได้ และอัลลอฮ์ทรงเห็นสิ่งที่พวกเขากระทำ

อายะฮ์ 94–95 — คำท้าให้ปรารถนาความตาย (มุบาฮะละฮ์)

ยะฮูดโอ้อวดว่า สวรรค์เป็นของพวกตนโดยเฉพาะ (“ไม่มีใครเข้าสวรรค์นอกจากยะฮูดหรือนัศรอนี”) · อัลลอฮ์ทรงท้า “ฟะตะมันเนาวุลเมาต์ (จงปรารถนาความตาย)” หากมั่นใจจริง — อิบนุอับบาสอธิบายว่าเป็น “มุบาฮะละฮ์” (การขอให้ความตายประสบฝ่ายที่โกหกกว่า) · ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า “หากยะฮูดปรารถนาความตาย พวกเขาจะตายทันทีและเห็นที่พำนักของตนในนรก” · แต่ “วะลัน ยะตะมันเนาฮุ อะบะดา” — พวกเขาจะไม่กล้าปรารถนาเลยตลอดกาล “บิมา ก็อดดะมัต อัยดีฮิม” เพราะรู้แก่ใจถึงบาปและการปกปิดคุณลักษณะของนบี · การที่พวกเขาถอยหนีจึงพิสูจน์ความเท็จของตน (เทียบมุบาฮะละฮ์กับชาวนัศรอนีนัจญ์รอน อาลิอิมรอน 3:61 · และซูเราะฮ์อัลญุมุอะฮ์ 62:6–8)

อายะฮ์ 96 — โลภอยากมีชีวิตยิ่งกว่าใคร

“วะละตะญิดันนะฮุม อะห์ร็อเศาะนนาสิ อะลา หะยาฮ์” — เจ้าจะพบว่าพวกเขา โลภอยากมีชีวิตยิ่งกว่าใคร แม้แต่ยิ่งกว่าพวกมุชริก (ที่ไม่เชื่อเรื่องการฟื้นคืนด้วยซ้ำ — เป็นการเน้นว่าโลภยิ่งกว่าคนที่ไม่มีความหวังในอาคิเราะฮ์เสียอีก) · “ยะวัดดุ อะหะดุฮุม เลา ยุอัมมะรุ อัลฟะ สะนะฮ์” — แต่ละคนอยากมีอายุถึงพันปี · “วะมา ฮุวะ บิมุซะห์ซิหิฮี มินัลอะซาบิ อัน ยุอัมมัร” — แต่การมีอายุยืนก็ ไม่อาจทำให้รอดพ้นจากการลงโทษ — เพราะพวกเขากลัวสิ่งที่รออยู่ (ดุนยาคือคุกของผู้ศรัทธาและสวรรค์ของผู้ปฏิเสธ)

หะดิษ ที่ 42 — มนุษย์แก่ตัวลง แต่ยังโลภทรัพย์และอายุยืน
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«يَكْبَرُ ابْنُ آدَمَ وَيَكْبَرُ مَعَهُ اثْنَانِ: حُبُّ الْمَالِ، وَطُولُ الْعُمُرِ».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «บุตรของอาดัม (มนุษย์) แก่ตัวลง แต่มีสองสิ่งที่ยังเติบโตขึ้นพร้อมกับเขา คือ ความรักในทรัพย์สมบัติ และความอยากมีอายุยืน»

📎 ศอหีห์บุคอรี #6421 · ศอหีห์มุสลิม #1047 (จากอะนัส บิน มาลิก) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #6421 · มุสลิม #1047 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

