← ดัชนีซูเราะฮ์
2

ซูเราะฮ์อัลบากอเราะฮ์

البقرة

ตอนที่ 14 · อายะฮ์ 253–260 · อายะตุลกุรซี

  • บทที่ 2
  • 286 อายะฮ์
  • มะดะนียะฮ์
  • กำลังตรวจ
📖 อ่านต้นฉบับอาหรับ (ฉบับซามี)
เรียบเรียง

ส่วนที่ 88 อายะฮ์ 253–254 : รอซูลต่างระดับ และการบริจาคก่อนวันตัดสิน

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 253–254
  1. تِلْكَ الرُّسُلُ فَضَّلْنَا بَعْضَهُمْ عَلَىٰ بَعْضٍ مِّنْهُم مَّن كَلَّمَ اللَّهُ وَرَفَعَ بَعْضَهُمْ دَرَجَاتٍ وَآتَيْنَا عِيسَى ابْنَ مَرْيَمَ الْبَيِّنَاتِ وَأَيَّدْنَاهُ بِرُوحِ الْقُدُسِ وَلَوْ شَاءَ اللَّهُ مَا اقْتَتَلَ الَّذِينَ مِن بَعْدِهِم مِّن بَعْدِ مَا جَاءَتْهُمُ الْبَيِّنَاتُ وَلَٰكِنِ اخْتَلَفُوا فَمِنْهُم مَّنْ آمَنَ وَمِنْهُم مَّن كَفَرَ وَلَوْ شَاءَ اللَّهُ مَا اقْتَتَلُوا وَلَٰكِنَّ اللَّهَ يَفْعَلُ مَا يُرِيدُ ติลกัรฺรุสุลุ ฟัฎฎ็อลนา บะอ์ฎะฮุม อะลา บะอ์ฎ มินฮุม มัน กัลละมัลลอฮ์ วะเราะฟะอะ บะอ์ฎะฮุม ดะเราะญาต วะอาตัยนา อีสับนะ มัรยะมัลบัยยินาติ วะอัยยัดนาฮุ บิรูหิลกุดุส วะเลา ชาอัลลอฮุ มัคตะตะลัลละซีนะ มิน บะอ์ดิฮิม มิน บะอ์ดิ มา ญาอัตฮุมุลบัยยินาตุ วะลากินิคตะละฟู ฟะมินฮุม มัน อามะนะ วะมินฮุม มัน กะฟัร วะเลา ชาอัลลอฮุ มัคตะตะลู วะลากินนัลลอฮะ ยัฟอะลุ มา ยุรีด เหล่านั้นคือบรรดารอซูล เราได้ให้บางท่านเหนือกว่าอีกบางท่าน ในหมู่พวกเขามีผู้ที่อัลลอฮ์ตรัสด้วย (เช่นมูซา) และทรงยกบางท่านขึ้นหลายระดับ และเราได้ให้หลักฐานอันชัดแจ้งแก่อีซาบุตรของมัรยัม และสนับสนุนเขาด้วยรูหุลกุดุส (ญิบรีล) และหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ บรรดาผู้ที่มาหลังจากพวกเขาก็จะไม่ฆ่าฟันกัน หลังจากที่หลักฐานอันชัดแจ้งได้มายังพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาขัดแย้งกัน บางคนก็ศรัทธา และบางคนก็ปฏิเสธ และหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ พวกเขาก็จะไม่ฆ่าฟันกัน แต่อัลลอฮ์ทรงกระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์
  2. يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا أَنفِقُوا مِمَّا رَزَقْنَاكُم مِّن قَبْلِ أَن يَأْتِيَ يَوْمٌ لَّا بَيْعٌ فِيهِ وَلَا خُلَّةٌ وَلَا شَفَاعَةٌ وَالْكَافِرُونَ هُمُ الظَّالِمُونَ ยา อัยยุฮัลละซีนะ อามะนู อันฟิกู มิมมา ร่อซักนากุม มิน ก็อบลิ อัน ยะอ์ติยะ เยามุน ลา บัยอุน ฟีฮิ วะลา คุลละตุน วะลา ชะฟาอะฮ์ วัลกาฟิรูนะ ฮุมุซซอลิมูน โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงบริจาคจากสิ่งที่เราได้ประทานเป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า ก่อนที่วันหนึ่งจะมาถึง ซึ่งในวันนั้นไม่มีการซื้อขาย ไม่มีมิตรสหาย และไม่มีการชะฟาอะฮ์ (นอกจากด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์) และบรรดาผู้ปฏิเสธนั้นคือผู้อธรรม

