← ดัชนีซูเราะฮ์
2

ซูเราะฮ์อัลบากอเราะฮ์

البقرة

ตอนที่ 11 · อายะฮ์ 204–221 · ญิฮาด + เหล้า/กำพร้า

  • บทที่ 2
  • 286 อายะฮ์
  • มะดะนียะฮ์
  • กำลังตรวจ
📖 อ่านต้นฉบับอาหรับ (ฉบับซามี)
เรียบเรียง

ส่วนที่ 72 อายะฮ์ 204–207 : มุนาฟิกที่พูดหวาน กับผู้ที่ขายตัวเพื่ออัลลอฮ์

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 204–207
  1. وَمِنَ النَّاسِ مَن يُعْجِبُكَ قَوْلُهُ فِي الْحَيَاةِ الدُّنْيَا وَيُشْهِدُ اللَّهَ عَلَىٰ مَا فِي قَلْبِهِ وَهُوَ أَلَدُّ الْخِصَامِ วะมินันนาสิ มัน ยุอ์ญิบุกะ ก็อวลุฮู ฟิลหะยาติดดุนยา วะยุชฮิดุลลอฮะ อะลา มา ฟี ก็อลบิฮี วะฮุวะ อะลัดดุลคิศอม และในหมู่มนุษย์มีผู้ที่คำพูดของเขาเกี่ยวกับชีวิตในโลกนี้ทำให้เจ้าพึงพอใจ (ฟังดูไพเราะ) และเขาอ้างอัลลอฮ์เป็นพยานต่อสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเขา (ว่าจริงใจ) ทั้งที่เขาคือศัตรูที่ดุดันฉกาจที่สุด
  2. وَإِذَا تَوَلَّىٰ سَعَىٰ فِي الْأَرْضِ لِيُفْسِدَ فِيهَا وَيُهْلِكَ الْحَرْثَ وَالنَّسْلَ وَاللَّهُ لَا يُحِبُّ الْفَسَادَ วะอิซา ตะวัลลา สะอา ฟิลอัรฎิ ลิยุฟสิดะ ฟีฮา วะยุฮ์ลิกัลหัรษะ วันนัสล์ วัลลอฮุ ลา ยุหิบบุลฟะสาด และเมื่อเขาผินหลังกลับไป เขาก็เพียรพยายามในแผ่นดินเพื่อก่อความเสียหายในนั้น และทำลายพืชผลและสัตว์เลี้ยง และอัลลอฮ์ไม่ทรงรักความเสียหาย
  3. وَإِذَا قِيلَ لَهُ اتَّقِ اللَّهَ أَخَذَتْهُ الْعِزَّةُ بِالْإِثْمِ فَحَسْبُهُ جَهَنَّمُ وَلَبِئْسَ الْمِهَادُ วะอิซา กีละ ละฮุตตะกิลลาฮะ อะเคาะซัตฮุลอิซซะตุ บิลอิษม์ ฟะหัสบุฮู ญะฮันนัม วะละบิอ์สัลมิฮาด และเมื่อมีผู้กล่าวแก่เขาว่า ‘จงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด’ ความหยิ่งยโสก็ทำให้เขาจมสู่บาป (ยิ่งกว่าเดิม) ดังนั้นนรกญะฮันนัมก็พอเพียงแก่เขาแล้ว และมันเป็นที่พำนักที่ชั่วช้ายิ่ง
  4. وَمِنَ النَّاسِ مَن يَشْرِي نَفْسَهُ ابْتِغَاءَ مَرْضَاتِ اللَّهِ وَاللَّهُ رَءُوفٌ بِالْعِبَادِ วะมินันนาสิ มัน ยัชรี นัฟสะฮุบติฆาอะ มัรฎอติลลาฮ์ วัลลอฮุ เราะอูฟุน บิลอิบาด และในหมู่มนุษย์มีผู้ที่ขายตัวของเขา (เสียสละชีวิต) เพื่อแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์ทรงเมตตาต่อปวงบ่าวเสมอ

อายะฮ์เปรียบเทียบมนุษย์สองแบบสุดขั้ว: แบบแรก คือ มุนาฟิก/คนหน้าไหว้หลังหลอก ที่ พูดจาไพเราะน่าฟัง อ้างอัลลอฮ์เป็นพยานว่าจริงใจ แต่แท้จริงเป็น “อะลัดดุลคิศอม” (ศัตรูที่โต้เถียงดุดันฉกาจ) — พอลับหลังก็ ก่อความเสียหาย ทำลายพืชผลและปศุสัตว์ และเมื่อถูกเตือนให้ยำเกรง ความหยิ่งก็ผลักเขาสู่บาปยิ่งขึ้น · แบบที่สอง ตรงข้ามกันคือ ผู้ที่ “ยัชรี นัฟสะฮุบติฆาอะ มัรฎอติลลาฮ์” (ขายตัว/สละชีวิตเพื่อแสวงความพอพระทัยของอัลลอฮ์)

สาเหตุการประทานอายะฮ์ 207: มีรายงานว่าประทานเกี่ยวกับ ศุฮัยบ์ อัรรูมี เมื่อครั้งฮิจญ์เราะฮ์ พวกมุชริกมักกะฮ์ขวางไม่ให้เขานำทรัพย์ไป เขาจึง สละทรัพย์ทั้งหมดเพื่อแลกกับอิสรภาพในการฮิจญ์เราะฮ์ เมื่ออุมัรพบเขาก็กล่าวว่า “ค้าขายได้กำไรแล้ว (ระบิหะ อัลบัยอ์)” และท่านนบี ﷺ ก็กล่าวเช่นนั้น · ทัศนะส่วนใหญ่ว่าอายะฮ์นี้ ครอบคลุมทุกคนที่สละตนเพื่ออัลลอฮ์ (เทียบอันเตาบะฮ์ 9:111)

