← ดัชนีซูเราะฮ์
2

ซูเราะฮ์อัลบากอเราะฮ์

البقرة

ตอนที่ 13 · อายะฮ์ 243–252 · ฏอลูต-ญาลูต

  • บทที่ 2
  • 286 อายะฮ์
  • มะดะนียะฮ์
  • กำลังตรวจ
📖 อ่านต้นฉบับอาหรับ (ฉบับซามี)
เรียบเรียง

ส่วนที่ 86 อายะฮ์ 243–245 : การหนีความตาย การฟื้นคืนชีพ และการกู้ยืมอัลลอฮ์

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 243–245
  1. أَلَمْ تَرَ إِلَى الَّذِينَ خَرَجُوا مِن دِيَارِهِمْ وَهُمْ أُلُوفٌ حَذَرَ الْمَوْتِ فَقَالَ لَهُمُ اللَّهُ مُوتُوا ثُمَّ أَحْيَاهُمْ إِنَّ اللَّهَ لَذُو فَضْلٍ عَلَى النَّاسِ وَلَٰكِنَّ أَكْثَرَ النَّاسِ لَا يَشْكُرُونَ อะลัม ตะเราะ อิลัลละซีนะ เคาะเราะญู มิน ดิยาริฮิม วะฮุม อุลูฟุน หะซะร็อลเมาต์ ฟะกอละ ละฮุมุลลอฮุ มูตู ษุมมะ อะห์ยาฮุม อินนัลลอฮะ ละซู ฟัฎลิน อะลันนาสิ วะลากินนะ อักษะร็อนนาสิ ลา ยัชกุรูน เจ้ามิได้เห็นดอกหรือบรรดาผู้ที่ออกจากบ้านเรือนของพวกเขาซึ่งมีเป็นพัน ๆ เพราะกลัวความตาย แล้วอัลลอฮ์ตรัสแก่พวกเขาว่า ‘จงตายเถิด’ แล้วพระองค์ก็ทรงให้พวกเขามีชีวิตขึ้นมาอีก แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้มีบุญคุณต่อมนุษย์ แต่มนุษย์ส่วนมากไม่ขอบคุณ
  2. وَقَاتِلُوا فِي سَبِيلِ اللَّهِ وَاعْلَمُوا أَنَّ اللَّهَ سَمِيعٌ عَلِيمٌ วะกอติลู ฟี สะบีลิลลาฮิ วะอ์ละมู อันนัลลอฮะ สะมีอุน อะลีม และพวกเจ้าจงต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ และพึงรู้ว่าอัลลอฮ์ทรงได้ยิน ทรงรอบรู้
  3. مَّن ذَا الَّذِي يُقْرِضُ اللَّهَ قَرْضًا حَسَنًا فَيُضَاعِفَهُ لَهُ أَضْعَافًا كَثِيرَةً وَاللَّهُ يَقْبِضُ وَيَبْسُطُ وَإِلَيْهِ تُرْجَعُونَ มัน ซัลละซี ยุกริฎุลลอฮะ ก็อรฎ็อน หะสะนัน ฟะยุฎออิฟะฮู ละฮู อัฎอาฟัน กะษีเราะฮ์ วัลลอฮุ ยักบิฎุ วะยับสุฏุ วะอิลัยฮิ ตุรญะอูน ผู้ใดเล่าที่จะให้อัลลอฮ์ยืมอย่างดีงาม (บริจาคด้วยความบริสุทธิ์ใจ) แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มพูนมันแก่เขาอย่างมากมาย และอัลลอฮ์ทรงหน่วงไว้ (ให้คับแคบ) และทรงแผ่ (ให้กว้างขวาง) และยังพระองค์ที่พวกเจ้าจะถูกนำกลับไป