ส่วนที่ 31 อายะฮ์ 97–98 : ผู้เป็นศัตรูกับญิบรีลและมะลาอิกะฮ์

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 97–98
  1. قُلْ مَن كَانَ عَدُوًّا لِّجِبْرِيلَ فَإِنَّهُ نَزَّلَهُ عَلَىٰ قَلْبِكَ بِإِذْنِ اللَّهِ مُصَدِّقًا لِّمَا بَيْنَ يَدَيْهِ وَهُدًى وَبُشْرَىٰ لِلْمُؤْمِنِينَ กุล มัน กานะ อะดูววัน ลิญิบรีละ ฟะอินนะฮู นัซซะละฮู อะลา ก็อลบิกะ บิอิซนิลลาฮิ มุศ็อดดิก็อน ลิมา บัยนะ ยะดัยฮิ วะฮุดัน วะบุชรอ ลิลมุอ์มินีน จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ‘ผู้ใดเป็นศัตรูกับญิบรีล (ก็จงรู้ว่า) แท้จริงเขา (ญิบรีล) ได้นำมัน (อัลกุรอาน) ลงมาสู่หัวใจของเจ้าด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์ เพื่อยืนยันสิ่งที่มีมาก่อนหน้ามัน และเป็นทางนำและข่าวดีสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา’
  2. مَن كَانَ عَدُوًّا لِّلَّهِ وَمَلَائِكَتِهِ وَرُسُلِهِ وَجِبْرِيلَ وَمِيكَالَ فَإِنَّ اللَّهَ عَدُوٌّ لِّلْكَافِرِينَ มัน กานะ อะดูววัน ลิลลาฮิ วะมะลาอิกะติฮี วะรุสุลิฮี วะญิบรีละ วะมีกาละ ฟะอินนัลลอฮะ อะดูววุน ลิลกาฟิรีน ผู้ใดเป็นศัตรูกับอัลลอฮ์ มะลาอิกะฮ์ของพระองค์ บรรดารอซูลของพระองค์ ญิบรีล และมีกาอีล (ก็จงรู้ว่า) แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นศัตรูกับบรรดาผู้ปฏิเสธ

สาเหตุการประทาน: อิบนุญะรีรระบุว่าอุละมาอ์เห็นพ้องว่าอายะฮ์นี้ประทานมาตอบยะฮูดที่อ้างว่า “ญิบรีลเป็นศัตรูของเรา ส่วนมีกาอีลเป็นมิตร” — เพราะเชื่อว่า ญิบรีลนำการลงโทษ สงคราม และความแห้งแล้ง ส่วนมีกาอีลนำความเมตตา ฝน และความอุดม · เมื่อยะฮูดถามท่านนบี ﷺ ว่าใครนำวะฮ์ยูมา ท่านตอบว่า “ญิบรีล” พวกเขาจึงว่า “หากเป็นมีกาอีลเราคงตามท่าน แต่ญิบรีลคือศัตรูของเรา” (มีรายงานทั้งจากอับดุลลอฮ์ บิน สลาม และการโต้ตอบของอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบกับยะฮูด)

การหักล้าง: “ฟะอินนะฮู นัซซะละฮู อะลา ก็อลบิกะ บิอิซนิลลาฮ์” — ญิบรีลเพียงนำวะฮ์ยูลงมา “ด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์” มิได้ทำตามใจตน (ดังมัรยัม 19:64 “และเรา [มะลาอิกะฮ์] จะไม่ลงมานอกจากด้วยพระบัญชาของพระผู้อภิบาลของเจ้า”) และวะฮ์ยูนั้น ยืนยันคัมภีร์เดิม เป็นทางนำและข่าวดีแก่ผู้ศรัทธา · “มัน กานะ อะดูววัน ลิลลาฮิ วะมะลาอิกะติฮี…วะญิบรีละ วะมีกาล” — เป็นการเจาะจงญิบรีลและมีกาอีลหลังกล่าวรวม (มะลาอิกะฮ์และรอซูลทั้งหมด) เพื่อเน้น: การเป็นศัตรูกับทูตองค์ใดองค์หนึ่งเท่ากับเป็นศัตรูกับทั้งหมดและกับอัลลอฮ์ (ดังอันนิสาอ์ 4:150–151 ที่ตัดสินว่าผู้ศรัทธาบางส่วนปฏิเสธบางส่วนคือกาฟิรแท้จริง) · “จิบร์/มีก/อิสรอฟ” หมายถึง “บ่าว” และ “อีล” หมายถึง “อัลลอฮ์” (อิกริมะฮ์) — ญิบรีลจึงเท่ากับ “อับดุลลอฮ์”

หะดิษ ที่ 43 — สาเหตุการประทาน — อับดุลลอฮ์ บิน สลาม และญิบรีล
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

فَقَالَ ابْنُ سَلَامٍ: مَنْ يَأْتِيكَ مِنَ الْمَلَائِكَةِ؟ قَالَ: «جِبْرِيلُ». قَالَ: ذَاكَ عَدُوُّ الْيَهُودِ مِنَ الْمَلَائِكَةِ، فَقَرَأَ هَذِهِ الْآيَةَ: ﴿مَنْ كَانَ عَدُوًّا لِجِبْرِيلَ…﴾.

