ซูเราะฮ์อัลบากอเราะฮ์
البقرة
ตอนที่ 12 · อายะฮ์ 222–242 · ครอบครัว (ฏอลาก)
ส่วนที่ 78 อายะฮ์ 222–225 : ประจำเดือน ครอบครัว และการสาบาน
2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 222–225
- وَيَسْأَلُونَكَ عَنِ الْمَحِيضِ قُلْ هُوَ أَذًى فَاعْتَزِلُوا النِّسَاءَ فِي الْمَحِيضِ وَلَا تَقْرَبُوهُنَّ حَتَّىٰ يَطْهُرْنَ فَإِذَا تَطَهَّرْنَ فَأْتُوهُنَّ مِنْ حَيْثُ أَمَرَكُمُ اللَّهُ إِنَّ اللَّهَ يُحِبُّ التَّوَّابِينَ وَيُحِبُّ الْمُتَطَهِّرِينَ วะยัสอะลูนะกะ อะนิลมะหีฎ กุล ฮุวะ อะซัน ฟะอ์ตะซิลุนนิสาอะ ฟิลมะหีฎิ วะลา ตักเราะบูฮุนนะ หัตตา ยัฏฮุรน์ ฟะอิซา ตะเฏาะฮฮัรนะ ฟะอ์ตูฮุนนะ มิน หัยษุ อะมะเราะกุมุลลอฮ์ อินนัลลอฮะ ยุหิบบุตเตาวาบีนะ วะยุหิบบุลมุตะเฏาะฮฮิรีน และพวกเขาถามเจ้าเกี่ยวกับประจำเดือน จงกล่าวเถิด ‘มันเป็นสิ่งที่ก่อความรำคาญ (อันตราย) ดังนั้นพวกเจ้าจงหลีกเลี่ยง (การร่วมหลับนอนกับ) ผู้หญิงในระหว่างมีประจำเดือน และอย่าเข้าใกล้พวกนางจนกว่าพวกนางจะสะอาด (หมดประจำเดือน) ครั้นเมื่อพวกนางชำระตัวสะอาดแล้ว ก็จงมาหาพวกนางตามที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาแก่พวกเจ้า’ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักบรรดาผู้สำนึกผิด (เตาบะฮ์) และทรงรักบรรดาผู้ที่ทำตัวสะอาดบริสุทธิ์
- نِسَاؤُكُمْ حَرْثٌ لَّكُمْ فَأْتُوا حَرْثَكُمْ أَنَّىٰ شِئْتُمْ وَقَدِّمُوا لِأَنفُسِكُمْ وَاتَّقُوا اللَّهَ وَاعْلَمُوا أَنَّكُم مُّلَاقُوهُ وَبَشِّرِ الْمُؤْمِنِينَ นิสาอุกุม หัรษุน ละกุม ฟะอ์ตู หัรษะกุม อันนา ชิอ์ตุม วะก็อดดิมู ลิอันฟุสิกุม วัตตะกุลลอฮะ วะอ์ละมู อันนะกุม มุลากูฮ์ วะบัชชิริลมุอ์มินีน ภรรยาของพวกเจ้าคือแหล่งเพาะปลูกสำหรับพวกเจ้า ดังนั้นจงมายังแหล่งเพาะปลูกของพวกเจ้าอย่างไรก็ได้ตามที่พวกเจ้าประสงค์ และจงเตรียม (ความดี) ไว้ล่วงหน้าสำหรับตัวของพวกเจ้าเอง และจงยำเกรงอัลลอฮ์ และพึงรู้เถิดว่าพวกเจ้าจะได้พบพระองค์ และจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธา
- وَلَا تَجْعَلُوا اللَّهَ عُرْضَةً لِّأَيْمَانِكُمْ أَن تَبَرُّوا وَتَتَّقُوا وَتُصْلِحُوا بَيْنَ النَّاسِ وَاللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌ วะลา ตัจญอะลุลลอฮะ อุรฺเฎาะตัน ลิอัยมานิกุม อัน ตะบัรฺรู วะตัตตะกู วะตุศลิหู บัยนันนาส วัลลอฮุ สะมีอุน อะลีม และพวกเจ้าอย่าทำให้ (การสาบานต่อ) อัลลอฮ์เป็นข้ออ้างขัดขวางการที่พวกเจ้าจะทำความดี ยำเกรง และไกล่เกลี่ยประนีประนอมระหว่างผู้คน และอัลลอฮ์ทรงได้ยิน ทรงรอบรู้
- لَّا يُؤَاخِذُكُمُ اللَّهُ بِاللَّغْوِ فِي أَيْمَانِكُمْ وَلَٰكِن يُؤَاخِذُكُم بِمَا كَسَبَتْ قُلُوبُكُمْ وَاللَّهُ غَفُورٌ حَلِيمٌ ลา ยุอาคิซุกุมุลลอฮุ บิลลัฆวิ ฟี อัยมานิกุม วะลากิน ยุอาคิซุกุม บิมา กะสะบัต กุลูบุกุม วัลลอฮุ เฆาะฟูรุน หะลีม อัลลอฮ์จะไม่ทรงเอาโทษพวกเจ้าในการสาบานที่เผลอพลั้ง (โดยไม่ตั้งใจ) แต่พระองค์จะทรงเอาโทษพวกเจ้าในสิ่งที่หัวใจของพวกเจ้าได้ตั้งเจตนาไว้ และอัลลอฮ์ทรงอภัยยิ่ง ทรงขันติยิ่ง
เรื่องประจำเดือน: อัลลอฮ์ระบุว่าเป็น “อะซา” (สิ่งที่ก่อความรำคาญ/ไม่สะอาดในช่วงนั้น) และห้าม การร่วมหลับนอน ในช่วงมีประจำเดือน จนกว่าจะสะอาด — โดย “การหลีกเลี่ยง” หมายถึง เฉพาะการร่วมเพศ มิใช่การรังเกียจแยกตัวเหมือนที่ยะฮูดทำ
“นิสาอุกุม หัรษุน ละกุม” — อายะฮ์ 223 ใช้อุปมา “ภรรยาคือแหล่งเพาะปลูก (หัรษ์)” — สาเหตุประทานคือ พวกยะฮูดอ้างว่าหากร่วมกับภรรยาโดยหันหน้าเข้าจากด้านหลัง (แต่ในช่องคลอด) ลูกจะตาเหล่ อัลลอฮ์จึงชี้ว่าอนุญาตให้ครองคู่ในลักษณะใดก็ได้ (นั่งหน้า นอนหลัง) ตราบเท่าที่เป็นในที่เดียวที่ถูกต้อง (ช่องคลอด อันเป็นที่กำเนิดบุตร) · ส่วน ทวารหนักเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเอกฉันท์ของญุมฮูร (แม้สายรายงานที่ห้ามส่วนใหญ่จะไม่แข็ง แต่ตัวหุก่มมั่นคง) · “วะก็อดดิมู ลิอันฟุสิกุม” — ให้ เตรียมความดี/เจตนาที่ดีไว้ล่วงหน้า (เช่น กล่าวบิสมิลลาฮ์และหวังบุตรที่ศอลิห์)
อายะฮ์ 224–225 (การสาบาน): อย่าใช้การสาบานต่ออัลลอฮ์เป็น ข้ออ้างไม่ทำความดี (เช่นสาบานว่าจะไม่ไกล่เกลี่ยญาติ) — ถ้าสาบานเช่นนั้นให้ทำสิ่งที่ดีกว่าแล้วจ่ายกัฟฟาเราะฮ์ · และอัลลอฮ์ไม่เอาโทษการสาบานที่ เผลอพลั้งโดยไม่ตั้งใจ (ลัฆว์) เช่นคำติดปาก “ไม่ใช่ วัลลอฮ์” “ใช่ วัลลอฮ์”
ต้นฉบับอาหรับ
أن اليهود كانوا إذا حاضت المرأة فيهم لم يؤاكلوها ولم يجامعوهنَّ في البيوت، فسأل أصحاب النبي ﷺ، فأنزل الله: ﴿وَيَسْأَلُونَكَ عَنِ الْمَحِيضِ﴾… فقال رسول الله ﷺ: «اصنعوا كل شيءٍ إلا النكاح».