“อะลัม ตะเราะ อิลัลละซีนะ เคาะเราะญู มิน ดิยาริฮิม วะฮุม อุลูฟุน หะซะร็อลเมาต์” — เรื่องราวชนกลุ่มหนึ่งจากบนีอิสรออีลที่ หนีออกจากถิ่นเป็นจำนวนพัน ๆ เพราะกลัวความตาย (มีรายงานว่าหนีจากโรคระบาดหรือการสงคราม) อัลลอฮ์จึงให้พวกเขา ตายแล้วทรงให้ฟื้นขึ้นมาอีก — บทเรียนสองประการ: (๑) การหนีความตายไม่ช่วยอะไร เพราะอายุขัยอยู่ในกำมือของอัลลอฮ์ (สอดคล้องกับคำสั่งถัดมาให้ “ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์” โดยไม่กลัวตาย) · (๒) เป็นหลักฐานอันชัดเจนถึงการฟื้นคืนชีพทางร่างกาย (อัลมะอาดุลญิสมานี) ในวันกิยามะฮ์

จากนั้นเชิญชวน “กู้ยืมอัลลอฮ์อย่างดีงาม (ก็อรฎ์ หะสัน)” คือการบริจาคด้วยความบริสุทธิ์ใจในหนทางของอัลลอฮ์ ที่พระองค์ทรง ทวีคูณอย่างมากมาย — บรรดาสลัฟอธิบาย “ก็อรฎ์ หะสัน” ว่ารวมการบริจาคในหนทางอัลลอฮ์ การเลี้ยงดูครอบครัว และการตัสบีห์ตักดีส

หะดิษ ที่ 105 — อย่าเข้าหรือหนีออกจากดินแดนที่มีโรคระบาด
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

«إذا كان (الطاعون) بأرضٍ وأنتم بها فلا تخرجوا فرارًا منه، وإذا سمعتم به بأرضٍ فلا تقدَموا عليه».

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า «เมื่อโรคระบาด (ฏออูน) เกิดในดินแดนใดขณะที่พวกท่านอยู่ที่นั่น ก็อย่าออกไปเพราะหนีมัน และเมื่อพวกท่านได้ยินว่ามันเกิดในดินแดนใด ก็อย่าเข้าไปยังที่นั่น»

📎 ศอหีห์บุคอรี #5729 · ศอหีห์มุสลิม #2219 (จากอับดุรฺเราะห์มาน บิน เอาฟ์) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #5729 · มุสลิม #2219 ตรวจสอบ ↗
เรียบเรียง