อัลลอฮ์ทรงชี้ว่า บรรดารอซูลมีระดับต่างกัน (แม้ทุกท่านประเสริฐ) — มูซาได้รับเกียรติที่อัลลอฮ์ตรัสด้วย · นบีมุหัมมัด ﷺ ประเสริฐสุด · อีซาได้ปาฏิหาริย์และการสนับสนุนจากญิบรีล (รูหุลกุดุส) · แล้วเชื่อมสู่คำสั่ง บริจาคก่อนวันกิยามะฮ์ ที่ ไม่มีการซื้อขาย ไม่มีเส้นสาย ไม่มีชะฟาอะฮ์ มาช่วย — ทรัพย์ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเท่านั้นที่เป็นประโยชน์

หะดิษ ที่ 107 — อย่ายกเราให้เหนือบรรดานบี (มารยาทในการเทียบเกียรติของนบี)
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«لا تخيِّروني على الأنبياء، فإن الناس يُصعَقون يوم القيامة فأكون أولَ من يُفيق، فإذا موسى باطشٌ بجانب العرش…».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «อย่ายกฉันให้เหนือ (จนดูหมิ่น) บรรดานบี เพราะในวันกิยามะฮ์ผู้คนจะสลบไป แล้วฉันจะเป็นคนแรกที่ฟื้น ทันใดนั้นก็เห็นมูซากำลังจับที่เสาของอัรช์…»

📎 ศอหีห์บุคอรี #3408 · ศอหีห์มุสลิม #2373 (จากอบูฮุร็อยเราะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #3408 · มุสลิม #2373 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

ส่วนที่ 89 อายะฮ์ 255 : อายะตุลกุรซี — อายะฮ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ⭐

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 255
  1. اللَّهُ لَا إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ الْحَيُّ الْقَيُّومُ لَا تَأْخُذُهُ سِنَةٌ وَلَا نَوْمٌ لَّهُ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَمَا فِي الْأَرْضِ مَن ذَا الَّذِي يَشْفَعُ عِندَهُ إِلَّا بِإِذْنِهِ يَعْلَمُ مَا بَيْنَ أَيْدِيهِمْ وَمَا خَلْفَهُمْ وَلَا يُحِيطُونَ بِشَيْءٍ مِّنْ عِلْمِهِ إِلَّا بِمَا شَاءَ وَسِعَ كُرْسِيُّهُ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضَ وَلَا يَئُودُهُ حِفْظُهُمَا وَهُوَ الْعَلِيُّ الْعَظِيمُ อัลลอฮุ ลา อิลาฮะ อิลลา ฮุวัลหัยยุลก็อยยูม ลา ตะอ์คุซุฮู สินะตุน วะลา เนาม์ ละฮู มา ฟิสสะมาวาติ วะมา ฟิลอัรฎ์ มัน ซัลละซี ยัชฟะอุ อินดะฮู อิลลา บิอิซนิฮ์ ยะอ์ละมุ มา บัยนะ อัยดีฮิม วะมา ค็อลฟะฮุม วะลา ยุหีฏูนะ บิชัยอิน มิน อิลมิฮี อิลลา บิมา ชาอ์ วะสิอะ กุรซียยุฮุสสะมาวาติ วัลอัรฎ์ วะลา ยะอูดุฮู หิฟซุฮุมา วะฮุวัลอะลียยุลอะซีม อัลลอฮ์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใด (ที่ควรแก่การเคารพภักดี) นอกจากพระองค์ ผู้ทรงมีชีวิตอยู่ตลอดกาล (อัลหัยยุ) ผู้ทรงบริหารกิจการทั้งปวง (อัลก็อยยูม) ความง่วงและการนอนหลับไม่อาจครอบงำพระองค์ได้ กรรมสิทธิ์ในสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าและในแผ่นดินเป็นของพระองค์ ผู้ใดเล่าที่จะขอชะฟาอะฮ์ ณ ที่พระองค์ได้ นอกจากด้วยอนุมัติของพระองค์ พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาและสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของพวกเขา และพวกเขาไม่อาจล่วงรู้สิ่งใดจากความรอบรู้ของพระองค์ นอกจากที่พระองค์ทรงประสงค์ กุรซี (บัลลังก์รองพระบาท) ของพระองค์นั้นกว้างขวางครอบคลุมชั้นฟ้าและแผ่นดิน และการรักษามันทั้งสองก็มิได้ทำให้พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อย และพระองค์คือผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงยิ่งใหญ่