จากอะนัส ว่าพวกยะฮูด เมื่อผู้หญิงมีประจำเดือน พวกเขาจะไม่ร่วมรับประทานอาหารและไม่อยู่ร่วมบ้านกับนาง เศาะหาบะฮ์จึงถามท่านนบี ﷺ อัลลอฮ์จึงประทานอายะฮ์ “และพวกเขาถามเจ้าเกี่ยวกับประจำเดือน” ท่านนบีจึงกล่าวว่า «จงทำได้ทุกอย่าง (อยู่ร่วม กินร่วม สัมผัส) ยกเว้นการร่วมหลับนอน»
ต้นฉบับอาหรับ
عن جابر قال: كانت اليهود تقول: إذا أتى الرجلُ امرأتَه من دُبُرها في قُبُلها كان الولد أحول، فنزلت: ﴿نِسَاؤُكُمْ حَرْثٌ لَكُمْ فَأْتُوا حَرْثَكُمْ أَنَّى شِئْتُمْ﴾.
จากญาบิร กล่าวว่า “พวกยะฮูดเคยกล่าวว่า หากชายร่วมกับภรรยาจากด้านหลัง (แต่ในช่องคลอด) ลูกจะตาเหล่ อัลลอฮ์จึงประทานอายะฮ์ “ภรรยาของพวกเจ้าคือแหล่งเพาะปลูก จงมายังแหล่งเพาะปลูกของพวกเจ้าอย่างไรก็ได้ตามที่ประสงค์””
อายะฮ์ 226–228 : อีลาอ์ และอิดดะฮ์ของหญิงที่ถูกหย่า
2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 226–228
- لِّلَّذِينَ يُؤْلُونَ مِن نِّسَائِهِمْ تَرَبُّصُ أَرْبَعَةِ أَشْهُرٍ فَإِن فَاءُوا فَإِنَّ اللَّهَ غَفُورٌ رَّحِيمٌ ลิลละซีนะ ยุอ์ลูนะ มิน นิสาอิฮิม ตะร็อบบุศุ อัรบะอะติ อัชฮุร ฟะอิน ฟาอู ฟะอินนัลลอฮะ เฆาะฟูรุน ระฮีม สำหรับบรรดาผู้ที่สาบานว่าจะไม่ร่วมหลับนอนกับภรรยาของพวกเขา (อีลาอ์) ก็ให้มีการรอคอยสี่เดือน แล้วหากพวกเขากลับคืนดี (ยกเลิกคำสาบาน) แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอภัยยิ่ง ทรงเมตตาเสมอ
- وَإِنْ عَزَمُوا الطَّلَاقَ فَإِنَّ اللَّهَ سَمِيعٌ عَلِيمٌ วะอิน อะซะมุฏเฏาะลาเกาะ ฟะอินนัลลอฮะ สะมีอุน อะลีม และหากพวกเขาตัดสินใจที่จะหย่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงได้ยิน ทรงรอบรู้
- وَالْمُطَلَّقَاتُ يَتَرَبَّصْنَ بِأَنفُسِهِنَّ ثَلَاثَةَ قُرُوءٍ وَلَا يَحِلُّ لَهُنَّ أَن يَكْتُمْنَ مَا خَلَقَ اللَّهُ فِي أَرْحَامِهِنَّ إِن كُنَّ يُؤْمِنَّ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الْآخِرِ وَبُعُولَتُهُنَّ أَحَقُّ بِرَدِّهِنَّ فِي ذَٰلِكَ إِنْ أَرَادُوا إِصْلَاحًا وَلَهُنَّ مِثْلُ الَّذِي عَلَيْهِنَّ بِالْمَعْرُوفِ وَلِلرِّجَالِ عَلَيْهِنَّ دَرَجَةٌ وَاللَّهُ عَزِيزٌ حَكِيمٌ วัลมุเฏาะลละกอตุ ยะตะร็อบบัศนะ บิอันฟุสิฮินนะ ษะลาษะตะ กุรูอ์ วะลา ยะหิลลุ ละฮุนนะ อัน ยักตุมนะ มา เคาะละก็อลลอฮุ ฟี อัรหามิฮินนะ อิน กุนนะ ยุอ์มินนะ บิลลาฮิ วัลเยามิลอาคิร วะบุอูละตุฮุนนะ อะหักกุ บิร็อดดิฮินนะ ฟี ซาลิกะ อิน อะรอดู อิศลาหา วะละฮุนนะ มิษลุลละซี อะลัยฮินนะ บิลมะอ์รูฟ วะลิรฺริญาลิ อะลัยฮินนะ ดะเราะญะฮ์ วัลลอฮุ อะซีซุน หะกีม และบรรดาหญิงที่ถูกหย่านั้น ให้พวกนางรอคอย (อิดดะฮ์) ด้วยตัวของพวกนางเองสามระยะประจำเดือน (กุรูอ์) และไม่เป็นที่อนุมัติแก่พวกนางที่จะปกปิดสิ่งที่อัลลอฮ์ได้สร้างไว้ในครรภ์ของพวกนาง (การตั้งครรภ์) หากพวกนางศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก และบรรดาสามีของพวกนางมีสิทธิ์ยิ่งกว่าในการที่จะคืนดีกับพวกนางในระหว่างนั้น หากพวกเขาปรารถนาการปรับปรุง (คืนดี) และพวกนางมีสิทธิ์เยี่ยงที่พวกนางมีหน้าที่ (ต่อสามี) โดยชอบธรรม และบรรดาผู้ชาย (สามี) มีฐานะเหนือพวกนางขั้นหนึ่ง (ในความรับผิดชอบและการดูแล) และอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ
อีลาอ์: หากสามี สาบานว่าจะงดการครองคู่กับภรรยา อิสลามกำหนดเวลาไม่เกิน สี่เดือน — เพื่อไม่ให้ภรรยาถูกทอดทิ้งอย่างไม่มีกำหนด · จากนั้นวางบทบัญญัติ อิดดะฮ์ (ระยะรอคอยหลังหย่า) สำหรับหญิงที่ถูกหย่า = สามระยะ “กุรูอ์” — คำว่า “กุรูอ์” มีสองทัศนะในหมู่สลัฟ: (ก) รอบประจำเดือน (อบูหะนีฟะฮ์ อะห์มัด และคอลีฟะฮ์สี่) และ (ข) รอบสะอาด (อัฏฮารฺ) (มาลิก ชาฟิอี และอาอิชะฮ์) — ทั้งสองมีเป้าหมายเพื่อ ยืนยันว่าไม่ตั้งครรภ์ และเปิดโอกาสให้ สามีคืนดีได้
“วะละฮุนนะ มิษลุลละซี อะลัยฮินนะ บิลมะอ์รูฟ” — หลักการอันงดงามเรื่อง สิทธิที่สมดุลในครอบครัว: ภรรยามีสิทธิเหนือสามีเช่นเดียวกับที่สามีมีสิทธิเหนือนาง (ต่างตอบแทนกันด้วยดี) · ส่วน “วะลิรฺริญาลิ อะลัยฮินนะ ดะเราะญะฮ์” — สามีมี “ฐานะขั้นหนึ่ง” ในแง่ ความรับผิดชอบ การนำ และการดูแลปกป้อง (กิวามะฮ์) มิใช่ความเหนือกว่าในคุณค่าความเป็นมนุษย์