อายะฮ์ 246–252 : การขอกษัตริย์ ตอลูต หีบสักกีนะฮ์ แม่น้ำทดสอบ และดาวูด

2 · ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ — อายะฮ์ 246–252
  1. أَلَمْ تَرَ إِلَى الْمَلَإِ مِن بَنِي إِسْرَائِيلَ مِن بَعْدِ مُوسَىٰ إِذْ قَالُوا لِنَبِيٍّ لَّهُمُ ابْعَثْ لَنَا مَلِكًا نُّقَاتِلْ فِي سَبِيلِ اللَّهِ قَالَ هَلْ عَسَيْتُمْ إِن كُتِبَ عَلَيْكُمُ الْقِتَالُ أَلَّا تُقَاتِلُوا قَالُوا وَمَا لَنَا أَلَّا نُقَاتِلَ فِي سَبِيلِ اللَّهِ وَقَدْ أُخْرِجْنَا مِن دِيَارِنَا وَأَبْنَائِنَا فَلَمَّا كُتِبَ عَلَيْهِمُ الْقِتَالُ تَوَلَّوْا إِلَّا قَلِيلًا مِّنْهُمْ وَاللَّهُ عَلِيمٌ بِالظَّالِمِينَ อะลัม ตะเราะ อิลัลมะละอิ มิน บะนี อิสรออีละ มิน บะอ์ดิ มูซา อิซ กอลู ลินะบียิน ละฮุมุบอัษ ละนา มะลิกัน นุกอติล ฟี สะบีลิลลาฮ์ กอละ ฮัล อะสัยตุม อิน กุติบะ อะลัยกุมุลกิตาลุ อัลลา ตุกอติลู กอลู วะมา ละนา อัลลา นุกอติละ ฟี สะบีลิลลาฮิ วะก็อด อุคริจนา มิน ดิยารินา วะอับนาอินา ฟะลัมมา กุติบะ อะลัยฮิมุลกิตาลุ ตะวัลเลา อิลลา เกาะลีลัน มินฮุม วัลลอฮุ อะลีมุน บิซซอลิมีน เจ้ามิได้เห็นดอกหรือบรรดาหัวหน้าจากวงศ์วานอิสรออีลหลังจากมูซา เมื่อพวกเขากล่าวแก่นบีคนหนึ่งของพวกเขาว่า ‘จงแต่งตั้งกษัตริย์ให้แก่พวกเราเถิด เพื่อเราจะได้ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์’ เขา (นบี) กล่าวว่า ‘เป็นไปได้ไหมที่ว่า หากการต่อสู้ถูกกำหนดแก่พวกท่าน แล้วพวกท่านจะไม่ต่อสู้’ พวกเขากล่าวว่า ‘มีเหตุใดเล่าที่เราจะไม่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ ทั้งที่เราถูกขับไล่ออกจากบ้านเรือนและลูก ๆ ของเรา’ แต่เมื่อการต่อสู้ถูกกำหนดแก่พวกเขา พวกเขากลับผินหลังให้ นอกจากเพียงส่วนน้อยในหมู่พวกเขา และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้บรรดาผู้อธรรม
  2. وَقَالَ لَهُمْ نَبِيُّهُمْ إِنَّ اللَّهَ قَدْ بَعَثَ لَكُمْ طَالُوتَ مَلِكًا قَالُوا أَنَّىٰ يَكُونُ لَهُ الْمُلْكُ عَلَيْنَا وَنَحْنُ أَحَقُّ بِالْمُلْكِ مِنْهُ وَلَمْ يُؤْتَ سَعَةً مِّنَ الْمَالِ قَالَ إِنَّ اللَّهَ اصْطَفَاهُ عَلَيْكُمْ وَزَادَهُ بَسْطَةً فِي الْعِلْمِ وَالْجِسْمِ وَاللَّهُ يُؤْتِي مُلْكَهُ مَن يَشَاءُ وَاللَّهُ وَاسِعٌ عَلِيمٌ วะกอละ ละฮุม นะบียุฮุม อินนัลลอฮะ ก็อด บะอะษะ ละกุม ฏอลูตะ มะลิกา กอลู อันนา ยะกูนุ ละฮุลมุลกุ อะลัยนา วะนะห์นุ อะหักกุ บิลมุลกิ มินฮุ วะลัม ยุอ์ตะ สะอะตัน มินัลมาล กอละ อินนัลลอฮัศเฏาะฟาฮุ อะลัยกุม วะซาดะฮู บัสเฏาะตัน ฟิลอิลมิ วัลญิสม์ วัลลอฮุ ยุอ์ตี มุลกะฮู มัน ยะชาอ์ วัลลอฮุ วาสิอุน อะลีม