หะดิษ ที่ 87 — ผู้ที่อัลลอฮ์ทรงเกลียดที่สุด คือผู้ที่ชอบโต้เถียงอย่างดุดัน
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«إن أبغض الرجال إلى الله الألدُّ الخَصِم».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «แท้จริงบุรุษที่อัลลอฮ์ทรงเกลียดที่สุด คือผู้ที่ชอบโต้เถียงอย่างดุดันฉกาจ (อัลอะลัดดุลค็อศม์)» — คือผู้ที่โต้เถียงด้วยความเท็จ ดื้อรั้น ใช้คารมเพื่อเอาชนะโดยไม่สนสัจธรรม

📎 ศอหีห์บุคอรี #4523 (และ #2457) · ศอหีห์มุสลิม #2668 (จากอาอิชะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #4523 · มุสลิม #2668 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

อายะฮ์ 208–210 : จงเข้าอิสลามทั้งหมด

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 208–210
  1. يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا ادْخُلُوا فِي السِّلْمِ كَافَّةً وَلَا تَتَّبِعُوا خُطُوَاتِ الشَّيْطَانِ إِنَّهُ لَكُمْ عَدُوٌّ مُّبِينٌ ยา อัยยุฮัลละซีนะ อามะนุดคุลู ฟิสสิลมิ กาฟฟะตัน วะลา ตัตตะบิอู คุฏุวาติชชัยฏอน อินนะฮู ละกุม อะดูววุน มุบีน โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงเข้าอยู่ในอิสลาม (การนอบน้อม/สันติ) โดยทั้งหมด (ทุกด้านของชีวิต) และจงอย่าตามรอยเท้าของชัยฏอน แท้จริงมันคือศัตรูที่ชัดแจ้งของพวกเจ้า
  2. فَإِن زَلَلْتُم مِّن بَعْدِ مَا جَاءَتْكُمُ الْبَيِّنَاتُ فَاعْلَمُوا أَنَّ اللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٌ ฟะอิน ซะลัลตุม มิน บะอ์ดิ มา ญาอัตกุมุลบัยยินาตุ ฟะอ์ละมู อันนัลลอฮะ อะซีซุน หะกีม แล้วถ้าพวกเจ้าพลั้งพลาด (หลงผิด) หลังจากที่หลักฐานอันชัดแจ้งได้มายังพวกเจ้าแล้ว ก็พึงรู้เถิดว่าแท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ
  3. هَلْ يَنظُرُونَ إِلَّا أَن يَأْتِيَهُمُ اللَّهُ فِي ظُلَلٍ مِّنَ الْغَمَامِ وَالْمَلَائِكَةُ وَقُضِيَ الْأَمْرُ وَإِلَى اللَّهِ تُرْجَعُ الْأُمُورُ ฮัล ยันซุรูนะ อิลลา อัน ยะอ์ติยะฮุมุลลอฮุ ฟี ซุลลิน มินัลเฆาะมามิ วัลมะลาอิกะตุ วะกุฎิยัลอัมร์ วะอิลัลลอฮิ ตุรญะอุลอุมูร พวกเขา (ผู้ปฏิเสธ) มิได้รอคอยสิ่งใด นอกจากการที่อัลลอฮ์จะเสด็จมายังพวกเขาในร่มเงาของเมฆ พร้อมกับมะลาอิกะฮ์ และกิจการก็ถูกตัดสิน และยังอัลลอฮ์นั้น กิจการทั้งหลายจะถูกนำกลับไป

“อุดคุลู ฟิสสิลมิ กาฟฟะฮ์” — คำสั่งอันสำคัญยิ่ง: จงเข้าอยู่ในอิสลามอย่าง “กาฟฟะฮ์” (ครบถ้วนทุกด้าน) — ปฏิบัติตามคำสอนของอิสลามในทุกมิติของชีวิต (อิบาดะฮ์ · จริยธรรม · ครอบครัว · สังคม · เศรษฐกิจ) ไม่ใช่เลือกรับบางส่วนและปฏิเสธบางส่วน · พร้อมเตือนไม่ให้ ตามรอยชัยฏอน ผู้เป็นศัตรูที่ชัดเจน · (มีรายงานว่าอายะฮ์นี้ประทานเกี่ยวกับชาวคัมภีร์ที่เข้ารับอิสลามแล้วยังอยากรักษาบางบัญญัติเดิม เช่นวันเสาร์ — อัลลอฮ์จึงสั่งให้ยึดอิสลามเต็มที่)

“ฮัล ยันซุรูนะ อิลลา อัน ยะอ์ติยะฮุมุลลอฮุ ฟี ซุลลิน มินัลเฆาะมาม” — เตือนผู้ที่ยังลังเลว่าพวกเขารออะไร นอกจาก การเสด็จมาของอัลลอฮ์ในวันกิยามะฮ์เพื่อตัดสิน ซึ่งเมื่อนั้นก็สายเกินไป · (เรื่องการเสด็จมาของอัลลอฮ์ อะฮ์ลุสสุนนะฮ์ยืนยันตามที่มา โดยไม่บิดเบือนความหมายและไม่เปรียบเทียบกับสิ่งถูกสร้าง — และไม่นำอะษัรที่บรรยายลักษณะแบบอิสรออีลิยาตมาปะปน)