อับดุลลอฮ์ บิน สลาม (นักปราชญ์ยะฮูดที่เข้ารับอิสลาม) ได้ถามท่านนบี ﷺ หลายข้อ รวมถึง “ใครคือมะลาอิกะฮ์ที่นำวะฮ์ยูมาหาท่าน?” ท่านตอบว่า «ญิบรีล» เขากล่าวว่า “นั่นแหละคือศัตรูของยะฮูดในหมู่มะลาอิกะฮ์” ท่านนบีจึงอ่านอายะฮ์นี้ “ผู้ใดเป็นศัตรูกับญิบรีล…”

📎 ศอหีห์บุคอรี #4480 (จากอะนัส บิน มาลิก) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #4480 ตรวจสอบ ↗
หะดิษ ที่ 44 — ผู้ใดเป็นศัตรูกับวะลี (คนใกล้ชิด) ของอัลลอฮ์ เท่ากับประกาศสงครามกับพระองค์
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

قَالَ اللَّهُ تَعَالَى: «مَنْ عَادَى لِي وَلِيًّا فَقَدْ آذَنْتُهُ بِالْحَرْبِ».

ในหะดีษกุดสี อัลลอฮ์ตรัสว่า «ผู้ใดเป็นศัตรูกับวะลี (คนใกล้ชิด) ของข้า ข้าก็ประกาศทำสงครามกับเขา»

📎 ศอหีห์บุคอรี #6502 (จากอบูฮุร็อยเราะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #6502 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

อายะฮ์ 99–101 : สัญญาณชัดแจ้ง และการทิ้งคัมภีร์ไว้เบื้องหลัง

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 99–101
  1. وَلَقَدْ أَنزَلْنَا إِلَيْكَ آيَاتٍ بَيِّنَاتٍ ۖ وَمَا يَكْفُرُ بِهَا إِلَّا الْفَاسِقُونَ วะละก็อด อันซัลนา อิลัยกะ อายาติน บัยยินาติน วะมา ยักฟุรุ บิฮา อิลลัลฟาสิกูน และแน่นอน เราได้ประทานบรรดาโองการอันชัดแจ้งลงมาแก่เจ้าแล้ว และจะไม่มีผู้ใดปฏิเสธมันนอกจากบรรดาผู้ฝ่าฝืน (ฟาสิก)
  2. أَوَكُلَّمَا عَاهَدُوا عَهْدًا نَّبَذَهُ فَرِيقٌ مِّنْهُم ۚ بَلْ أَكْثَرُهُمْ لَا يُؤْمِنُونَ อะวะกุลละมา อาฮะดู อะฮ์ดัน นะบะซะฮู ฟะรีกุน มินฮุม บัล อักษะรุฮุม ลา ยุอ์มินูน และมิใช่หรือว่า ทุกครั้งที่พวกเขาทำสัญญาไว้ ก็มีกลุ่มหนึ่งในพวกเขาสลัดมันทิ้ง ยิ่งกว่านั้น ส่วนมากของพวกเขาไม่ศรัทธา
  3. وَلَمَّا جَاءَهُمْ رَسُولٌ مِّنْ عِندِ اللَّهِ مُصَدِّقٌ لِّمَا مَعَهُمْ نَبَذَ فَرِيقٌ مِّنَ الَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ كِتَابَ اللَّهِ وَرَاءَ ظُهُورِهِمْ كَأَنَّهُمْ لَا يَعْلَمُونَ วะลัมมา ญาอะฮุม เราะสูลุน มิน อินดิลลาฮิ มุศ็อดดิกุน ลิมา มะอะฮุม นะบะซะ ฟะรีกุน มินัลละซีนะ อูตุลกิตาบะ กิตาบัลลาฮิ วะรออะ ซุฮูริฮิม กะอันนะฮุม ลา ยะอ์ละมูน และเมื่อรอซูลจากอัลลอฮ์ได้มายังพวกเขา ซึ่งยืนยันสิ่งที่มีอยู่กับพวกเขา กลุ่มหนึ่งจากบรรดาผู้ที่ได้รับคัมภีร์ก็เหวี่ยงคัมภีร์ของอัลลอฮ์ไว้เบื้องหลังของพวกเขา ประหนึ่งว่าพวกเขาไม่รู้