ส่วนที่ 80 อายะฮ์ 229–230 : การหย่า คุลอ์ และการกลับคืน
2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 229–230
- الطَّلَاقُ مَرَّتَانِ فَإِمْسَاكٌ بِمَعْرُوفٍ أَوْ تَسْرِيحٌ بِإِحْسَانٍ وَلَا يَحِلُّ لَكُمْ أَن تَأْخُذُوا مِمَّا آتَيْتُمُوهُنَّ شَيْئًا إِلَّا أَن يَخَافَا أَلَّا يُقِيمَا حُدُودَ اللَّهِ فَإِنْ خِفْتُمْ أَلَّا يُقِيمَا حُدُودَ اللَّهِ فَلَا جُنَاحَ عَلَيْهِمَا فِيمَا افْتَدَتْ بِهِ تِلْكَ حُدُودُ اللَّهِ فَلَا تَعْتَدُوهَا وَمَن يَتَعَدَّ حُدُودَ اللَّهِ فَأُولَٰئِكَ هُمُ الظَّالِمُونَ อัฏเฏาะลากุ มัรฺรอตาน ฟะอิมสากุน บิมะอ์รูฟิน เอา ตัสรีหุน บิอิห์สาน วะลา ยะหิลลุ ละกุม อัน ตะอ์คุซู มิมมา อาตัยตุมูฮุนนะ ชัยอัน อิลลา อัน ยะคอฟา อัลลา ยุกีมา หุดูดัลลาฮ์ ฟะอิน คิฟตุม อัลลา ยุกีมา หุดูดัลลาฮิ ฟะลา ญุนาหะ อะลัยฮิมา ฟีมัฟตะดัต บิฮ์ ติลกะ หุดูดุลลาฮิ ฟะลา ตะอ์ตะดูฮา วะมัน ยะตะอัดดะ หุดูดัลลาฮิ ฟะอุลาอิกะ ฮุมุซซอลิมูน การหย่านั้น (ที่สามารถคืนดีได้) มีสองครั้ง แล้ว (หลังจากนั้น) ก็ให้อยู่ร่วมกันด้วยดี หรือปล่อย (หย่าครั้งที่สาม) ด้วยดี และไม่เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้า (สามี) ที่จะเอาสิ่งใด (มะฮัร) ที่พวกเจ้าได้ให้แก่พวกนางไปคืน เว้นแต่ทั้งสองจะเกรงว่าจะไม่สามารถดำรงขอบเขตของอัลลอฮ์ได้ ดังนั้นหากพวกเจ้าเกรงว่าทั้งสองจะไม่สามารถดำรงขอบเขตของอัลลอฮ์ได้ ก็ไม่มีบาปใดแก่ทั้งสองในสิ่งที่นางไถ่ตน (คืนมะฮัรเพื่อขอหย่า — คุลอ์) นั่นคือขอบเขตของอัลลอฮ์ พวกเจ้าอย่าละเมิดมัน และผู้ใดที่ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮ์ ชนเหล่านั้นแหละคือผู้อธรรม
- فَإِن طَلَّقَهَا فَلَا تَحِلُّ لَهُ مِن بَعْدُ حَتَّىٰ تَنكِحَ زَوْجًا غَيْرَهُ فَإِن طَلَّقَهَا فَلَا جُنَاحَ عَلَيْهِمَا أَن يَتَرَاجَعَا إِن ظَنَّا أَن يُقِيمَا حُدُودَ اللَّهِ وَتِلْكَ حُدُودُ اللَّهِ يُبَيِّنُهَا لِقَوْمٍ يَعْلَمُونَ ฟะอิน เฏาะลละเกาะฮา ฟะลา ตะหิลลุ ละฮู มิน บะอ์ดุ หัตตา ตันกิหะ เซาญัน ฆ็อยเราะฮู ฟะอิน เฏาะลละเกาะฮา ฟะลา ญุนาหะ อะลัยฮิมา อัน ยะตะรอญะอา อิน ซ็อนนา อัน ยุกีมา หุดูดัลลาฮ์ วะติลกะ หุดูดุลลาฮิ ยุบัยยินุฮา ลิก็อวมิน ยะอ์ละมูน แล้วถ้าเขา (สามี) หย่านาง (เป็นครั้งที่สาม) นางก็ไม่เป็นที่อนุมัติแก่เขาอีกหลังจากนั้น จนกว่านางจะแต่งงานกับสามีอื่นนอกจากเขา (แล้วมีชีวิตคู่จริง) แล้วถ้าเขา (สามีคนใหม่) หย่านาง ก็ไม่มีบาปใดแก่ทั้งสอง (คนแรกกับนาง) ที่จะกลับมาคืนดีกัน หากทั้งสองคิดว่าจะดำรงขอบเขตของอัลลอฮ์ได้ และนั่นคือขอบเขตของอัลลอฮ์ที่พระองค์ทรงชี้แจงแก่กลุ่มชนที่รู้
อิสลามวางระบบการหย่าที่ ป้องกันการหย่าอย่างพร่ำเพรื่อและรักษาโอกาสคืนดี: “อัฏเฏาะลากุ มัรฺรอตาน” — การหย่าที่คืนดีได้มี สองครั้ง (ทีละครั้ง มิใช่พูดสามครั้งรวด) หลังจากนั้นต้องเลือก อยู่ร่วมด้วยดี หรือหย่าขาดด้วยดี · หากภรรยาต้องการเลิกเพราะเข้ากันไม่ได้ ก็ทำ “คุลอ์” (คืนมะฮัรเพื่อขอหย่า) ได้ — และตามซอฮิรของอายะฮ์ อิบนุอับบาสและอิมามอะห์มัดถือว่า คุลอ์เป็นการฟัสค์ (ยกเลิกสัญญา) มิใช่การฏอลาก และอิดดะฮ์คุลอ์เพียงหนึ่งรอบประจำเดือน
“ฟะลา ตะหิลลุ ละฮู…หัตตา ตันกิหะ เซาญัน ฆ็อยเราะฮ์” — เมื่อหย่า ครั้งที่สาม (หย่าขาด) สามีเดิมจะกลับมาแต่งใหม่ไม่ได้ จนกว่านางจะแต่งงานกับชายอื่น (อย่างแท้จริง) แล้วชีวิตคู่นั้นสิ้นสุดลงเอง — เพื่อยับยั้งการหย่าอย่างไม่จริงจัง (มิใช่การจัดฉากแต่งเพื่อกลับ ซึ่งเป็น “ตะฮ์ลีล” ที่ท่านนบีสาปแช่ง)
ต้นฉบับอาหรับ
أن امرأة ثابت بن قيس أتت النبيَّ ﷺ فقالت: يا رسول الله، ما أَعِيب عليه في خُلُقٍ ولا دين، ولكني أكره الكفر في الإسلام (لا أطيقه). فقال رسول الله ﷺ: «أتردِّين عليه حديقته؟» قالت: نعم. قال رسول الله ﷺ: «اقبل الحديقة، وطلِّقها تطليقة».