เรียบเรียง

ส่วนที่ 74 อายะฮ์ 211–213 : ความโปรดปราน ดุนยา และมนุษยชาติหนึ่งเดียว

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 211–213
  1. سَلْ بَنِي إِسْرَائِيلَ كَمْ آتَيْنَاهُم مِّنْ آيَةٍ بَيِّنَةٍ وَمَن يُبَدِّلْ نِعْمَةَ اللَّهِ مِن بَعْدِ مَا جَاءَتْهُ فَإِنَّ اللَّهَ شَدِيدُ الْعِقَابِ สัล บะนี อิสรออีละ กัม อาตัยนาฮุม มิน อายะติน บัยยินะฮ์ วะมัน ยุบัดดิล นิอ์มะตัลลาฮิ มิน บะอ์ดิ มา ญาอัตฮุ ฟะอินนัลลอฮะ ชะดีดุลอิกอบ จงถามวงศ์วานอิสรออีลเถิดว่า เราได้ให้สัญญาณอันชัดแจ้งแก่พวกเขากี่ประการแล้ว และผู้ใดที่เปลี่ยนแปลงความโปรดปรานของอัลลอฮ์หลังจากที่มันได้มายังเขาแล้ว แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ลงโทษอันรุนแรง
  2. زُيِّنَ لِلَّذِينَ كَفَرُوا الْحَيَاةُ الدُّنْيَا وَيَسْخَرُونَ مِنَ الَّذِينَ آمَنُوا وَالَّذِينَ اتَّقَوْا فَوْقَهُمْ يَوْمَ الْقِيَامَةِ وَاللَّهُ يَرْزُقُ مَن يَشَاءُ بِغَيْرِ حِسَابٍ ซุยยินะ ลิลละซีนะ กะฟะรุลหะยาตุดดุนยา วะยัสเคาะรูนะ มินัลละซีนะ อามะนู วัลละซีนัตตะเกา เฟากะฮุม เยามัลกิยามะฮ์ วัลลอฮุ ยัรซุกุ มัน ยะชาอุ บิฆ็อยริ หิสาบ ชีวิตในโลกนี้ได้ถูกทำให้สวยงามแก่บรรดาผู้ปฏิเสธ และพวกเขาเยาะเย้ยบรรดาผู้ศรัทธา แต่บรรดาผู้ยำเกรงจะอยู่เหนือพวกเขาในวันกิยามะฮ์ และอัลลอฮ์ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยไม่จำกัด
  3. كَانَ النَّاسُ أُمَّةً وَاحِدَةً فَبَعَثَ اللَّهُ النَّبِيِّينَ مُبَشِّرِينَ وَمُنذِرِينَ وَأَنزَلَ مَعَهُمُ الْكِتَابَ بِالْحَقِّ لِيَحْكُمَ بَيْنَ النَّاسِ فِيمَا اخْتَلَفُوا فِيهِ وَمَا اخْتَلَفَ فِيهِ إِلَّا الَّذِينَ أُوتُوهُ مِن بَعْدِ مَا جَاءَتْهُمُ الْبَيِّنَاتُ بَغْيًا بَيْنَهُمْ فَهَدَى اللَّهُ الَّذِينَ آمَنُوا لِمَا اخْتَلَفُوا فِيهِ مِنَ الْحَقِّ بِإِذْنِهِ وَاللَّهُ يَهْدِي مَن يَشَاءُ إِلَىٰ صِرَاطٍ مُّسْتَقِيمٍ กานันนาสุ อุมมะตัน วาหิดะฮ์ ฟะบะอะษัลลอฮุนนะบียีนะ มุบัชชิรีนะ วะมุนซิรีนะ วะอันซะละ มะอะฮุมุลกิตาบะ บิลหักกิ ลิยะห์กุมะ บัยนันนาสิ ฟีมัคตะละฟู ฟีฮิ วะมัคตะละฟะ ฟีฮิ อิลลัลละซีนะ อูตูฮุ มิน บะอ์ดิ มา ญาอัตฮุมุลบัยยินาตุ บัฆยัน บัยนะฮุม ฟะฮะดัลลอฮุลละซีนะ อามะนู ลิมัคตะละฟู ฟีฮิ มินัลหักกิ บิอิซนิฮ์ วัลลอฮุ ยะฮ์ดี มัน ยะชาอุ อิลา ศิรอฏิน มุสตะกีม มนุษย์นั้นเคยเป็นประชาชาติเดียวกัน (บนเตาหีด) แล้ว (เมื่อพวกเขาขัดแย้งกัน) อัลลอฮ์จึงทรงส่งบรรดานบีมาในฐานะผู้แจ้งข่าวดีและผู้ตักเตือน และทรงประทานคัมภีร์ที่มีสัจธรรมลงมาพร้อมกับพวกเขา เพื่อตัดสินระหว่างมนุษย์ในสิ่งที่พวกเขาขัดแย้งกัน และไม่มีใครขัดแย้งในคัมภีร์นั้น นอกจากบรรดาผู้ที่ได้รับมัน หลังจากที่หลักฐานอันชัดแจ้งได้มายังพวกเขาแล้ว ทั้งนี้เพราะความอิจฉาริษยาระหว่างพวกเขาเอง แล้วอัลลอฮ์ก็ทรงชี้นำบรรดาผู้ศรัทธาสู่สัจธรรมที่พวกเขาขัดแย้งกันด้วยอนุมัติของพระองค์ และอัลลอฮ์ทรงชี้นำผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์สู่ทางอันเที่ยงตรง

อัลลอฮ์ทรงเตือนว่าบนีอิสรออีลได้รับ สัญญาณมากมาย แต่กลับ เปลี่ยนความโปรดปรานเป็นการปฏิเสธ · แล้วชี้ให้เห็นความจริงเรื่อง ดุนยา: มันถูกทำให้สวยงามแก่ผู้ปฏิเสธจนพวกเขา เยาะเย้ยผู้ศรัทธา — แต่ “ผู้ยำเกรงจะอยู่เหนือพวกเขาในวันกิยามะฮ์”

“กานันนาสุ อุมมะตัน วาหิดะฮ์” — ตามการอ่านของอิบนุมัสอูดและอุบัยย์ (“กานันนาสุ อุมมะตัน วาหิดะตัน ฟัคตะละฟู”) เดิมมนุษย์เป็น ประชาชาติเดียวบนทางนำ (เตาหีด/ชะรีอะฮ์แห่งสัจธรรม) แล้วเมื่อเกิดความขัดแย้ง อัลลอฮ์จึงส่ง บรรดานบีพร้อมคัมภีร์ มาตัดสิน — อิบนุกะษีรว่าทัศนะที่ว่า “เดิมอยู่บนทางนำแล้วแตกแยก” นั้น แข็งแรงกว่าทั้งสายรายงานและความหมาย (มิใช่ว่าเดิมเป็นกาฟิร) · และความขัดแย้งในศาสนาส่วนใหญ่เกิดจาก “บัฆย์ (ความริษยา/อธรรม)” มิใช่เพราะขาดหลักฐาน