“วะละก็อด อันซัลนา อิลัยกะ อายาติน บัยยินาต” — อัลลอฮ์ทรงประทาน โองการอันชัดแจ้ง เป็นหลักฐานถึงความเป็นนบี — คืออัลกุรอานที่ เผยความรู้เร้นลับของยะฮูด ความลับในคัมภีร์ และเรื่องบรรพชนที่มีแต่นักปราชญ์ของพวกเขาเท่านั้นที่รู้ ทั้งที่ท่านนบี ﷺ เป็นอุมมี (อ่านเขียนไม่ได้) — จึงเป็นหลักฐานชัดสำหรับผู้ที่ยุติธรรมต่อตนเอง · “วะมา ยักฟุรุ บิฮา อิลลัลฟาสิกูน” — ไม่มีใครปฏิเสธมันนอกจาก ฟาสิก (ผู้จงใจออกจากสัจธรรม) · อิบนุศูรียากล่าวแก่ท่านนบี ﷺ ว่า “ท่านมิได้นำสิ่งที่เรารู้จักมา” อายะฮ์นี้จึงถูกประทาน

“อะวะกุลละมา อาฮะดู อะฮ์ดัน นะบะซะฮู ฟะรีกุน มินฮุม” — นิสัยเรื้อรัง: ทุกครั้งที่ทำสัญญา ก็มีกลุ่มหนึ่งสลัดทิ้ง (มาลิก บิน อัศศ็อยฟ์ปฏิเสธว่าอัลลอฮ์เคยเอาพันธสัญญาเรื่องมุหัมมัด ﷺ) · อัลหะซันว่า “ไม่มีสัญญาใดบนแผ่นดินที่พวกเขาให้ไว้แล้วไม่ทำลาย — ให้สัญญาวันนี้ ผิดพรุ่งนี้” · “บัล อักษะรุฮุม ลา ยุอ์มินูน” — ส่วนมากไม่ศรัทธา

“นะบะซะ ฟะรีกุน…กิตาบัลลาฮิ วะรออะ ซุฮูริฮิม กะอันนะฮุม ลา ยะอ์ละมูน” — เมื่อนบีมุหัมมัดมายืนยันคัมภีร์ของพวกเขาเอง กลุ่มหนึ่งกลับ เหวี่ยงคัมภีร์ของอัลลอฮ์ (ที่มีคุณลักษณะของนบี) ไว้เบื้องหลัง ประหนึ่งไม่รู้ — คือรู้ความจริงแต่แกล้งเมินเฉยเพื่อรักษาผลประโยชน์