ภรรยาของษาบิต บิน ก็อยส์ มาหาท่านนบี ﷺ กล่าวว่า “โอ้เราะซูลุลลอฮ์ ฉันมิได้ตำหนิเขาเรื่องมารยาทหรือศาสนา แต่ฉัน เกลียด (ทนไม่ได้ที่จะอยู่กับเขาต่อไป จนเกรงจะเนรคุณ) ในสภาพที่เป็นมุสลิม” ท่านนบีถามว่า «เธอจะคืนสวน (มะฮัร) ให้เขาไหม?» นางตอบว่า “ค่ะ” ท่านจึงกล่าวแก่ษาบิตว่า «จงรับสวนคืน แล้วหย่านางหนึ่งครั้ง»
ต้นฉบับอาหรับ
«لعن رسول الله ﷺ المُحلِّل والمُحلَّل له».
จากอิบนุมัสอูด กล่าวว่า «ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ ได้สาปแช่งมุหัลลิล (ชายที่แต่งเพื่อให้นางกลับไปหาสามีเดิม) และมุหัลลัลละฮ์ (สามีเดิมที่ได้ประโยชน์จากการจัดฉากนั้น)»
อายะฮ์ 231–233 : ปฏิบัติต่อภรรยาด้วยดี และการให้นมบุตร
2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 231–233
- وَإِذَا طَلَّقْتُمُ النِّسَاءَ فَبَلَغْنَ أَجَلَهُنَّ فَأَمْسِكُوهُنَّ بِمَعْرُوفٍ أَوْ سَرِّحُوهُنَّ بِمَعْرُوفٍ وَلَا تُمْسِكُوهُنَّ ضِرَارًا لِّتَعْتَدُوا وَمَن يَفْعَلْ ذَٰلِكَ فَقَدْ ظَلَمَ نَفْسَهُ وَلَا تَتَّخِذُوا آيَاتِ اللَّهِ هُزُوًا وَاذْكُرُوا نِعْمَتَ اللَّهِ عَلَيْكُمْ وَمَا أَنزَلَ عَلَيْكُم مِّنَ الْكِتَابِ وَالْحِكْمَةِ يَعِظُكُم بِهِ وَاتَّقُوا اللَّهَ وَاعْلَمُوا أَنَّ اللَّهَ بِكُلِّ شَيْءٍ عَلِيمٌ วะอิซา เฏาะลลักตุมุนนิสาอะ ฟะบะลัฆนะ อะญะละฮุนนะ ฟะอัมสิกูฮุนนะ บิมะอ์รูฟิน เอา สัรฺริหูฮุนนะ บิมะอ์รูฟ วะลา ตุมสิกูฮุนนะ ฎิรอร็อน ลิตะอ์ตะดู วะมัน ยัฟอัล ซาลิกะ ฟะก็อด ซ็อละมะ นัฟสะฮู วะลา ตัตตะคิซู อายาติลลาฮิ ฮุซุวา วัซกุรู นิอ์มะตัลลาฮิ อะลัยกุม วะมา อันซะละ อะลัยกุม มินัลกิตาบิ วัลหิกมะติ ยะอิซุกุม บิฮ์ วัตตะกุลลอฮะ วะอ์ละมู อันนัลลอฮะ บิกุลลิ ชัยอิน อะลีม และเมื่อพวกเจ้าหย่าผู้หญิง แล้วพวกนางใกล้ครบกำหนดอิดดะฮ์ ก็จงยับยั้งพวกนางไว้ (คืนดี) ด้วยดี หรือปล่อยพวกนางไป (ให้พ้นอิดดะฮ์) ด้วยดี และพวกเจ้าอย่ายับยั้งพวกนางไว้เพื่อก่อความเดือดร้อน (แก่นาง) โดยมุ่งจะละเมิด และผู้ใดที่กระทำเช่นนั้น แน่นอนเขาได้อธรรมต่อตัวเขาเอง และพวกเจ้าอย่าถือเอาโองการของอัลลอฮ์เป็นที่ล้อเล่น และจงรำลึกถึงความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเจ้า และสิ่งที่พระองค์ได้ประทานลงมาแก่พวกเจ้าจากคัมภีร์และวิทยปัญญา ซึ่งพระองค์ทรงตักเตือนพวกเจ้าด้วยมัน และจงยำเกรงอัลลอฮ์ และพึงรู้เถิดว่าอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง
- وَإِذَا طَلَّقْتُمُ النِّسَاءَ فَبَلَغْنَ أَجَلَهُنَّ فَلَا تَعْضُلُوهُنَّ أَن يَنكِحْنَ أَزْوَاجَهُنَّ إِذَا تَرَاضَوْا بَيْنَهُم بِالْمَعْرُوفِ ذَٰلِكَ يُوعَظُ بِهِ مَن كَانَ مِنكُمْ يُؤْمِنُ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الْآخِرِ ذَٰلِكُمْ أَزْكَىٰ لَكُمْ وَأَطْهَرُ وَاللَّهُ يَعْلَمُ وَأَنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ วะอิซา เฏาะลลักตุมุนนิสาอะ ฟะบะลัฆนะ อะญะละฮุนนะ ฟะลา ตะอ์ฎุลูฮุนนะ อัน ยันกิหนะ อัซวาญะฮุนนะ อิซา ตะรอเฎาะเวา บัยนะฮุม บิลมะอ์รูฟ ซาลิกะ ยูอะซุ บิฮี มัน กานะ มินกุม ยุอ์มินุ บิลลาฮิ วัลเยามิลอาคิร ซาลิกุม อัซกา ละกุม วะอัฏฮัร วัลลอฮุ ยะอ์ละมุ วะอันตุม ลา ตะอ์ละมูน และเมื่อพวกเจ้าหย่าผู้หญิง แล้วพวกนางครบกำหนดอิดดะฮ์แล้ว ก็อย่าขัดขวางพวกนางในการที่พวกนางจะแต่งงานกับสามี (เดิมหรือใหม่) ของพวกนาง เมื่อทั้งสองฝ่ายพึงพอใจกันโดยชอบธรรม นั่นเป็นข้อตักเตือนสำหรับผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลกในหมู่พวกเจ้า นั่นเป็นการดีและบริสุทธิ์ยิ่งสำหรับพวกเจ้า และอัลลอฮ์ทรงรู้ แต่พวกเจ้าไม่รู้