และนบีของพวกเขากล่าวแก่พวกเขาว่า ‘แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงแต่งตั้งตอลูตให้เป็นกษัตริย์แก่พวกท่านแล้ว’ พวกเขากล่าวว่า ‘เขาจะมีอำนาจเหนือพวกเราได้อย่างไร ทั้งที่พวกเรามีสิทธิ์ในอำนาจมากกว่าเขา และเขาก็มิได้มีทรัพย์สมบัติมากมาย’ เขา (นบี) กล่าวว่า ‘แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงเลือกเขาเหนือพวกท่าน และทรงเพิ่มพูนความรู้และพละกำลังแก่เขา และอัลลอฮ์ทรงประทานอำนาจของพระองค์แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงกว้างขวาง ผู้ทรงรอบรู้’
  3. وَقَالَ لَهُمْ نَبِيُّهُمْ إِنَّ آيَةَ مُلْكِهِ أَن يَأْتِيَكُمُ التَّابُوتُ فِيهِ سَكِينَةٌ مِّن رَّبِّكُمْ وَبَقِيَّةٌ مِّمَّا تَرَكَ آلُ مُوسَىٰ وَآلُ هَارُونَ تَحْمِلُهُ الْمَلَائِكَةُ إِنَّ فِي ذَٰلِكَ لَآيَةً لَّكُمْ إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ วะกอละ ละฮุม นะบียุฮุม อินนะ อายะตะ มุลกิฮี อัน ยะอ์ติยะกุมุตตาบูตุ ฟีฮิ สะกีนะตุน มิน ร็อบบิกุม วะบะกียยะตุน มิมมา ตะเราะกะ อาลุ มูซา วะอาลุ ฮารูนะ ตะห์มิลุฮุลมะลาอิกะฮ์ อินนะ ฟี ซาลิกะ ละอายะตัน ละกุม อิน กุนตุม มุอ์มินีน และนบีของพวกเขากล่าวว่า ‘แท้จริงสัญญาณแห่งอำนาจของเขาคือ การที่หีบ (ตาบูต) จะมายังพวกท่าน ในนั้นมีความสงบใจ (สะกีนะฮ์) จากพระผู้อภิบาลของพวกท่าน และมีสิ่งที่หลงเหลือจากที่วงศ์วานของมูซาและวงศ์วานของฮารูนได้ทิ้งไว้ โดยที่มะลาอิกะฮ์จะแบกมันมา แท้จริงในสิ่งนั้นเป็นสัญญาณแก่พวกท่าน หากพวกท่านเป็นผู้ศรัทธา’
  4. فَلَمَّا فَصَلَ طَالُوتُ بِالْجُنُودِ قَالَ إِنَّ اللَّهَ مُبْتَلِيكُم بِنَهَرٍ فَمَن شَرِبَ مِنْهُ فَلَيْسَ مِنِّي وَمَن لَّمْ يَطْعَمْهُ فَإِنَّهُ مِنِّي إِلَّا مَنِ اغْتَرَفَ غُرْفَةً بِيَدِهِ فَشَرِبُوا مِنْهُ إِلَّا قَلِيلًا مِّنْهُمْ فَلَمَّا جَاوَزَهُ هُوَ وَالَّذِينَ آمَنُوا مَعَهُ قَالُوا لَا طَاقَةَ لَنَا الْيَوْمَ بِجَالُوتَ وَجُنُودِهِ قَالَ الَّذِينَ يَظُنُّونَ أَنَّهُم مُّلَاقُو اللَّهِ كَم مِّن فِئَةٍ قَلِيلَةٍ غَلَبَتْ فِئَةً كَثِيرَةً بِإِذْنِ اللَّهِ وَاللَّهُ مَعَ الصَّابِرِينَ ฟะลัมมา ฟะเศาะละ ฏอลูตุ บิลญุนูดิ กอละ อินนัลลอฮะ มุบตะลีกุม บินะฮะร ฟะมัน ชะริบะ มินฮุ ฟะลัยสะ มินนี วะมัน ลัม ยัฏอัมฮุ ฟะอินนะฮู มินนี อิลลา มะนิฆตะเราะฟะ ฆุรฟะตัน บิยะดิฮ์ ฟะชะริบู มินฮุ อิลลา เกาะลีลัน มินฮุม ฟะลัมมา ญาวะซะฮู ฮุวะ วัลละซีนะ อามะนู มะอะฮู กอลู ลา ฏอเกาะตะ ละนัลเยามะ บิญาลูตะ วะญุนูดิฮ์ กอลัลละซีนะ ยะซุนนูนะ อันนะฮุม มุลากุลลอฮิ กัม มิน ฟิอะติน เกาะลีละติน เฆาะละบัต ฟิอะตัน กะษีเราะตัน