หะดิษ ที่ 88 — เราคือประชาชาติสุดท้ายที่จะมาก่อน (นำหน้า) ในวันกิยามะฮ์
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«نحن الآخرون الأوَّلون يوم القيامة… فهذا يومهم الذي اختلفوا فيه فهدانا الله له، فالناس لنا فيه تبع: فاليهود غدًا، والنصارى بعد غد».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «เราคือประชาชาติสุดท้าย (ที่ถูกส่งมา) แต่จะเป็นผู้มาก่อน (นำหน้า) ในวันกิยามะฮ์… นี่คือวัน (ศุกร์) ที่พวกเขา (ชนก่อน) ขัดแย้งกัน แล้วอัลลอฮ์ทรงชี้นำเราสู่มัน ผู้คนจึงตามหลังเราในวันนี้: ยะฮูด (วันเสาร์) วันพรุ่งนี้ และนะศอรอ (วันอาทิตย์) วันมะรืน»

📎 ศอหีห์บุคอรี #876 · ศอหีห์มุสลิม #855 (จากอบูฮุร็อยเราะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #876 · มุสลิม #855 ตรวจสอบ ↗
หะดิษ ที่ 89 — ดุอาอ์ขอทางนำสู่สัจธรรมที่ผู้คนขัดแย้ง
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

«اللهم ربَّ جبريل وميكائيل وإسرافيل، فاطرَ السموات والأرض… اهدني لما اختُلف فيه من الحق بإذنك، إنك تهدي من تشاء إلى صراط مستقيم».

อาอิชะฮ์เล่าว่าท่านนบี ﷺ เมื่อลุกละหมาดกลางคืนจะเปิดด้วยดุอาอ์ «โอ้อัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งญิบรีล มีกาอีล และอิสรอฟีล ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน… ขอทรงชี้นำข้าพระองค์สู่สัจธรรมที่ผู้คนขัดแย้งกัน ด้วยอนุมัติของพระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงชี้นำผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์สู่ทางอันเที่ยงตรง»

📎 ศอหีห์มุสลิม #770 (จากอาอิชะฮ์) ยืนยันแล้ว — มุสลิม #770 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

อายะฮ์ 214–216 : การทดสอบ การบริจาค และการต่อสู้

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 214–216
  1. أَمْ حَسِبْتُمْ أَن تَدْخُلُوا الْجَنَّةَ وَلَمَّا يَأْتِكُم مَّثَلُ الَّذِينَ خَلَوْا مِن قَبْلِكُم مَّسَّتْهُمُ الْبَأْسَاءُ وَالضَّرَّاءُ وَزُلْزِلُوا حَتَّىٰ يَقُولَ الرَّسُولُ وَالَّذِينَ آمَنُوا مَعَهُ مَتَىٰ نَصْرُ اللَّهِ أَلَا إِنَّ نَصْرَ اللَّهِ قَرِيبٌ อัม หะสิบตุม อัน ตัดคุลุลญันนะตะ วะลัมมา ยะอ์ติกุม มะษะลุลละซีนะ เคาะเลา มิน ก็อบลิกุม มัสสัตฮุมุลบะอ์สาอุ วัฎเฎาะรฺรออุ วะซุลซิลู หัตตา ยะกูลัรฺเราะสูลุ วัลละซีนะ อามะนู มะอะฮู มะตา นัศรุลลาฮ์ อะลา อินนะ นัศร็อลลาฮิ เกาะรีบ หรือพวกเจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะได้เข้าสวรรค์ ทั้งที่ยังมิได้ประสบกับ (บททดสอบ) เยี่ยงบรรดาผู้ที่ล่วงลับไปก่อนพวกเจ้ากระนั้นหรือ ความทุกข์ยากและความเดือดร้อนได้ประสบแก่พวกเขา และพวกเขาถูกเขย่าขวัญ (ด้วยความหวาดกลัว) จนกระทั่งรอซูลและบรรดาผู้ศรัทธาที่อยู่กับเขากล่าวว่า ‘เมื่อใดเล่าความช่วยเหลือของอัลลอฮ์จะมา’ พึงรู้เถิด แท้จริงความช่วยเหลือของอัลลอฮ์นั้นอยู่ใกล้แล้ว
  2. يَسْأَلُونَكَ مَاذَا يُنفِقُونَ قُلْ مَا أَنفَقْتُم مِّنْ خَيْرٍ فَلِلْوَالِدَيْنِ وَالْأَقْرَبِينَ وَالْيَتَامَىٰ وَالْمَسَاكِينِ وَابْنِ السَّبِيلِ وَمَا تَفْعَلُوا مِنْ خَيْرٍ فَإِنَّ اللَّهَ بِهِ عَلِيمٌ ยัสอะลูนะกะ มาซา ยุนฟิกูน กุล มา อันฟักตุม มิน ค็อยริน ฟะลิลวาลิดัยนิ วัลอักเราะบีนะ วัลยะตามา วัลมะสากีนิ วับนิสสะบีล วะมา ตัฟอะลู มิน ค็อยริน ฟะอินนัลลอฮะ บิฮี อะลีม พวกเขาถามเจ้าว่าพวกเขาจะบริจาคสิ่งใด จงกล่าวเถิด ‘ทรัพย์ใดที่พวกเจ้าบริจาค ก็จงให้แก่บิดามารดา ญาติสนิท เด็กกำพร้า ผู้ยากไร้ และผู้เดินทาง’ และความดีใด ๆ ที่พวกเจ้ากระทำ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้มันดี
  3. كُتِبَ عَلَيْكُمُ الْقِتَالُ وَهُوَ كُرْهٌ لَّكُمْ وَعَسَىٰ أَن تَكْرَهُوا شَيْئًا وَهُوَ خَيْرٌ لَّكُمْ وَعَسَىٰ أَن تُحِبُّوا شَيْئًا وَهُوَ شَرٌّ لَّكُمْ وَاللَّهُ يَعْلَمُ وَأَنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ กุติบะ อะลัยกุมุลกิตาลุ วะฮุวะ กุรฮุน ละกุม วะอะสา อัน ตักเราะฮู ชัยอัน วะฮุวะ ค็อยรุน ละกุม วะอะสา อัน ตุหิบบู ชัยอัน วะฮุวะ ชัรฺรุน ละกุม วัลลอฮุ ยะอ์ละมุ วะอันตุม ลา ตะอ์ละมูน การต่อสู้ได้ถูกกำหนดแก่พวกเจ้าแล้ว ทั้งที่มันเป็นที่เกลียดชังแก่พวกเจ้า และบางทีพวกเจ้าเกลียดสิ่งหนึ่ง ทั้งที่มันเป็นสิ่งดีสำหรับพวกเจ้า และบางทีพวกเจ้าชอบสิ่งหนึ่ง ทั้งที่มันเป็นสิ่งเลวร้ายสำหรับพวกเจ้า และอัลลอฮ์ทรงรู้ แต่พวกเจ้าไม่รู้