- وَالْوَالِدَاتُ يُرْضِعْنَ أَوْلَادَهُنَّ حَوْلَيْنِ كَامِلَيْنِ لِمَنْ أَرَادَ أَن يُتِمَّ الرَّضَاعَةَ وَعَلَى الْمَوْلُودِ لَهُ رِزْقُهُنَّ وَكِسْوَتُهُنَّ بِالْمَعْرُوفِ لَا تُكَلَّفُ نَفْسٌ إِلَّا وُسْعَهَا لَا تُضَارَّ وَالِدَةٌ بِوَلَدِهَا وَلَا مَوْلُودٌ لَّهُ بِوَلَدِهِ وَعَلَى الْوَارِثِ مِثْلُ ذَٰلِكَ فَإِنْ أَرَادَا فِصَالًا عَن تَرَاضٍ مِّنْهُمَا وَتَشَاوُرٍ فَلَا جُنَاحَ عَلَيْهِمَا وَإِنْ أَرَدتُّمْ أَن تَسْتَرْضِعُوا أَوْلَادَكُمْ فَلَا جُنَاحَ عَلَيْكُمْ إِذَا سَلَّمْتُم مَّا آتَيْتُم بِالْمَعْرُوفِ وَاتَّقُوا اللَّهَ وَاعْلَمُوا أَنَّ اللَّهَ بِمَا تَعْمَلُونَ بَصِيرٌ วัลวาลิดาตุ ยุรฎิอ์นะ เอาลาดะฮุนนะ เฮาลัยนิ กามิลัยน์ ลิมัน อะรอดะ อัน ยุติมมัรฺเราะฎออะฮ์ วะอะลัลเมาลูดิ ละฮู ริซกุฮุนนะ วะกิสวะตุฮุนนะ บิลมะอ์รูฟ ลา ตุกัลละฟุ นัฟสุน อิลลา วุสอะฮา ลา ตุฎอรฺเราะ วาลิดะตุน บิวะละดิฮา วะลา เมาลูดุน ละฮู บิวะละดิฮ์ วะอะลัลวาริษิ มิษลุ ซาลิก ฟะอิน อะรอดา ฟิศอลัน อัน ตะรอฎิน มินฮุมา วะตะชาวุริน ฟะลา ญุนาหะ อะลัยฮิมา วะอิน อะร็อดตุม อัน ตัสตัรฎิอู เอาลาดะกุม ฟะลา ญุนาหะ อะลัยกุม อิซา สัลลัมตุม มา อาตัยตุม บิลมะอ์รูฟ วัตตะกุลลอฮะ วะอ์ละมู อันนัลลอฮะ บิมา ตะอ์มะลูนะ บะศีร และบรรดามารดาจะให้นมบุตรของนางสองปีเต็ม สำหรับผู้ที่ต้องการจะให้ครบการให้นม และหน้าที่ของพ่อเด็กคือปัจจัยยังชีพ (อาหาร) และเครื่องนุ่งห่มของพวกนางโดยชอบธรรม ไม่มีชีวิตใดถูกบังคับ นอกจากเท่าที่สามารถ อย่าให้มารดาต้องเดือดร้อนเพราะบุตรของนาง และอย่าให้พ่อเด็กต้องเดือดร้อนเพราะบุตรของเขา และหน้าที่ของทายาท (ผู้ปกครอง) ก็เยี่ยงนั้น แล้วหากทั้งสองปรารถนาจะหย่านม (ก่อนสองปี) ด้วยความพึงพอใจและการปรึกษาหารือของทั้งสอง ก็ไม่มีบาปใดแก่ทั้งสอง และหากพวกเจ้าต้องการจะให้ (ผู้อื่น) ให้นมบุตรของพวกเจ้า ก็ไม่มีบาปแก่พวกเจ้า เมื่อพวกเจ้าจ่ายสิ่งที่พวกเจ้าได้ให้ (ค่าจ้าง) โดยชอบธรรม และจงยำเกรงอัลลอฮ์ และพึงรู้เถิดว่าอัลลอฮ์ทรงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
หลักการสำคัญที่ย้ำตลอดคือ “บิลมะอ์รูฟ” (ด้วยความดีงามและเป็นธรรม) — เมื่อจะคืนดีหรือแยกทาง ต้องทำด้วยดี · ห้ามยับยั้งภรรยาไว้เพื่อกลั่นแกล้งให้เดือดร้อน (ฎิรอร)
“ฟะลา ตะอ์ฎุลูฮุนนะ อัน ยันกิหนะ อัซวาญะฮุนน์” — สาเหตุการประทานอายะฮ์ 232 คือเรื่อง มะอ์กิล บิน ยะซาร ที่ห้ามน้องสาว (ซึ่งถูกหย่าและครบอิดดะฮ์แล้ว) กลับไปแต่งกับสามีเดิมที่ทั้งสองพอใจกัน อัลลอฮ์จึงห้าม “การอัฎล์” (การที่ผู้ปกครองขัดขวางหญิงจากการแต่งงานใหม่) เมื่อทั้งสองฝ่ายพอใจกันโดยชอบธรรม
“วัลวาลิดาตุ ยุรฎิอ์นะ เอาลาดะฮุนนะ เฮาลัยนิ กามิลัยน์” — วางบทบัญญัติ การให้นมบุตรสองปีเต็ม (สำหรับผู้ต้องการให้ครบ) พร้อมกำหนดหน้าที่ของบิดาในการ เลี้ยงดูมารดาผู้ให้นม — และหลัก “ลา ตุกัลละฟุ นัฟสุน อิลลา วุสอะฮา” (ไม่มีผู้ใดถูกบังคับเกินความสามารถ) · ทั้งหมดเน้น การไม่สร้างความเดือดร้อนแก่กันในครอบครัว
ต้นฉบับอาหรับ
عن معقل بن يسار: كانت لي أختٌ تُخطَب إليَّ… فطلَّقها زوجها ثم تركها حتى انقضت عدتها، فخُطبت إليه فحمِيتُ من ذلك، فقلت: لا والله لا أزوِّجكَها أبدًا، فنزلت: ﴿فَلَا تَعْضُلُوهُنَّ أَنْ يَنْكِحْنَ أَزْوَاجَهُنَّ﴾ فكفَّرتُ عن يميني وأنكحتُها إياه.