อายะตุลกุรซี เป็นอายะฮ์ที่รวบรวมความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ (เตาหีดและพระนาม-คุณลักษณะ) ไว้อย่างสมบูรณ์ในอายะฮ์เดียว:

  • “อัลหัยยุลก็อยยูม” — ผู้ทรงมีชีวิตนิรันดร์ และทรงดำรงอยู่ด้วยพระองค์เองพร้อมทั้งค้ำจุนทุกสรรพสิ่ง
  • “ลา ตะอ์คุซุฮู สินะตุน วะลา เนาม์” — ความง่วงและการหลับไม่แตะต้องพระองค์ (ความสมบูรณ์แบบที่ปราศจากข้อบกพร่องของสิ่งถูกสร้าง)
  • “มัน ซัลละซี ยัชฟะอุ อินดะฮู อิลลา บิอิซนิฮ์” — ไม่มีการชะฟาอะฮ์ใด ๆ นอกจากด้วยอนุมัติของพระองค์
  • ความรอบรู้ที่ครอบคลุมทุกสิ่ง ในขณะที่สิ่งถูกสร้างรู้เพียงเท่าที่พระองค์ทรงให้
  • “วะสิอะ กุรซียยุฮุสสะมาวาติ วัลอัรฎ์” — กุรซีของพระองค์กว้างครอบคลุมฟ้าและแผ่นดิน · การดูแลจักรวาลทั้งมวลไม่ทำให้พระองค์เหนื่อย · พระองค์คือ อัลอะลี (สูงส่ง) อัลอะซีม (ยิ่งใหญ่)

เรื่อง “กุรซี”: สลัฟมีสองคำอธิบาย — บ้างว่าคือ “ความรอบรู้ (อิลม์)” ของอัลลอฮ์ (รายงานจากอิบนุอับบาส) และบ้างว่าคือ “ที่วางพระบาท (มะเฎาะอฺอัลก็อดะมัยน์)” ตามที่รายงานจากอิบนุอับบาสเช่นกัน — แนวทางของสลัฟเศาะลิห์คือ “ผ่าน (ยอมรับ) มันตามที่มา โดยไม่ถามว่าอย่างไร (ตักยีฟ) และไม่เปรียบเทียบกับสิ่งถูกสร้าง (ตัชบีฮ์)”

หะดิษ ที่ 108 — อายะตุลกุรซี คืออายะฮ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอัลกุรอาน
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

قال رسول الله ﷺ: «يا أبا المنذر، أتدري أيُّ آيةٍ من كتاب الله معك أعظم؟» قلت: ﴿اللَّهُ لَا إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ الْحَيُّ الْقَيُّومُ﴾. فضرب في صدري وقال: «والله لِيَهْنِكَ العلمُ أبا المنذر».

ท่านนบี ﷺ ถามอุบัยย์ บิน กะอับว่า «โอ้อบูลมุนซิร เจ้ารู้ไหมว่า อายะฮ์ใดในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ที่เจ้ามีอยู่นั้นยิ่งใหญ่ที่สุด?» เขาตอบว่า “อัลลอฮุ ลา อิลาฮะ อิลลา ฮุวัลหัยยุลก็อยยูม” (อายะตุลกุรซี) ท่านนบีจึงตบที่อกของเขาแล้วกล่าวว่า «ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ขอให้ความรู้นี้เป็นที่น่ายินดีแก่เจ้าเถิด โอ้อบูลมุนซิร»

📎 ศอหีห์มุสลิม #810 (จากอุบัยย์ บิน กะอับ) ยืนยันแล้ว — มุสลิม #810 ตรวจสอบ ↗
หะดิษ ที่ 109 — อัลลอฮ์ไม่ทรงหลับ ม่านของพระองค์คือแสง
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