“อัม หะสิบตุม อัน ตัดคุลุลญันนะฮ์…” — อัลลอฮ์ทรงเตือนว่า การเข้าสวรรค์ไม่ได้มาโดยง่าย ต้องผ่าน บททดสอบ เหมือนประชาชาติก่อน ที่เผชิญ ความทุกข์ยาก ความเดือดร้อน และความหวาดกลัว จนแม้แต่รอซูลและผู้ศรัทธาก็ร้องว่า “เมื่อใดความช่วยเหลือของอัลลอฮ์จะมา” — แล้วปลอบด้วย “อะลา อินนะ นัศร็อลลาฮิ เกาะรีบ” (ความช่วยเหลือของอัลลอฮ์อยู่ใกล้แล้ว)

จากนั้นตอบคำถามแรกเรื่อง การบริจาค (อายะฮ์ 215) ว่า “จะให้แก่ใคร” — ให้แก่พ่อแม่ ญาติ กำพร้า คนจน และผู้เดินทางตามลำดับ (ต่างจากคำถามในอายะฮ์ 219 ที่ถามว่า “จะให้เท่าไร” ซึ่งตอบว่า “ส่วนเกิน”) · และวางบทบัญญัติ การต่อสู้ (กิตาล) ที่ “แม้เป็นที่เกลียดชัง แต่อาจเป็นสิ่งดี” — พร้อมหลักการอันลึกซึ้ง: “บางทีเจ้าเกลียดสิ่งที่ดีสำหรับเจ้า และรักสิ่งที่ร้ายสำหรับเจ้า อัลลอฮ์ทรงรู้ แต่เจ้าไม่รู้” — สอนให้มอบหมายต่อฮิกมะฮ์ของอัลลอฮ์

หะดิษ ที่ 90 — ผู้ศรัทธาก่อนหน้าถูกทดสอบอย่างหนัก แต่ไม่ละทิ้งศาสนา
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

«كان الرجل فيمن قبلكم يُحفر له في الأرض فيُجعل فيه، فيُجاء بالمنشار فيوضع على رأسه فيُشقُّ باثنتين، وما يصدُّه ذلك عن دينه، ويُمشَط بأمشاط الحديد ما دون لحمه من عظمٍ أو عصبٍ، وما يصدُّه ذلك عن دينه. والله لَيُتِمَّنَّ الله هذا الأمر، حتى يسير الراكب من صنعاء إلى حضرموت لا يخاف إلا الله والذئب على غنمه، ولكنكم قومٌ تستعجلون».

ค็อบบาบ บิน อัลอะร็อต เล่าว่าพวกเราร้องทุกข์ (เรื่องการถูกทรมาน) ต่อท่านนบี ﷺ ท่านตอบว่า «ในหมู่ชนก่อนพวกท่าน ชายผู้หนึ่งจะถูกขุดหลุมฝัง แล้วนำเลื่อยมาวางบนศีรษะแล้วเลื่อยแยกเป็นสองซีก แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาละทิ้งศาสนา และถูกหวีด้วยหวีเหล็กจนเนื้อหลุดจากกระดูกและเส้นเอ็น แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาละทิ้งศาสนา ขอสาบานด้วยอัลลอฮ์ พระองค์จะทรงทำให้กิจการ (ศาสนา) นี้สมบูรณ์แน่นอน จนกระทั่งผู้ขี่ (เดินทาง) จากเศาะนอาอ์ถึงหัฎเราะเมาต์โดยไม่กลัวผู้ใดนอกจากอัลลอฮ์ และ (กลัว) หมาป่าจะทำร้ายแกะของเขา แต่พวกท่านเป็นพวกที่รีบเร่งเสียเอง»

📎 ศอหีห์บุคอรี #3612 (จากค็อบบาบ บิน อัลอะร็อต) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #3612 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