มะอ์กิล บิน ยะซาร เล่าว่า “ฉันมีน้องสาว สามีของนางหย่านางแล้วปล่อยจนครบอิดดะฮ์ แล้วมาสู่ขอนางอีก ฉัน หวงและโกรธ จึงกล่าวว่า ‘ไม่ วัลลอฮ์ ฉันจะไม่ให้เธอแต่งกับเขาอีกเด็ดขาด’ อัลลอฮ์จึงประทานอายะฮ์ “พวกเจ้าอย่าขัดขวางพวกนางในการที่พวกนางจะแต่งงานกับสามีของพวกนาง” ฉันจึงจ่ายกัฟฟาเราะฮ์สาบานและให้นางแต่งกับเขา”
ต้นฉบับอาหรับ
«إنما الرَّضاعة من المَجَاعة».
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «แท้จริงการให้นม (ที่ทำให้เป็นมะฮ์รอม) นั้นคือการให้นมที่ (เกิดในวัยทารกซึ่ง) หล่อเลี้ยงจากความหิว»
ส่วนที่ 84 อายะฮ์ 234–237 : อิดดะฮ์แม่ม่าย การสู่ขอ และมะฮัร
2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 234–237
- وَالَّذِينَ يُتَوَفَّوْنَ مِنكُمْ وَيَذَرُونَ أَزْوَاجًا يَتَرَبَّصْنَ بِأَنفُسِهِنَّ أَرْبَعَةَ أَشْهُرٍ وَعَشْرًا فَإِذَا بَلَغْنَ أَجَلَهُنَّ فَلَا جُنَاحَ عَلَيْكُمْ فِيمَا فَعَلْنَ فِي أَنفُسِهِنَّ بِالْمَعْرُوفِ وَاللَّهُ بِمَا تَعْمَلُونَ خَبِيرٌ วัลละซีนะ ยุตะวัฟเฟานะ มินกุม วะยะซะรูนะ อัซวาญัน ยะตะร็อบบัศนะ บิอันฟุสิฮินนะ อัรบะอะตะ อัชฮุริน วะอัชรอ ฟะอิซา บะลัฆนะ อะญะละฮุนนะ ฟะลา ญุนาหะ อะลัยกุม ฟีมา ฟะอัลนะ ฟี อันฟุสิฮินนะ บิลมะอ์รูฟ วัลลอฮุ บิมา ตะอ์มะลูนะ เคาะบีร และบรรดาผู้ที่เสียชีวิตไปในหมู่พวกเจ้าและทิ้งภรรยาไว้ ให้พวกนางรอคอย (อิดดะฮ์) ด้วยตัวของพวกนางเองสี่เดือนกับสิบวัน ครั้นเมื่อพวกนางครบกำหนดแล้ว ก็ไม่มีบาปแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกนางกระทำต่อตัวเอง (เช่นแต่งงานใหม่) โดยชอบธรรม และอัลลอฮ์ทรงตระหนักในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
- وَلَا جُنَاحَ عَلَيْكُمْ فِيمَا عَرَّضْتُم بِهِ مِنْ خِطْبَةِ النِّسَاءِ أَوْ أَكْنَنتُمْ فِي أَنفُسِكُمْ عَلِمَ اللَّهُ أَنَّكُمْ سَتَذْكُرُونَهُنَّ وَلَٰكِن لَّا تُوَاعِدُوهُنَّ سِرًّا إِلَّا أَن تَقُولُوا قَوْلًا مَّعْرُوفًا وَلَا تَعْزِمُوا عُقْدَةَ النِّكَاحِ حَتَّىٰ يَبْلُغَ الْكِتَابُ أَجَلَهُ وَاعْلَمُوا أَنَّ اللَّهَ يَعْلَمُ مَا فِي أَنفُسِكُمْ فَاحْذَرُوهُ وَاعْلَمُوا أَنَّ اللَّهَ غَفُورٌ حَلِيمٌ วะลา ญุนาหะ อะลัยกุม ฟีมา อัรฺเราะฎตุม บิฮี มิน คิฏบะติน นิสาอิ เอา อักนันตุม ฟี อันฟุสิกุม อะลิมัลลอฮุ อันนะกุม สะตัซกุรูนะฮุนนะ วะลากิน ลา ตุวาอิดูฮุนนะ สิรฺร็อน อิลลา อัน ตะกูลู ก็อวลัน มะอ์รูฟา วะลา ตะอ์ซิมู อุกดะตัน นิกาหิ หัตตา ยับลุฆัลกิตาบุ อะญะละฮ์ วะอ์ละมู อันนัลลอฮะ ยะอ์ละมุ มา ฟี อันฟุสิกุม ฟะห์ซะรูห์ วะอ์ละมู อันนัลลอฮะ เฆาะฟูรุน หะลีม และไม่มีบาปแก่พวกเจ้าในการที่พวกเจ้าเปรยเป็นนัย ๆ ในการสู่ขอผู้หญิง (ที่อยู่ในอิดดะฮ์) หรือเก็บไว้ในใจ อัลลอฮ์ทรงรู้ว่าพวกเจ้าจะรำลึกถึงพวกนาง แต่พวกเจ้าอย่าสัญญากับพวกนางเป็นการลับ นอกจากจะกล่าวถ้อยคำที่ดีงาม (เปรยอย่างสุภาพ) และอย่าตัดสินใจทำสัญญาสมรสจนกว่าจะครบกำหนด (อิดดะฮ์) และพึงรู้ว่าอัลลอฮ์ทรงรู้สิ่งที่อยู่ในใจของพวกเจ้า จงระวังพระองค์ และพึงรู้ว่าอัลลอฮ์ทรงอภัยยิ่ง ทรงขันติยิ่ง