«إن الله ﷿ لا ينام، ولا ينبغي له أن ينام، يخفِض القِسط ويرفعه… حجابه النور، لو كشفه لأحرقت سُبُحاتُ وجهه ما انتهى إليه بصره من خلقه».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงหลับ และไม่สมควรที่พระองค์จะทรงหลับ พระองค์ทรงลดและยกตราชู (การงานของบ่าว)… ม่านของพระองค์คือแสง หากพระองค์ทรงเปิดมัน รัศมีแห่งพระพักตร์ของพระองค์จะเผาผลาญทุกสิ่งที่สายพระเนตรของพระองค์ไปถึงจากสิ่งถูกสร้าง»

📎 ศอหีห์มุสลิม #179 (จากอบูมูซา อัลอัชอะรี) ยืนยันแล้ว — มุสลิม #179 ตรวจสอบ ↗
หะดิษ ที่ 110 — อ่านอายะตุลกุรซีก่อนนอน อัลลอฮ์ทรงให้ผู้คุ้มครองจากชัยฏอน
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

«إذا أويتَ إلى فراشك فاقرأ آية الكرسي، لن يزال عليك من الله حافظٌ، ولا يقربك شيطانٌ حتى تصبح». فقال النبي ﷺ: «صدقك وهو كذوب… ذاك شيطان».

(ในเรื่องที่ชัยฏอนมาในรูปขโมย แล้วบอกอบูฮุร็อยเราะฮ์ว่า) «เมื่อท่านเข้านอน จงอ่านอายะตุลกุรซี แล้วจะมีผู้คุ้มครองจากอัลลอฮ์อยู่กับท่านตลอด และชัยฏอนจะไม่เข้าใกล้ท่านจนกระทั่งเช้า» ท่านนบี ﷺ กล่าว (เมื่อทราบเรื่อง) ว่า «มันพูดจริงกับเจ้า ทั้งที่มันเป็นผู้โกหกตัวยง… นั่นคือชัยฏอน»

📎 ศอหีห์บุคอรี #2311 (จากอบูฮุร็อยเราะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #2311 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

อายะฮ์ 256–257 : ไม่มีการบังคับในศาสนา และวิลายะฮ์ของอัลลอฮ์

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 256–257
  1. لَا إِكْرَاهَ فِي الدِّينِ قَد تَّبَيَّنَ الرُّشْدُ مِنَ الْغَيِّ فَمَن يَكْفُرْ بِالطَّاغُوتِ وَيُؤْمِن بِاللَّهِ فَقَدِ اسْتَمْسَكَ بِالْعُرْوَةِ الْوُثْقَىٰ لَا انفِصَامَ لَهَا وَاللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌ ลา อิกรอฮะ ฟิดดีน ก็อด ตะบัยยะนัรฺรุชดุ มินัลฆ็อยย์ ฟะมัน ยักฟุร บิฏฏอฆูติ วะยุอ์มิน บิลลาฮิ ฟะเกาะดิสตัมสะกะ บิลอุรวะติลวุษกอ ลันฟิศอมะ ละฮา วัลลอฮุ สะมีอุน อะลีม ไม่มีการบังคับในศาสนา แน่แท้ทางที่ถูกต้องได้แยกชัดออกจากทางที่หลงผิดแล้ว ดังนั้นผู้ใดปฏิเสธฏอฆูต (สิ่งที่ถูกกราบไหว้อื่นจากอัลลอฮ์) และศรัทธาต่ออัลลอฮ์ แน่นอนเขาได้ยึดห่วงอันมั่นคงที่ไม่มีวันขาด และอัลลอฮ์ทรงได้ยิน ทรงรอบรู้
  2. اللَّهُ وَلِيُّ الَّذِينَ آمَنُوا يُخْرِجُهُم مِّنَ الظُّلُمَاتِ إِلَى النُّورِ وَالَّذِينَ كَفَرُوا أَوْلِيَاؤُهُمُ الطَّاغُوتُ يُخْرِجُونَهُم مِّنَ النُّورِ إِلَى الظُّلُمَاتِ أُولَٰئِكَ أَصْحَابُ النَّارِ هُمْ فِيهَا خَالِدُونَ อัลลอฮุ วะลียยุลละซีนะ อามะนู ยุคริญุฮุม มินัซซุลุมาติ อิลันนูร วัลละซีนะ กะฟะรู เอาลิยาอุฮุมุฏฏอฆูตุ ยุคริญูนะฮุม มินันนูริ อิลัซซุลุมาต อุลาอิกะ อัศหาบุนนาริ ฮุม ฟีฮา คอลิดูน อัลลอฮ์คือผู้คุ้มครอง (วะลีย์) ของบรรดาผู้ศรัทธา พระองค์ทรงนำพวกเขาออกจากความมืดหลายชั้นสู่แสงสว่าง ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธนั้น ผู้คุ้มครองของพวกเขาคือฏอฆูต ซึ่งจะนำพวกเขาออกจากแสงสว่างสู่ความมืดหลายชั้น ชนเหล่านั้นคือชาวนรก พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล

“ลา อิกรอฮะ ฟิดดีน”“ไม่มีการบังคับในศาสนา” — เพราะสัจธรรมได้ชัดแจ้งด้วยหลักฐานจนไม่ต้องบังคับ · อีมานที่แท้ต้องมาจากความเชื่อมั่นในใจ ไม่ใช่การข่มขู่ · สาเหตุการประทาน: เกี่ยวกับหญิงอันศอรที่ บนบานว่าหากมีบุตรจะให้บุตรเป็นยะฮูด (นางเป็นหมันมาก่อน) เมื่อบนีนะฎีรฺถูกขับ ก็มีบุตรของนางอยู่ในนั้น อัลลอฮ์จึงประทานอายะฮ์นี้ (บันทึกโดยอบูดาวูด #2682 · เศาะหีห์) · (อนึ่ง มีทัศนะขัดแย้งกันว่าอายะฮ์นี้เจาะจงชาวคัมภีร์ที่จ่ายญิซยะฮ์ หรือถูกยกเลิกด้วยอายะฮ์ญิฮาด — เป็นประเด็นคิลาฟในหมู่นักตัฟซีร)

แล้ววางแก่นของอีมาน: “ปฏิเสธฏอฆูต (ทุกสิ่งที่ถูกเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮ์) และศรัทธาต่ออัลลอฮ์” — ผู้ทำเช่นนี้ได้ “ยึดห่วงอันมั่นคงที่ไม่มีวันขาด (อัลอุรวะตุลวุษกอ)” · และปิดด้วยความจริงที่งดงาม: อัลลอฮ์ทรงเป็น “วะลีย์” นำผู้ศรัทธาจากความมืดสู่แสงสว่าง ส่วนฏอฆูตนำผู้ปฏิเสธจากแสงสู่ความมืด

หะดิษ ที่ 111 — ฝันของอับดุลลอฮ์ บิน สลาม — ห่วงอันมั่นคง (อัลอุรวะตุลวุษกอ)
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

رأى عبد الله بن سلام في المنام روضةً وفي وسطها عمودٌ في أعلاه عُروة، فقيل له: استمسك بالعروة، فاستمسك بها حتى استيقظ وهي في يده، فقصَّها على النبي ﷺ فقال: «تلك الروضة الإسلام، وذلك العمود عمود الإسلام، وتلك العروة العروة الوثقى، فأنت على الإسلام حتى تموت».

อับดุลลอฮ์ บิน สลาม เห็นในฝันเป็น สวนแห่งหนึ่ง กลางสวนมีเสา ยอดเสามีห่วง มีเสียงบอกให้ “จงยึดห่วงไว้” เขาก็ยึดจนตื่นขึ้นโดยที่ห่วงยังอยู่ในมือ · เมื่อเล่าแก่ท่านนบี ﷺ ท่านตีความว่า «สวนนั้นคืออิสลาม เสานั้นคือเสาหลักของอิสลาม และห่วงนั้นคืออัลอุรวะตุลวุษกอ (ห่วงอันมั่นคง) เจ้าจะอยู่บนอิสลามจนกระทั่งตาย»

📎 ศอหีห์บุคอรี #3813 · ศอหีห์มุสลิม #2484 (จากก็อยส์ บิน อุบาด) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #3813 · มุสลิม #2484 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