เรียบเรียง

ส่วนที่ 33 อายะฮ์ 102 : ไสยศาสตร์ การใส่ร้ายนบีสุลัยมาน และฮารูต–มารูต

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 102
  1. وَاتَّبَعُوا مَا تَتْلُو الشَّيَاطِينُ عَلَىٰ مُلْكِ سُلَيْمَانَ ۖ وَمَا كَفَرَ سُلَيْمَانُ وَلَٰكِنَّ الشَّيَاطِينَ كَفَرُوا يُعَلِّمُونَ النَّاسَ السِّحْرَ وَمَا أُنزِلَ عَلَى الْمَلَكَيْنِ بِبَابِلَ هَارُوتَ وَمَارُوتَ ۚ وَمَا يُعَلِّمَانِ مِنْ أَحَدٍ حَتَّىٰ يَقُولَا إِنَّمَا نَحْنُ فِتْنَةٌ فَلَا تَكْفُرْ ۖ فَيَتَعَلَّمُونَ مِنْهُمَا مَا يُفَرِّقُونَ بِهِ بَيْنَ الْمَرْءِ وَزَوْجِهِ ۚ وَمَا هُم بِضَارِّينَ بِهِ مِنْ أَحَدٍ إِلَّا بِإِذْنِ اللَّهِ ۚ وَيَتَعَلَّمُونَ مَا يَضُرُّهُمْ وَلَا يَنفَعُهُمْ ۚ وَلَقَدْ عَلِمُوا لَمَنِ اشْتَرَاهُ مَا لَهُ فِي الْآخِرَةِ مِنْ خَلَاقٍ ۚ وَلَبِئْسَ مَا شَرَوْا بِهِ أَنفُسَهُمْ ۚ لَوْ كَانُوا يَعْلَمُونَ วัตตะบะอู มา ตัตลุชชะยาฏีนุ อะลา มุลกิ สุลัยมานะ วะมา กะฟะเราะ สุลัยมานุ วะลากินนัชชะยาฏีนะ กะฟะรู ยุอัลลิมูนันนาสัสสิห์เราะ วะมา อุนซิละ อะลัลมะละกัยนิ บิบาบิละ ฮารูตะ วะมารูตะ วะมา ยุอัลลิมานิ มิน อะหะดิน หัตตา ยะกูลา อินนะมา นะห์นุ ฟิตนะตุน ฟะลา ตักฟุร ฟะยะตะอัลละมูนะ มินฮุมา มา ยุฟัรฺริกูนะ บิฮี บัยนัลมัรอิ วะเซาญิฮี วะมา ฮุม บิฎอรฺรีนะ บิฮี มิน อะหะดิน อิลลา บิอิซนิลลาฮิ วะยะตะอัลละมูนะ มา ยะฎุรฺรุฮุม วะลา ยันฟะอุฮุม วะละก็อด อะลิมู ละมะนิชตะรอฮุ มา ละฮู ฟิลอาคิเราะติ มิน เคาะลาก วะละบิอ์สะ มา ชะเราะเวา บิฮี อันฟุสะฮุม เลา กานู ยะอ์ละมูน และพวกเขาได้ปฏิบัติตามสิ่งที่เหล่าชัยฏอนกล่าวอ้างในสมัยอาณาจักรของสุลัยมาน และสุลัยมานหาได้ปฏิเสธ (ใช้ไสยศาสตร์) ไม่ แต่เหล่าชัยฏอนต่างหากที่ปฏิเสธ พวกมันสอนไสยศาสตร์แก่ผู้คน และ (สอน) สิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่มะลาอิกะฮ์สองท่านในเมืองบาบิโลน คือ ฮารูตและมารูต และเขาทั้งสองจะไม่สอนผู้ใดจนกว่าจะกล่าวเตือนว่า ‘แท้จริงเราเป็นเพียงบททดสอบ ดังนั้นท่านอย่าปฏิเสธ (ศรัทธา)’ แล้วผู้คนก็เรียนจากเขาทั้งสองในสิ่งที่ใช้แยกระหว่างชายกับภรรยาของเขา แต่พวกเขาก็ไม่อาจทำอันตรายผู้ใดด้วยมันได้ นอกจากด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์ และพวกเขาเรียนสิ่งที่เป็นโทษแก่พวกเขาและไม่เป็นประโยชน์ และแน่นอน พวกเขารู้ดีว่าผู้ใดซื้อ (ไสยศาสตร์) ไว้ เขาจะไม่มีส่วนได้ใด ๆ ในปรโลก และช่างชั่วช้าเสียจริงที่พวกเขาขายตัวเองด้วยมัน หากพวกเขารู้