- لَّا جُنَاحَ عَلَيْكُمْ إِن طَلَّقْتُمُ النِّسَاءَ مَا لَمْ تَمَسُّوهُنَّ أَوْ تَفْرِضُوا لَهُنَّ فَرِيضَةً وَمَتِّعُوهُنَّ عَلَى الْمُوسِعِ قَدَرُهُ وَعَلَى الْمُقْتِرِ قَدَرُهُ مَتَاعًا بِالْمَعْرُوفِ حَقًّا عَلَى الْمُحْسِنِينَ ลา ญุนาหะ อะลัยกุม อิน เฏาะลลักตุมุน นิสาอะ มา ลัม ตะมัสสูฮุนนะ เอา ตัฟริฎู ละฮุนนะ ฟะรีเฎาะฮ์ วะมัตติอูฮุนนะ อะลัลมูสิอิ เกาะดะรุฮู วะอะลัลมุกติริ เกาะดะรุฮู มะตาอัน บิลมะอ์รูฟ หักก็อน อะลัลมุห์สินีน ไม่มีบาปแก่พวกเจ้า หากพวกเจ้าหย่าผู้หญิงก่อนที่จะสมสู่กับพวกนางหรือก่อนที่จะกำหนดมะฮัรให้พวกนาง และจงให้สิ่งของ (ปลอบใจ) แก่พวกนาง ผู้มั่งมีก็ตามความสามารถของเขา และผู้ยากจนก็ตามความสามารถของเขา เป็นสิ่งของโดยชอบธรรม เป็นหน้าที่เหนือผู้ทำความดี
- وَإِن طَلَّقْتُمُوهُنَّ مِن قَبْلِ أَن تَمَسُّوهُنَّ وَقَدْ فَرَضْتُمْ لَهُنَّ فَرِيضَةً فَنِصْفُ مَا فَرَضْتُمْ إِلَّا أَن يَعْفُونَ أَوْ يَعْفُوَ الَّذِي بِيَدِهِ عُقْدَةُ النِّكَاحِ وَأَن تَعْفُوا أَقْرَبُ لِلتَّقْوَىٰ وَلَا تَنسَوُا الْفَضْلَ بَيْنَكُمْ إِنَّ اللَّهَ بِمَا تَعْمَلُونَ بَصِيرٌ วะอิน เฏาะลลักตุมูฮุนนะ มิน ก็อบลิ อัน ตะมัสสูฮุนนะ วะก็อด ฟะร็อฎตุม ละฮุนนะ ฟะรีเฎาะตัน ฟะนิศฟุ มา ฟะร็อฎตุม อิลลา อัน ยะอ์ฟูนะ เอา ยะอ์ฟุวัลละซี บิยะดิฮี อุกดะตุน นิกาหิ วะอัน ตะอ์ฟู อักเราะบุ ลิตตักวา วะลา ตันสะวุลฟัฎละ บัยนะกุม อินนัลลอฮะ บิมา ตะอ์มะลูนะ บะศีร และหากพวกเจ้าหย่าพวกนางก่อนที่จะสมสู่กับพวกนาง โดยที่พวกเจ้าได้กำหนดมะฮัรให้พวกนางแล้ว ก็ให้ (จ่าย) ครึ่งหนึ่งของสิ่งที่พวกเจ้ากำหนดไว้ นอกจากพวกนางจะยกให้ หรือผู้ที่กุมสัญญาสมรส (สามี) จะยกให้ (ทั้งหมด) และการที่พวกเจ้ายกให้นั้นใกล้ต่อความยำเกรงยิ่งกว่า และพวกเจ้าอย่าลืมการเอื้อเฟื้อระหว่างกัน แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
ช่วงนี้กำหนด อิดดะฮ์ของหญิงม่าย (ผู้สามีเสียชีวิต) = สี่เดือนสิบวัน (เพื่อไว้อาลัยและยืนยันการไม่ตั้งครรภ์) — ยกเว้น หญิงม่ายที่ตั้งครรภ์ ซึ่งอิดดะฮ์ของนางสิ้นสุดเมื่อ คลอดบุตร (ตามหะดีษสุบัยอะฮ์) · ระหว่างอิดดะฮ์ ผู้ชายจะ เปรยการสู่ขออย่างสุภาพ ได้ แต่ห้ามทำสัญญาสมรสจนกว่าจะครบกำหนด · และวางเรื่อง มะฮัรกรณีหย่าก่อนสมสู่: หากยังไม่กำหนดมะฮัร ให้ มอบของปลอบใจ (มุตอะฮ์) ตามฐานะ · หากกำหนดแล้วให้จ่าย ครึ่งหนึ่ง — พร้อมส่งเสริมให้ เอื้อเฟื้อยกให้กัน เพราะ “ใกล้ต่อตักวายิ่งกว่า”
ต้นฉบับอาหรับ
أن سُبَيعة الأسلمية نُفِست بعد وفاة زوجها بليالٍ… فأفتاها النبي ﷺ أنها قد حلَّت حين وضعت حملها، وأمرها بالتزوُّج إن بدا لها.
สุบัยอะฮ์ อัลอัสละมียะฮ์ คลอดบุตรหลังสามีเสียชีวิตเพียงไม่กี่คืน ท่านนบี ﷺ ฟัตวาแก่นางว่า นางพ้นอิดดะฮ์แล้วเมื่อคลอดบุตร และอนุญาตให้นางแต่งงานใหม่ได้หากประสงค์
ต้นฉบับอาหรับ
«لا يحلُّ لامرأةٍ تؤمن بالله واليوم الآخر أن تُحِدَّ على ميتٍ فوق ثلاثِ ليالٍ، إلا على زوجٍ أربعةَ أشهرٍ وعشرًا».