ส่วนที่ 91 อายะฮ์ 258–259 : อิบรอฮีมโต้กษัตริย์ และการฟื้นเมืองที่ตายแล้ว

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 258–259
  1. أَلَمْ تَرَ إِلَى الَّذِي حَاجَّ إِبْرَاهِيمَ فِي رَبِّهِ أَنْ آتَاهُ اللَّهُ الْمُلْكَ إِذْ قَالَ إِبْرَاهِيمُ رَبِّيَ الَّذِي يُحْيِي وَيُمِيتُ قَالَ أَنَا أُحْيِي وَأُمِيتُ قَالَ إِبْرَاهِيمُ فَإِنَّ اللَّهَ يَأْتِي بِالشَّمْسِ مِنَ الْمَشْرِقِ فَأْتِ بِهَا مِنَ الْمَغْرِبِ فَبُهِتَ الَّذِي كَفَرَ وَاللَّهُ لَا يَهْدِي الْقَوْمَ الظَّالِمِينَ อะลัม ตะเราะ อิลัลละซี หาจญะ อิบรอฮีมะ ฟี ร็อบบิฮี อัน อาตาฮุลลอฮุลมุลก์ อิซ กอละ อิบรอฮีมุ ร็อบบิยัลละซี ยุห์ยี วะยุมีต กอละ อะนา อุห์ยี วะอุมีต กอละ อิบรอฮีมุ ฟะอินนัลลอฮะ ยะอ์ตี บิชชัมสิ มินัลมัชริกิ ฟะอ์ติ บิฮา มินัลมัฆริบ ฟะบุฮิตัลละซี กะฟัร วัลลอฮุ ลา ยะฮ์ดิลก็อวมัซซอลิมีน เจ้ามิได้เห็นดอกหรือผู้ที่โต้เถียงกับอิบรอฮีมในเรื่องพระผู้อภิบาลของเขา เพราะการที่อัลลอฮ์ได้ประทานอำนาจ (การปกครอง) แก่เขา (จนหลงตน) เมื่ออิบรอฮีมกล่าวว่า ‘พระผู้อภิบาลของฉันคือผู้ทรงให้เป็นและให้ตาย’ เขากล่าวว่า ‘ฉันก็ให้เป็นและให้ตายได้’ อิบรอฮีมกล่าวว่า ‘แท้จริงอัลลอฮ์ทรงนำดวงอาทิตย์มาจากทิศตะวันออก ท่านจงนำมันมาจากทิศตะวันตกซิ’ แล้วผู้ปฏิเสธก็จนปัญญา (พูดไม่ออก) และอัลลอฮ์จะไม่ทรงชี้นำกลุ่มชนผู้อธรรม
  2. أَوْ كَالَّذِي مَرَّ عَلَىٰ قَرْيَةٍ وَهِيَ خَاوِيَةٌ عَلَىٰ عُرُوشِهَا قَالَ أَنَّىٰ يُحْيِي هَٰذِهِ اللَّهُ بَعْدَ مَوْتِهَا فَأَمَاتَهُ اللَّهُ مِائَةَ عَامٍ ثُمَّ بَعَثَهُ قَالَ كَمْ لَبِثْتَ قَالَ لَبِثْتُ يَوْمًا أَوْ بَعْضَ يَوْمٍ قَالَ بَل لَّبِثْتَ مِائَةَ عَامٍ فَانظُرْ إِلَىٰ طَعَامِكَ وَشَرَابِكَ لَمْ يَتَسَنَّهْ وَانظُرْ إِلَىٰ حِمَارِكَ وَلِنَجْعَلَكَ آيَةً لِّلنَّاسِ وَانظُرْ إِلَى الْعِظَامِ كَيْفَ نُنشِزُهَا ثُمَّ نَكْسُوهَا لَحْمًا فَلَمَّا تَبَيَّنَ لَهُ قَالَ أَعْلَمُ أَنَّ اللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ เอา กัลละซี มัรฺเราะ อะลา ก็อรยะติน วะฮิยะ คอวิยะตุน อะลา อุรูชิฮา กอละ อันนา ยุห์ยี ฮาซิฮิลลาฮุ บะอ์ดะ เมาติฮา ฟะอะมาตะฮุลลอฮุ มิอะตะ อาม ษุมมะ บะอะษะฮ์ กอละ กัม ละบิษต์ กอละ ละบิษตุ เยามัน เอา บะอ์เฎาะ เยาม์ กอละ บัล ละบิษตะ มิอะตะ อาม ฟันซุร อิลา เฏาะอามิกะ วะชะรอบิกะ ลัม ยะตะสันนะฮ์ วันซุร อิลา หิมาริกะ วะลินัจญอะละกะ อายะตัน ลินนาส วันซุร อิลัลอิซอมิ กัยฟะ นุนชิซุฮา ษุมมะ นักซูฮา ลัห์มา ฟะลัมมา ตะบัยยะนะ ละฮู กอละ อะอ์ละมุ อันนัลลอฮะ อะลา กุลลิ ชัยอิน เกาะดีร หรือดั่งผู้ที่ผ่านไปยังเมืองหนึ่งซึ่งพังทลายลงมาบนหลังคาของมัน เขากล่าวว่า ‘อัลลอฮ์จะทรงให้เมืองนี้มีชีวิตขึ้นได้อย่างไรหลังจากที่มันตาย (ร้าง) ไปแล้ว’ อัลลอฮ์จึงทรงให้เขาตายไปหนึ่งร้อยปี แล้วทรงให้เขาฟื้นขึ้น พระองค์ตรัสถามว่า ‘เจ้าพำนัก (ตาย) อยู่นานเท่าใด’ เขาตอบว่า ‘ข้าพำนักอยู่วันหนึ่งหรือส่วนหนึ่งของวัน’ พระองค์ตรัสว่า ‘หามิได้ เจ้าพำนักอยู่ถึงหนึ่งร้อยปี จงดูอาหารและเครื่องดื่มของเจ้าซิ มันยังไม่บูดเน่า และจงดูลาของเจ้า และเพื่อเราจะทำให้เจ้าเป็นสัญญาณแก่ผู้คน และจงดูกระดูก (ของลา) ซิว่าเราจะประกอบมันขึ้นอย่างไร แล้วเราก็หุ้มมันด้วยเนื้อ’ ครั้นเมื่อเป็นที่ประจักษ์แก่เขาแล้ว เขาก็กล่าวว่า ‘ข้ารู้แล้วว่าแท้จริงอัลลอฮ์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง’