ส่วนที่ 76 อายะฮ์ 217–218 : การรบในเดือนต้องห้าม และการละทิ้งศาสนา

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 217–218
  1. يَسْأَلُونَكَ عَنِ الشَّهْرِ الْحَرَامِ قِتَالٍ فِيهِ قُلْ قِتَالٌ فِيهِ كَبِيرٌ وَصَدٌّ عَن سَبِيلِ اللَّهِ وَكُفْرٌ بِهِ وَالْمَسْجِدِ الْحَرَامِ وَإِخْرَاجُ أَهْلِهِ مِنْهُ أَكْبَرُ عِندَ اللَّهِ وَالْفِتْنَةُ أَكْبَرُ مِنَ الْقَتْلِ وَلَا يَزَالُونَ يُقَاتِلُونَكُمْ حَتَّىٰ يَرُدُّوكُمْ عَن دِينِكُمْ إِنِ اسْتَطَاعُوا وَمَن يَرْتَدِدْ مِنكُمْ عَن دِينِهِ فَيَمُتْ وَهُوَ كَافِرٌ فَأُولَٰئِكَ حَبِطَتْ أَعْمَالُهُمْ فِي الدُّنْيَا وَالْآخِرَةِ وَأُولَٰئِكَ أَصْحَابُ النَّارِ هُمْ فِيهَا خَالِدُونَ ยัสอะลูนะกะ อะนิชชะฮ์ริลหะรอมิ กิตาลิน ฟีฮิ กุล กิตาลุน ฟีฮิ กะบีร วะศ็อดดุน อัน สะบีลิลลาฮิ วะกุฟรุน บิฮี วัลมัสญิดิลหะรอมิ วะอิครอญุ อะฮ์ลิฮี มินฮุ อักบะรุ อินดัลลาฮ์ วัลฟิตนะตุ อักบะรุ มินัลก็อตล์ วะลา ยะซาลูนะ ยุกอติลูนะกุม หัตตา ยะรุดดูกุม อัน ดีนิกุม อินิสตะฏออู วะมัน ยัรตะดิด มินกุม อัน ดีนิฮี ฟะยะมุต วะฮุวะ กาฟิรุน ฟะอุลาอิกะ หะบิเฏาะต อะอ์มาลุฮุม ฟิดดุนยา วัลอาคิเราะฮ์ วะอุลาอิกะ อัศหาบุนนาริ ฮุม ฟีฮา คอลิดูน พวกเขาถามเจ้าเกี่ยวกับการทำสงครามในเดือนต้องห้าม จงกล่าวเถิด ‘การทำสงครามในเดือนนั้นเป็นเรื่องใหญ่ (บาปหนัก) แต่การขัดขวางจากหนทางของอัลลอฮ์ การปฏิเสธพระองค์ การ (กีดกัน) มัสยิดหะรอม และการขับไล่ชาวเมืองนั้นออกไป เป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่า ณ ที่อัลลอฮ์ และการฟิตนะฮ์ (การกดขี่ทางศาสนา) นั้นใหญ่ยิ่งกว่าการฆ่า’ และพวกเขาจะยังคงทำสงครามกับพวกเจ้าต่อไป จนกว่าจะทำให้พวกเจ้าหันกลับจากศาสนาของพวกเจ้าหากพวกเขาสามารถ และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าที่ละทิ้งศาสนาของเขา แล้วเขาตายลงในสภาพที่เป็นผู้ปฏิเสธ ชนเหล่านั้นแหละ การงานของพวกเขาไร้ผลทั้งในโลกนี้และปรโลก และชนเหล่านั้นคือชาวนรก พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล
  2. إِنَّ الَّذِينَ آمَنُوا وَالَّذِينَ هَاجَرُوا وَجَاهَدُوا فِي سَبِيلِ اللَّهِ أُولَٰئِكَ يَرْجُونَ رَحْمَتَ اللَّهِ وَاللَّهُ غَفُورٌ رَّحِيمٌ อินนัลละซีนะ อามะนู วัลละซีนะ ฮาญะรู วะญาฮะดู ฟี สะบีลิลลาฮิ อุลาอิกะ ยัรญูนะ เราะห์มะตัลลาฮ์ วัลลอฮุ เฆาะฟูรุน ระฮีม แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธา และบรรดาผู้ที่อพยพ (ฮิจญ์เราะฮ์) และต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ ชนเหล่านั้นย่อมหวังในความเมตตาของอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์ทรงอภัยยิ่ง ทรงเมตตาเสมอ

สาเหตุการประทาน (สะรียะฮ์นัคละฮ์): ท่านนบี ﷺ ส่งหน่วยลาดตระเวนภายใต้การนำของ อับดุลลอฮ์ บิน ญะห์ช (พร้อมสาส์นปิดผนึกห้ามเปิดจนถึงบัฏน์นัคละฮ์) · หน่วยนี้ได้สังหาร อัมร์ บิน อัลหัฎเราะมี และจับเชลย เกิดขึ้นในช่วงคาบเกี่ยวปลายญุมาดา/ต้นเราะญับ (เดือนต้องห้าม) — เป็น ฆอนีมะฮ์แรก เชลยแรก และผู้ถูกสังหารคนแรกในอิสลาม · พวกมุชริกจึงตำหนิว่ามุสลิมรบในเดือนต้องห้าม อัลลอฮ์จึงประทานอายะฮ์นี้

อัลลอฮ์ยอมรับว่า การรบในเดือนต้องห้าม (ซุลเกาะอฺดะฮ์ ซุลหิจญะฮ์ มุฮัรฺรอม เราะญับ) เป็นบาปหนัก แต่ชี้ว่าสิ่งที่พวกมุชริกทำ หนักยิ่งกว่า: การขัดขวางผู้คนจากศาสนา · การปฏิเสธ · การกีดกันมัสยิดหะรอม · และขับไล่มุสลิม · “วัลฟิตนะตุ อักบะรุ มินัลก็อตล์” (การกดขี่ทางศาสนาใหญ่กว่าการฆ่า) · เตือนว่าศัตรูจะไม่หยุดจนกว่าจะทำให้มุสลิมละทิ้งศาสนา · และวางหลักอันน่าสะพรึงเรื่อง การริดดะฮ์ (ละทิ้งศาสนาแล้วตายในสภาพกุฟร์) ว่า การงานทั้งหมดไร้ผล · ตรงข้ามกับ ผู้ศรัทธาที่ฮิจญ์เราะฮ์และญิฮาด ที่หวังในความเมตตาของอัลลอฮ์