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «ไม่เป็นที่อนุมัติแก่หญิงที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก ที่จะไว้อาลัยผู้ตายเกินสามคืน เว้นแต่ (การไว้อาลัย) ต่อสามีสี่เดือนกับสิบวัน»
อายะฮ์ 238–242 : รักษาละหมาด และสิทธิของหญิงที่ถูกหย่า
2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 238–242
- حَافِظُوا عَلَى الصَّلَوَاتِ وَالصَّلَاةِ الْوُسْطَىٰ وَقُومُوا لِلَّهِ قَانِتِينَ หาฟิซู อะลัศเศาะละวาติ วัศเศาะลาติลวุสฏอ วะกูมู ลิลลาฮิ กอนิตีน พวกเจ้าจงรักษา (ดำรง) บรรดาละหมาด (ให้ครบถ้วนตรงเวลา) โดยเฉพาะละหมาดกลาง (เศาะลาตุลวุสฏอ) และจงยืนละหมาดต่ออัลลอฮ์ด้วยความนอบน้อม
- فَإِنْ خِفْتُمْ فَرِجَالًا أَوْ رُكْبَانًا فَإِذَا أَمِنتُمْ فَاذْكُرُوا اللَّهَ كَمَا عَلَّمَكُم مَّا لَمْ تَكُونُوا تَعْلَمُونَ ฟะอิน คิฟตุม ฟะริญาลัน เอา รุกบานา ฟะอิซา อะมินตุม ฟัซกุรุลลอฮะ กะมา อัลละมะกุม มา ลัม ตะกูนู ตะอ์ละมูน แล้วหากพวกเจ้าหวาดกลัว (ศัตรู) ก็ (จงละหมาด) ในสภาพเดินเท้าหรือขี่พาหนะ ครั้นเมื่อพวกเจ้าปลอดภัยแล้ว ก็จงรำลึกถึงอัลลอฮ์ (ละหมาดตามปกติ) ดังที่พระองค์ได้ทรงสอนพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าไม่เคยรู้มาก่อน
- وَالَّذِينَ يُتَوَفَّوْنَ مِنكُمْ وَيَذَرُونَ أَزْوَاجًا وَصِيَّةً لِّأَزْوَاجِهِم مَّتَاعًا إِلَى الْحَوْلِ غَيْرَ إِخْرَاجٍ فَإِنْ خَرَجْنَ فَلَا جُنَاحَ عَلَيْكُمْ فِي مَا فَعَلْنَ فِي أَنفُسِهِنَّ مِن مَّعْرُوفٍ وَاللَّهُ عَزِيزٌ حَكِيمٌ วัลละซีนะ ยุตะวัฟเฟานะ มินกุม วะยะซะรูนะ อัซวาญัน วะศียยะตัน ลิอัซวาญิฮิม มะตาอัน อิลัลเฮาลิ ฆ็อยเราะ อิครอจ ฟะอิน เคาะร็อจนะ ฟะลา ญุนาหะ อะลัยกุม ฟี มา ฟะอัลนะ ฟี อันฟุสิฮินนะ มิน มะอ์รูฟ วัลลอฮุ อะซีซุน หะกีม และบรรดาผู้ที่เสียชีวิตไปในหมู่พวกเจ้าและทิ้งภรรยาไว้ ให้ทำพินัยกรรมแก่ภรรยาของพวกเขา เป็นการเลี้ยงดู (ให้พำนักในบ้าน) จนครบหนึ่งปีโดยไม่ขับไล่ แล้วหากพวกนางออกไปเอง ก็ไม่มีบาปแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกนางกระทำต่อตัวเองโดยชอบธรรม และอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ
- وَلِلْمُطَلَّقَاتِ مَتَاعٌ بِالْمَعْرُوفِ حَقًّا عَلَى الْمُتَّقِينَ วะลิลมุเฏาะลละกอติ มะตาอุน บิลมะอ์รูฟ หักก็อน อะลัลมุตตะกีน และสำหรับบรรดาหญิงที่ถูกหย่านั้น (มีสิทธิ์ได้รับ) สิ่งของปลอบใจโดยชอบธรรม เป็นหน้าที่เหนือบรรดาผู้ยำเกรง
- كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ اللَّهُ لَكُمْ آيَاتِهِ لَعَلَّكُمْ تَعْقِلُونَ กะซาลิกะ ยุบัยยินุลลอฮุ ละกุม อายาติฮี ละอัลละกุม ตะอ์กิลูน เช่นนั้นแหละ อัลลอฮ์ทรงชี้แจงบรรดาโองการของพระองค์แก่พวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้ใช้สติปัญญา
ท่ามกลางบทบัญญัติครอบครัว อัลลอฮ์ทรง แทรกคำสั่งเรื่องละหมาด อย่างเน้นย้ำ: “หาฟิซู อะลัศเศาะละวาติ วัศเศาะลาติลวุสฏอ” (จงรักษาละหมาด โดยเฉพาะละหมาดกลาง) — เพราะการรักษาละหมาดคือเสาหลักที่ค้ำจุนชีวิตทุกด้าน แม้ในยามยุ่งกับกิจการครอบครัวหรือสงคราม · “ละหมาดกลาง (วุสฏอ)” ตามทัศนะที่มีหลักฐานหนักแน่นที่สุดคือ ละหมาดอัศร์ (อิบนุกะษีรไล่กว่า ๑๐ ทัศนะแล้วให้น้ำหนักทัศนะนี้) · และในยามหวาดกลัว (สงคราม) ก็ให้ ละหมาดในสภาพเดินหรือขี่พาหนะ (ละหมาดเคาฟ) — ละหมาดไม่ถูกละทิ้งไม่ว่าสถานการณ์ใด
จากนั้นกลับสู่เรื่องครอบครัว: อายะฮ์ 240 (เรื่องการเลี้ยงดูแม่ม่ายให้พำนักหนึ่งปี) — ทัศนะหนึ่งว่าถูก ยกเลิก ด้วยอิดดะฮ์สี่เดือนสิบวัน (234) และอายะฮ์มรดก · แต่อิบนุกะษีรให้น้ำหนักทัศนะของ มุญาฮิดและอิบนุตัยมียะฮ์ ว่าอายะฮ์นี้ มิใช่การนัสค์เต็มรูป แต่เป็น วะศียะฮ์ (สิทธิพำนักในบ้านหนึ่งปีโดยสมัครใจ) ที่เพิ่มให้แก่ม่าย ส่วนอิดดะฮ์บังคับคือสี่เดือนสิบวัน · และย้ำว่า หญิงที่ถูกหย่ามีสิทธิ์ได้รับ “มุตอะฮ์” (ของปลอบใจ) โดยชอบธรรม เป็นหน้าที่ของผู้ยำเกรง
ต้นฉบับอาหรับ
عن علي ﵁ أن النبي ﷺ قال يوم الأحزاب: «شغلونا عن الصلاة الوسطى صلاة العصر، ملأ الله بيوتهم وقبورهم نارًا».
จากอะลี บิน อบีฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านนบี ﷺ กล่าวในวันสงครามอะห์ซาบ (ค็อนดัก) ว่า «พวกเขา (ศัตรู) ทำให้พวกเราไม่ว่างจากละหมาดกลาง คือละหมาดอัศร์ ขออัลลอฮ์ทรงเติมไฟให้เต็มบ้านเรือนและหลุมศพของพวกเขา»
ต้นฉบับอาหรับ
عن مجاهد: ﴿وَالَّذِينَ يُتَوَفَّوْنَ مِنْكُمْ وَيَذَرُونَ أَزْوَاجًا﴾ قال: كانت هذه العدة تعتدُّ عند أهل زوجها واجبًا، فأنزل الله: ﴿وَصِيَّةً لِأَزْوَاجِهِمْ مَتَاعًا إِلَى الْحَوْلِ غَيْرَ إِخْرَاجٍ﴾ فجعل الله لها تمام السنة سبعة أشهر وعشرين ليلة وصيةً، إن شاءت سكنت في وصيتها، وإن شاءت خرجت.
จากมุญาฮิด (อธิบายอายะฮ์ 240) ว่า อัลลอฮ์ทรงให้ “วะศียะฮ์” แก่หญิงม่ายในการพำนัก (ในบ้านสามี) จนครบหนึ่งปี (คือเพิ่มอีกเจ็ดเดือนยี่สิบคืนจากอิดดะฮ์สี่เดือนสิบวัน) เป็น สิทธิเลือก — หากนางประสงค์จะพำนักตามวะศียะฮ์ก็ได้ หากประสงค์จะออกก็ได้