สองเหตุการณ์แรกแสดง เดชานุภาพในการให้ชีวิตและความตาย:

  • อิบรอฮีมโต้กษัตริย์ (นัมรูด บิน กันอาน) ที่หลงอำนาจจนอ้างตนเป็นพระเจ้า — เมื่อกษัตริย์อ้างว่า “ฉันให้เป็นให้ตายได้” (โดยเล่นสำนวน สั่งฆ่าคนหนึ่งและปล่อยอีกคน) อิบรอฮีมจึงยกหลักฐานที่ หักล้างไม่ได้: “จงนำดวงอาทิตย์มาจากทิศตะวันตกซิ” — กษัตริย์จึง “บุฮิตะ” (จนปัญญา พูดไม่ออก)
  • ผู้ผ่านเมืองร้าง (ทัศนะที่แพร่หลายคืออุซัยร์ · เมืองคือบัยตุลมักดิสหลังถูกทำลาย) ที่สงสัยการฟื้นคืน อัลลอฮ์จึงให้เขา ตายร้อยปีแล้วฟื้น พร้อมหลักฐานประจักษ์ตา (อาหารไม่บูด · ลาที่กลับเป็นกระดูกแล้วประกอบขึ้นใหม่) จนเขายอมรับเดชานุภาพของอัลลอฮ์
เรียบเรียง