เรียบเรียง

อายะฮ์ 219–221 : สุรา การพนัน เด็กกำพร้า และการสมรส

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 219–221
  1. يَسْأَلُونَكَ عَنِ الْخَمْرِ وَالْمَيْسِرِ قُلْ فِيهِمَا إِثْمٌ كَبِيرٌ وَمَنَافِعُ لِلنَّاسِ وَإِثْمُهُمَا أَكْبَرُ مِن نَّفْعِهِمَا وَيَسْأَلُونَكَ مَاذَا يُنفِقُونَ قُلِ الْعَفْوَ كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ اللَّهُ لَكُمُ الْآيَاتِ لَعَلَّكُمْ تَتَفَكَّرُونَ ยัสอะลูนะกะ อะนิลค็อมริ วัลมัยสิริ กุล ฟีฮิมา อิษมุน กะบีรุน วะมะนาฟิอุ ลินนาสิ วะอิษมุฮุมา อักบะรุ มิน นัฟอิฮิมา วะยัสอะลูนะกะ มาซา ยุนฟิกูน กุลิลอัฟว์ กะซาลิกะ ยุบัยยินุลลอฮุ ละกุมุลอายาติ ละอัลละกุม ตะตะฟักกะรูน พวกเขาถามเจ้าเกี่ยวกับสุรา (ค็อมร์) และการพนัน (มัยสิร) จงกล่าวเถิด ‘ในทั้งสองสิ่งนั้นมีบาปใหญ่หลวง และมีประโยชน์บางอย่างแก่ผู้คน แต่บาปของมันทั้งสองนั้นใหญ่ยิ่งกว่าประโยชน์ของมัน’ และพวกเขาถามเจ้าว่าพวกเขาจะบริจาคสิ่งใด จงกล่าวเถิด ‘ส่วนที่เหลือเกินความจำเป็น (อัลอัฟว์)’ เช่นนั้นแหละ อัลลอฮ์ทรงชี้แจงบรรดาโองการแก่พวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้ใคร่ครวญ
  2. فِي الدُّنْيَا وَالْآخِرَةِ وَيَسْأَلُونَكَ عَنِ الْيَتَامَىٰ قُلْ إِصْلَاحٌ لَّهُمْ خَيْرٌ وَإِن تُخَالِطُوهُمْ فَإِخْوَانُكُمْ وَاللَّهُ يَعْلَمُ الْمُفْسِدَ مِنَ الْمُصْلِحِ وَلَوْ شَاءَ اللَّهُ لَأَعْنَتَكُمْ إِنَّ اللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٌ ฟิดดุนยา วัลอาคิเราะฮ์ วะยัสอะลูนะกะ อะนิลยะตามา กุล อิศลาหุน ละฮุม ค็อยร์ วะอิน ตุคอลิฏูฮุม ฟะอิควานุกุม วัลลอฮุ ยะอ์ละมุลมุฟสิดะ มินัลมุศลิห์ วะเลา ชาอัลลอฮุ ละอะอ์นะตะกุม อินนัลลอฮะ อะซีซุน หะกีม ทั้งในโลกนี้และปรโลก และพวกเขาถามเจ้าเกี่ยวกับบรรดาเด็กกำพร้า จงกล่าวเถิด ‘การปรับปรุง (จัดการทรัพย์) ให้แก่พวกเขาเป็นการดีที่สุด และหากพวกเจ้าอยู่ร่วมปะปนกับพวกเขา (ในการกินอยู่) พวกเขาก็คือพี่น้องของพวกเจ้า’ และอัลลอฮ์ทรงรู้ดีว่าใครเป็นผู้ก่อความเสียหายและใครเป็นผู้ปรับปรุง และหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทรงทำให้พวกเจ้าลำบาก แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ
  3. وَلَا تَنكِحُوا الْمُشْرِكَاتِ حَتَّىٰ يُؤْمِنَّ وَلَأَمَةٌ مُّؤْمِنَةٌ خَيْرٌ مِّن مُّشْرِكَةٍ وَلَوْ أَعْجَبَتْكُمْ وَلَا تُنكِحُوا الْمُشْرِكِينَ حَتَّىٰ يُؤْمِنُوا وَلَعَبْدٌ مُّؤْمِنٌ خَيْرٌ مِّن مُّشْرِكٍ وَلَوْ أَعْجَبَكُمْ أُولَٰئِكَ يَدْعُونَ إِلَى النَّارِ وَاللَّهُ يَدْعُو إِلَى الْجَنَّةِ وَالْمَغْفِرَةِ بِإِذْنِهِ وَيُبَيِّنُ آيَاتِهِ لِلنَّاسِ لَعَلَّهُمْ يَتَذَكَّرُونَ วะลา ตันกิหุลมุชริกาติ หัตตา ยุอ์มินนะ วะละอะมะตุน มุอ์มินะตุน ค็อยรุน มิน มุชริกะติน วะเลา อะอ์ญะบัตกุม วะลา ตุนกิหุลมุชริกีนะ หัตตา ยุอ์มินู วะละอับดุน มุอ์มินุน ค็อยรุน มิน มุชริกิน วะเลา อะอ์ญะบะกุม อุลาอิกะ ยัดอูนะ อิลันนาริ วัลลอฮุ ยัดอู อิลัลญันนะติ วัลมัฆฟิเราะติ บิอิซนิฮ์ วะยุบัยยินุ อายาติฮี ลินนาสิ ละอัลละฮุม ยะตะซักกะรูน และพวกเจ้าอย่าแต่งงานกับหญิงผู้ตั้งภาคี (มุชริก) จนกว่านางจะศรัทธา และทาสหญิงผู้ศรัทธานั้นย่อมดีกว่าหญิงผู้ตั้งภาคี แม้ว่านางจะทำให้พวกเจ้าพึงใจก็ตาม และพวกเจ้าอย่าให้ (หญิงมุสลิม) แต่งงานกับชายผู้ตั้งภาคี จนกว่าพวกเขาจะศรัทธา และทาสชายผู้ศรัทธานั้นย่อมดีกว่าชายผู้ตั้งภาคี แม้ว่าเขาจะทำให้พวกเจ้าพึงใจก็ตาม ชนเหล่านั้น (ผู้ตั้งภาคี) เชิญชวนไปสู่ไฟนรก ส่วนอัลลอฮ์ทรงเชิญชวนไปสู่สวรรค์และการอภัยโทษด้วยอนุมัติของพระองค์ และพระองค์ทรงชี้แจงบรรดาโองการของพระองค์แก่มนุษย์ เพื่อพวกเขาจะได้รำลึก