บิอิซนิลลาฮ์ วัลลอฮุ มะอัศศอบิรีน ครั้นเมื่อตอลูตได้ยกทัพออกไป เขากล่าวว่า ‘แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงทดสอบพวกท่านด้วยแม่น้ำสายหนึ่ง ผู้ใดดื่มจากมันก็มิใช่พวกของฉัน และผู้ใดที่ไม่ลิ้มรสมัน เขาก็เป็นพวกของฉัน เว้นแต่ผู้ที่วักด้วยมือเพียงอุ้งมือเดียว’ แต่พวกเขาก็ดื่มจากมัน นอกจากเพียงส่วนน้อย ครั้นเมื่อเขาและบรรดาผู้ศรัทธาที่อยู่กับเขาได้ข้ามมันไป (บางคน) กล่าวว่า ‘วันนี้พวกเราไม่มีกำลังพอที่จะสู้กับญาลูตและไพร่พลของเขา’ (แต่) บรรดาผู้ที่เชื่อมั่นว่าพวกเขาจะได้พบอัลลอฮ์กล่าวว่า ‘กี่มากน้อยแล้วที่กลุ่มชนจำนวนน้อยเอาชนะกลุ่มชนจำนวนมากได้ด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์ทรงอยู่ร่วมกับบรรดาผู้อดทน’
  5. وَلَمَّا بَرَزُوا لِجَالُوتَ وَجُنُودِهِ قَالُوا رَبَّنَا أَفْرِغْ عَلَيْنَا صَبْرًا وَثَبِّتْ أَقْدَامَنَا وَانصُرْنَا عَلَى الْقَوْمِ الْكَافِرِينَ วะลัมมา บะเราะซู ลิญาลูตะ วะญุนูดิฮี กอลู ร็อบบะนา อัฟริฆ อะลัยนา ศ็อบร็อน วะษับบิต อักดามะนา วันศุรนา อะลัลก็อวมิลกาฟิรีน และเมื่อพวกเขาออกไปเผชิญหน้ากับญาลูตและไพร่พลของเขา พวกเขากล่าวว่า ‘โอ้พระผู้อภิบาลของเรา ขอทรงหลั่งความอดทนลงบนพวกเรา และทรงทำให้เท้าของพวกเรามั่นคง และทรงช่วยเหลือพวกเราให้ชนะกลุ่มชนผู้ปฏิเสธด้วยเถิด’
  6. فَهَزَمُوهُم بِإِذْنِ اللَّهِ وَقَتَلَ دَاوُودُ جَالُوتَ وَآتَاهُ اللَّهُ الْمُلْكَ وَالْحِكْمَةَ وَعَلَّمَهُ مِمَّا يَشَاءُ وَلَوْلَا دَفْعُ اللَّهِ النَّاسَ بَعْضَهُم بِبَعْضٍ لَّفَسَدَتِ الْأَرْضُ وَلَٰكِنَّ اللَّهَ ذُو فَضْلٍ عَلَى الْعَالَمِينَ ฟะฮะซะมูฮุม บิอิซนิลลาฮิ วะเกาะตะละ ดาวูดุ ญาลูตะ วะอาตาฮุลลอฮุลมุลกะ วัลหิกมะตะ วะอัลละมะฮู มิมมา ยะชาอ์ วะเลาลา ดัฟอุลลาฮินนาสะ บะอ์ฎะฮุม บิบะอ์ฎิน ละฟะสะดะติลอัรฎุ วะลากินนัลลอฮะ ซู ฟัฎลิน อะลัลอาละมีน แล้วพวกเขาก็สามารถพิชิตพวกนั้นได้ด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์ และดาวูดได้สังหารญาลูต และอัลลอฮ์ได้ประทานอำนาจและวิทยปัญญาแก่เขา (ดาวูด) และทรงสอนเขาในสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ และหากอัลลอฮ์มิได้ทรงให้มนุษย์บางส่วนขับไล่ (ความชั่วของ) อีกบางส่วนแล้ว แผ่นดินก็จะเสียหาย แต่อัลลอฮ์ทรงเป็นผู้มีบุญคุณต่อประชาชาติทั้งหลาย
  7. تِلْكَ آيَاتُ اللَّهِ نَتْلُوهَا عَلَيْكَ بِالْحَقِّ وَإِنَّكَ لَمِنَ الْمُرْسَلِينَ ติลกะ อายาตุลลาฮิ นัตลูฮา อะลัยกะ บิลหักก์ วะอินนะกะ ละมินัลมุรสะลีน เหล่านั้นคือโองการของอัลลอฮ์ที่เราอ่านมันแก่เจ้าด้วยสัจธรรม และแท้จริงเจ้านั้นเป็นผู้หนึ่งในหมู่รอซูล