การใส่ร้ายนบีสุลัยมาน และการล้างมลทิน

พวกยะฮูดทิ้งคัมภีร์ของอัลลอฮ์แล้วหันไปตาม “มา ตัตลุชชะยาฏีน” (สิ่งที่ชัยฏอนกล่าวอ้าง/เล่าต่อ) ในเรื่องไสยศาสตร์ · เบื้องหลัง (จากอิบนุอับบาส สะอีด บิน ญุบัยรฺ ฯลฯ): หลังสุลัยมานสิ้น ชัยฏอนขุดคัมภีร์ไสยศาสตร์ที่ซ่อนไว้ใต้บัลลังก์ของท่าน (หรือเขียนขึ้นเอง) ขึ้นมา แล้วอ้างว่า “นี่คือสิ่งที่สุลัยมานใช้ปกครองญินและมนุษย์” — ยะฮูดจึงกล่าวหาว่าสุลัยมานเป็นนักไสยศาสตร์ · อัลลอฮ์ทรง ล้างมลทินให้ท่าน: “วะมา กะฟะเราะ สุลัยมาน” — สุลัยมานไม่เคยกุฟร์ (ใช้ไสยศาสตร์) แต่ “วะลากินนัชชะยาฏีนะ กะฟะรู” — ชัยฏอนต่างหากที่กุฟร์ ด้วยการสอนไสยศาสตร์แก่ผู้คน · (อัลหะซันชี้ว่าไสยศาสตร์มีมาก่อนยุคสุลัยมานแล้ว เช่นสมัยมูซา)

ฮารูตและมารูต ที่บาบิโลน

“วะมา อุนซิละ อะลัลมะละกัยนิ บิบาบิละ ฮารูตะ วะมารูต” — คำ “มา” ตีความได้สองทาง: (1) ปฏิเสธ (อิบนุอับบาส อัรเราะบีอ์ อบูอาลิยะฮ์): “อัลลอฮ์มิได้ประทานไสยศาสตร์ลงมาแก่มะลาอิกะฮ์” — คือหักล้างคำอ้างของยะฮูดที่ว่าไสยศาสตร์ถูกประทานผ่านญิบรีลและมีกาอีล (2) นามสัมพันธ์ (สิ่งที่): สิ่งที่ถูกประทานแก่มะลาอิกะฮ์สองท่านในฐานะ บททดสอบ (ฟิตนะฮ์) · ตามทัศนะที่สอง (สะลัฟส่วนมาก): ฮารูต–มารูตคือมะลาอิกะฮ์ที่ถูกส่งลงมาเป็นการทดสอบ และ จะเตือนก่อนสอนเสมอ ว่า “อินนะมา นะห์นุ ฟิตนะตุน ฟะลา ตักฟุร (เราเป็นเพียงบททดสอบ ดังนั้นอย่าปฏิเสธศรัทธา)”

“ฟะยะตะอัลละมูนะ มินฮุมา มา ยุฟัรฺริกูนะ บิฮี บัยนัลมัรอิ วะเซาญิฮี” — ผู้คนเรียนสิ่งที่ แยกระหว่างสามีภรรยา · หลักอะกีดะฮ์สำคัญ: “วะมา ฮุม บิฎอรฺรีนะ บิฮี มิน อะหะดิน อิลลา บิอิซนิลลาฮ์” — ไสยศาสตร์ ทำอันตรายใครไม่ได้เลย เว้นแต่ด้วยการอนุมัติ (ตามกำหนดสภาวะ) ของอัลลอฮ์ — จึงไม่ควรกลัวหรือพึ่งพามัน ทุกสิ่งอยู่ในพระประสงค์ของพระองค์ · “วะยะตะอัลละมูนะ มา ยะฎุรฺรุฮุม วะลา ยันฟะอุฮุม” — เรียนสิ่งที่เป็นโทษไม่เป็นคุณ · “ละมะนิชตะรอฮุ มา ละฮู ฟิลอาคิเราะติ มิน เคาะลาก” — ผู้ยึดไสยศาสตร์ ไม่มีส่วนได้ (เคาะลาก) ใด ๆ ในอาคิเราะฮ์