“ยัสอะลูนะกะ อะนิลค็อมริ วัลมัยสิร” — อายะฮ์นี้เป็น ขั้นแรกในกระบวนการห้ามสุราและการพนัน ที่อัลลอฮ์ทรงทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป (ระบุว่า “บาปใหญ่กว่าประโยชน์”) ตามด้วยอันนิสาอ์ 4:43 (ห้ามละหมาดขณะมึนเมา) และห้ามเด็ดขาดในอัลมาอิดะฮ์ 5:90–91 — สะท้อน ฮิกมะฮ์ในการค่อย ๆ ปรับสังคม · ส่วนคำถามที่สอง “จะบริจาคเท่าไร” ตอบว่า “อัลอัฟว์” (ส่วนเกินความจำเป็น) เพื่อไม่สร้างภาระแก่ตนและครอบครัว

เรื่อง เด็กกำพร้า: หลังอายะฮ์เตือนเรื่องกินทรัพย์กำพร้า (อันนิสาอ์ 4:10, อัลอิสรออ์ 17:34) ผู้คนถึงกับ แยกอาหารเด็กกำพร้าออกจากตนจนลำบาก อัลลอฮ์จึงผ่อนปรนว่า ให้ดูแลจัดการทรัพย์เพื่อประโยชน์ของพวกเขา และอยู่ร่วม (ปะปนอาหาร) ได้อย่างพี่น้อง (โดยไม่ฉ้อฉล) · และวาง หลักการสมรส: ห้ามมุสลิมแต่งงานกับ ผู้ตั้งภาคี (มุชริก) เพราะ “พวกเขาเชิญชวนสู่ไฟนรก” — ยืนยันว่า ความศรัทธาสำคัญกว่ารูปลักษณ์หรือฐานะ (แม้ทาสผู้ศรัทธาก็ดีกว่ามุชริกที่ถูกใจ)

หะดิษ ที่ 91 — ไม่มีการฮิจญ์เราะฮ์ (จากมักกะฮ์) หลังพิชิต แต่มีญิฮาดและเจตนา
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«لا هجرة بعد الفتح، ولكن جهادٌ ونيَّةٌ، وإذا استُنفرتم فانفروا».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «ไม่มีการฮิจญ์เราะฮ์ (จากมักกะฮ์) อีกหลังการพิชิต แต่มีการญิฮาดและเจตนา (ที่ดี) และเมื่อพวกท่านถูกเรียกระดมพล ก็จงออกไปเถิด»

📎 ศอหีห์บุคอรี #2783 · ศอหีห์มุสลิม #1353 (จากอิบนุอับบาส) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #2783 · มุสลิม #1353 ตรวจสอบ ↗
หะดิษ ที่ 92 — กระบวนการห้ามสุราสามขั้น จนเศาะหาบะฮ์กล่าว “เราเลิกแล้ว”
ระดับ: ศอหีห์ (หะซัน เศาะหีห์)
ต้นฉบับอาหรับ

كان عمر يقول: «اللهم بيِّن لنا في الخمر بيانًا شافيًا» فنزلت التي في البقرة: ﴿يَسْأَلُونَكَ عَنِ الْخَمْرِ وَالْمَيْسِرِ﴾… ثم التي في النساء ﴿لَا تَقْرَبُوا الصَّلَاةَ وَأَنْتُمْ سُكَارَى﴾… ثم التي في المائدة ﴿فَهَلْ أَنْتُمْ مُنْتَهُونَ﴾ فقال عمر: انتهينا انتهينا.

อุมัร บิน อัลค็อฏฏอบเคยวิงวอนว่า «โอ้อัลลอฮ์ ขอทรงชี้แจงเรื่องสุราแก่เราให้กระจ่างชัดด้วยเถิด» แล้วอายะฮ์ในซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ (219) ก็ถูกประทานลงมา · ต่อมาอายะฮ์ในอันนิสาอ์ (“อย่าเข้าใกล้การละหมาดขณะที่พวกเจ้ามึนเมา”) · แล้วอายะฮ์ในอัลมาอิดะฮ์ (“พวกเจ้าจะเลิกไหม?”) เมื่ออุมัรได้ยินก็กล่าวว่า “เราเลิกแล้ว เราเลิกแล้ว”

📎 สุนันอบูดาวูด #3670 · ญามิอ์ อัตติรมิซี #3049 · มุสนัดอะห์มัด (1/53) (จากอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ) ยืนยันแล้ว — ติรมิซี #3049 (เศาะหีห์) ตรวจสอบ ↗
หะดิษ ที่ 93 — ทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมาคือค็อมร์ และค็อมร์ทุกชนิดเป็นสิ่งต้องห้าม
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

«كل مسكرٍ خمر، وكل خمرٍ حرام، ومن شرب الخمر في الدنيا فمات وهو يدمنها لم يتب، لم يشربها في الآخرة».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «ทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมาคือค็อมร์ (สุรา) และค็อมร์ทุกชนิดเป็นสิ่งต้องห้าม (หะรอม) และผู้ใดที่ดื่มสุราในโลกนี้แล้วตายลงในสภาพที่ยังติดมันโดยไม่เตาบะฮ์ เขาจะไม่ได้ดื่มมัน (เครื่องดื่มสวรรค์) ในปรโลก»

📎 ศอหีห์มุสลิม #2003 (จากอิบนุอุมัร) ยืนยันแล้ว — มุสลิม #2003 ตรวจสอบ ↗
หะดิษ ที่ 94 — หญิงถูกสมรสด้วยสี่ประการ จงเลือกผู้มีศาสนา
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«تُنكَح المرأة لأربعٍ: لمالها، ولحسبها، ولجمالها، ولدينها، فاظفر بذات الدين تَرِبَت يداك».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «หญิงนั้นถูกสมรสด้วยเหตุสี่ประการ: เพราะทรัพย์ของนาง เพราะวงศ์ตระกูลของนาง เพราะความงามของนาง และเพราะศาสนาของนาง ดังนั้นจงเลือกผู้มีศาสนา แล้วมือของเจ้าจะเปื้อนฝุ่น (จะได้รับความจำเริญ)»

📎 ศอหีห์บุคอรี #5090 · ศอหีห์มุสลิม #1466 (จากอบูฮุร็อยเราะฮ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #5090 · มุสลิม #1466 ตรวจสอบ ↗