อายะฮ์ 260 : อิบรอฮีมกับนกสี่ตัว

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 260
  1. وَإِذْ قَالَ إِبْرَاهِيمُ رَبِّ أَرِنِي كَيْفَ تُحْيِي الْمَوْتَىٰ قَالَ أَوَلَمْ تُؤْمِن قَالَ بَلَىٰ وَلَٰكِن لِّيَطْمَئِنَّ قَلْبِي قَالَ فَخُذْ أَرْبَعَةً مِّنَ الطَّيْرِ فَصُرْهُنَّ إِلَيْكَ ثُمَّ اجْعَلْ عَلَىٰ كُلِّ جَبَلٍ مِّنْهُنَّ جُزْءًا ثُمَّ ادْعُهُنَّ يَأْتِينَكَ سَعْيًا وَاعْلَمْ أَنَّ اللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٌ วะอิซ กอละ อิบรอฮีมุ ร็อบบิ อะรินี กัยฟะ ตุห์ยิลเมาตา กอละ อะวะลัม ตุอ์มิน กอละ บะลา วะลากิน ลิยัฏมะอินนะ ก็อลบี กอละ ฟะคุซ อัรบะอะตัน มินัฏฏ็อยริ ฟะศุรฮุนนะ อิลัยกะ ษุมมัจญอัล อะลา กุลลิ ญะบะลิน มินฮุนนะ ญุซอา ษุมมัดอุฮุนนะ ยะอ์ตีนะกะ สะอ์ยา วะอ์ลัม อันนัลลอฮะ อะซีซุน หะกีม และจงรำลึกเมื่ออิบรอฮีมกล่าวว่า ‘โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์เห็นว่าพระองค์ทรงให้ผู้ตายมีชีวิตขึ้นอย่างไร’ พระองค์ตรัสว่า ‘เจ้ายังไม่ศรัทธาอีกหรือ’ เขากล่าวว่า ‘หามิได้ (ข้าพระองค์ศรัทธาแล้ว) แต่เพื่อให้หัวใจของข้าพระองค์สงบมั่น (ด้วยการเห็นกับตา)’ พระองค์ตรัสว่า ‘จงเอานกสี่ตัวมา แล้วเชือด (และหั่น) รวมมันเข้าหาตัวเจ้า แล้ววางส่วนหนึ่งของมันไว้บนภูเขาแต่ละลูก แล้วจงเรียกมัน มันจะรีบมาหาเจ้า และพึงรู้ว่าแท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ’

เหตุการณ์ที่สามคือ คำขอของอิบรอฮีม: ท่านขอ เห็นการฟื้นคืนชีพด้วยตา — ไม่ใช่เพราะสงสัยในเดชานุภาพของอัลลอฮ์ (ท่านศรัทธาเต็มเปี่ยม) แต่เพื่อ “ลิยัฏมะอินนะ ก็อลบี” (ให้หัวใจสงบมั่นด้วยการเห็นประจักษ์) · อัลลอฮ์จึงให้ท่านเอา นกสี่ตัวมาหั่นคละกัน วางบนภูเขาต่าง ๆ แล้วเรียก — นกก็ฟื้นบินกลับมาหาท่าน เป็นการยืนยันการฟื้นคืนชีพอย่างเห็นได้ชัด · อิบนุอับบาสถือว่าอายะฮ์นี้เป็น หนึ่งในอายะฮ์ที่ให้ความหวังมากที่สุดสำหรับประชาชาตินี้ (เพราะอัลลอฮ์ทรงยอมรับคำ “บะลา (ศรัทธาแล้ว)” ของอิบรอฮีม แม้ท่านขอเห็นเพื่อความมั่นใจ)

หะดิษ ที่ 112 — คำขอของอิบรอฮีมคือการขอความมั่นใจ มิใช่ความสงสัย
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

قال رسول الله ﷺ: «نحن أحقُّ بالشك من إبراهيم إذ قال: ﴿رَبِّ أَرِنِي كَيْفَ تُحْيِي الْمَوْتَى قَالَ أَوَلَمْ تُؤْمِنْ قَالَ بَلَى وَلَكِنْ لِيَطْمَئِنَّ قَلْبِي﴾».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «พวกเรามีสิทธิ์ที่จะสงสัยยิ่งกว่าอิบรอฮีมเสียอีก เมื่อเขากล่าวว่า “โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ขอทรงให้ข้าพระองค์เห็นว่าพระองค์ทรงให้ผู้ตายมีชีวิตอย่างไร” พระองค์ตรัสว่า “เจ้ายังไม่ศรัทธาอีกหรือ” เขากล่าวว่า “ศรัทธาแล้ว แต่เพื่อให้หัวใจของข้าพระองค์สงบมั่น”»

📎 ศอหีห์บุคอรี #4537 (และ #3372) · ศอหีห์มุสลิม #151 (จากอบูฮุร็อยเราะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #4537 · มุสลิม #151 ตรวจสอบ ↗