หะดิษ ที่ 45 — ไสยศาสตร์เป็นหนึ่งใน “เจ็ดบาปใหญ่ที่ทำลาย”
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«اجْتَنِبُوا السَّبْعَ الْمُوبِقَاتِ». قَالُوا: يَا رَسُولَ اللَّهِ، وَمَا هُنَّ؟ قَالَ: «الشِّرْكُ بِاللَّهِ، وَالسِّحْرُ، وَقَتْلُ النَّفْسِ الَّتِي حَرَّمَ اللَّهُ إِلَّا بِالْحَقِّ، وَأَكْلُ الرِّبَا، وَأَكْلُ مَالِ الْيَتِيمِ، وَالتَّوَلِّي يَوْمَ الزَّحْفِ، وَقَذْفُ الْمُحْصَنَاتِ الْمُؤْمِنَاتِ الْغَافِلَاتِ».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «จงหลีกห่างจากเจ็ดสิ่งที่ทำลาย (อัลมูบิกอต)» เศาะหาบะฮ์ถามว่า “มันคืออะไรบ้าง โอ้เราะซูลุลลอฮ์?” ท่านตอบว่า «การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ · ไสยศาสตร์ · การฆ่าชีวิตที่อัลลอฮ์ทรงห้ามโดยไม่เป็นธรรม · การกินดอกเบี้ย · การกินทรัพย์เด็กกำพร้า · การหนีทัพในวันสงคราม · และการใส่ร้ายหญิงบริสุทธิ์ผู้ศรัทธา»

📎 ศอหีห์บุคอรี #2766 · ศอหีห์มุสลิม #89 (จากอบูฮุร็อยเราะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #2766 · มุสลิม #89 ตรวจสอบ ↗
หะดิษ ที่ 46 — ยะฮูดทำไสยศาสตร์ต่อท่านนบี ﷺ (ละบีด บิน อัลอะอ์ศ็อม)
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

سُحِرَ النَّبِيُّ ﷺ حَتَّى كَانَ يُخَيَّلُ إِلَيْهِ أَنَّهُ يَفْعَلُ الشَّيْءَ وَمَا يَفْعَلُهُ… وَكَانَ الَّذِي سَحَرَهُ لَبِيدُ بْنُ الْأَعْصَمِ، رَجُلٌ مِنْ بَنِي زُرَيْقٍ حَلِيفٌ لِيَهُودَ.

อาอิชะฮ์ ﵂ เล่าว่า ท่านนบี ﷺ ถูกทำไสยศาสตร์จนบางครั้งนึกว่าตนทำสิ่งหนึ่งทั้งที่ไม่ได้ทำ · ผู้ที่ทำไสยศาสตร์คือ ละบีด บิน อัลอะอ์ศ็อม ชาวบนีซุร็อยก์ผู้เป็นพันธมิตรของยะฮูด · แล้วอัลลอฮ์ทรงเปิดเผยและรักษาท่านให้หาย (เป็นเหตุประทานซูเราะฮ์อัลมุเอาวิซะตัยน์ตามบางรายงาน)

📎 ศอหีห์บุคอรี #5765 · ศอหีห์มุสลิม #2189 (จากอาอิชะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #5765 · มุสลิม #2189 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

อายะฮ์ 103 : อีมานและตักวา ดีกว่าเสมอ

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 103
  1. وَلَوْ أَنَّهُمْ آمَنُوا وَاتَّقَوْا لَمَثُوبَةٌ مِّنْ عِندِ اللَّهِ خَيْرٌ ۖ لَّوْ كَانُوا يَعْلَمُونَ วะเลา อันนะฮุม อามะนู วัตตะเกาะ ละมะษูบะตุน มิน อินดิลลาฮิ ค็อยรุน เลา กานู ยะอ์ละมูน และหากพวกเขาศรัทธาและยำเกรง (อัลลอฮ์) แน่นอน รางวัลจากอัลลอฮ์ย่อมดีกว่า หากพวกเขารู้

หลังตีแผ่ความชั่วของการยึดไสยศาสตร์ อัลลอฮ์ทรงสรุปด้วยทางเลือกที่ดีกว่า: “วะเลา อันนะฮุม อามะนู วัตตะเกาะ (หากพวกเขาศรัทธาและยำเกรง)” แน่นอน “ละมะษูบะตุน มิน อินดิลลาฮิ ค็อยร์ (รางวัลจากอัลลอฮ์ย่อมดีกว่า)” สิ่งที่พวกเขาแลกมา (ไสยศาสตร์และดุนยา) มากมายนัก · ปิดท้ายด้วย “เลา กานู ยะอ์ละมูน” (หากพวกเขารู้) — สื่อว่าพวกเขาขาดความรู้ที่แท้จริงถึงคุณค่าของอีมาน (หากรู้จริงย่อมไม่แลกอาคิเราะฮ์กับไสยศาสตร์อันไร้ค่า)