หลังยุคของมูซา บนีอิสรออีลอ่อนแอลงและถูกศัตรูขับไล่ พวกเขาจึงขอ นบีของพวกเขา (ตามทัศนะที่มีน้ำหนักคือ ชัมวีล/ซามูเอล — อิบนุกะษีรปฏิเสธทัศนะที่ว่าเป็นยูชะอ์ บิน นูน เพราะห่างกันหลายศตวรรษ) ให้แต่งตั้งกษัตริย์เพื่อนำทัพ · แต่พอถูกสั่งให้สู้จริง ส่วนมากกลับถอย เหลือเพียงส่วนน้อย (สะท้อนช่องว่างระหว่างคำพูดกับการปฏิบัติ)

เมื่ออัลลอฮ์ทรงเลือก ตอลูต เป็นกษัตริย์ พวกเขา ปฏิเสธเพราะเขายากจนและไม่ใช่เชื้อสายกษัตริย์ — อัลลอฮ์ชี้ว่าเกณฑ์ผู้นำอยู่ที่ “บัสเฏาะตัน ฟิลอิลมิ วัลญิสม์” (ความรู้และพละกำลัง/ความพร้อมทางกาย) ที่พระองค์ประทาน ไม่ใช่ทรัพย์หรือชาติกำเนิด — อิบนุกะษีรถือเป็นหลักว่า ผู้ปกครองควรมีความรู้ ร่างกายที่สมบูรณ์ และความเข้มแข็ง · สัญญาณแห่งอำนาจของเขาคือ หีบ (ตาบูต) ที่มีสะกีนะฮ์ จะกลับคืนมา · แล้ว การทดสอบด้วยแม่น้ำ คัดกรองผู้ที่มีวินัยและอดทนจริง (ส่วนมากไม่ผ่านเพราะดื่มน้ำเกินอุ้งมือ) · และวลีอมตะจากผู้ศรัทธาที่มั่นคง: “กัม มิน ฟิอะติน เกาะลีละติน เฆาะละบัต ฟิอะตัน กะษีเราะฮ์” (กี่ครั้งแล้วที่คนกลุ่มน้อยชนะกลุ่มใหญ่ด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์) · ปิดด้วย ดาวูด (ผู้เยาว์) สังหารญาลูต แล้วได้เป็นกษัตริย์และนบี — และหลักการสำคัญ “การที่อัลลอฮ์ให้คนดีคานคนชั่ว รักษาโลกไม่ให้เสื่อม”

หะดิษ ที่ 106 — ผู้ข้ามแม่น้ำกับตอลูต มีจำนวนเท่าชาวบัดร์
ระดับ: ศอหีห์
ต้นฉบับอาหรับ

عن البراء قال: كنا -أصحابَ محمد ﷺ- نتحدث أن عدة أصحاب بدرٍ على عدة أصحاب طالوت الذين جاوزوا معه النهر، ولم يجاوز معه إلا مؤمنٌ، بضعةَ عشرَ وثلاثمائة.

จากอัลบัรออ์ กล่าวว่า “พวกเราเหล่าเศาะหาบะฮ์ของมุหัมมัด ﷺ เคยเล่ากันว่า จำนวนชาวบัดร์เท่ากับจำนวนสหายของตอลูตที่ข้ามแม่น้ำไปกับเขา และไม่มีใครข้ามไปกับเขานอกจากผู้ศรัทธา (จำนวน) สามร้อยกับอีกสิบกว่าคน (ราว ๓๑๓)

📎 ศอหีห์บุคอรี #3958 (จากอัลบัรออ์ บิน อาซิบ) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #3958 (มีที่ #3957) ตรวจสอบ ↗