← ดัชนีซูเราะฮ์
5

ซูเราะฮ์อัลมาอิดะฮ์

المائدة

ตอนที่ 6 · อายะฮ์ 12–16 · พันธสัญญาของบนีอิสรออีลและคริสต์ · การมาของรอซูลและแสงสว่าง

  • บทที่ 5
  • 120 อายะฮ์
  • มะดะนียะฮ์
  • กำลังตรวจ
📖 อ่านต้นฉบับอาหรับ (ฉบับซามี)
เรียบเรียง

ส่วนที่ 7 อายะฮ์ 12–13 : พันธสัญญาของบนีอิสรออีล และผลของการผิดสัญญา

5 · ซูเราะฮ์อัลมาอิดะฮ์ — อายะฮ์ 12–13
  1. وَلَقَدْ أَخَذَ اللَّهُ مِيثَاقَ بَنِي إِسْرَائِيلَ وَبَعَثْنَا مِنْهُمُ اثْنَيْ عَشَرَ نَقِيبًا وَقَالَ اللَّهُ إِنِّي مَعَكُمْ لَئِنْ أَقَمْتُمُ الصَّلَاةَ وَآتَيْتُمُ الزَّكَاةَ وَآمَنتُم بِرُسُلِي وَعَزَّرْتُمُوهُمْ وَأَقْرَضْتُمُ اللَّهَ قَرْضًا حَسَنًا لَّأُكَفِّرَنَّ عَنكُمْ سَيِّئَاتِكُمْ وَلَأُدْخِلَنَّكُمْ جَنَّاتٍ تَجْرِي مِن تَحْتِهَا الْأَنْهَارُ فَمَن كَفَرَ بَعْدَ ذَٰلِكَ مِنكُمْ فَقَدْ ضَلَّ سَوَاءَ السَّبِيلِ วะละก็อด อะเคาะซัลลอฮุ มีษาเกาะ บะนี อิสรออีละ วะบะอัษนา มินฮุมุษนัย อะชะเราะ นะกีบา วะกอลัลลอฮุ อินนี มะอะกุม ละอิน อะก็อมตุมุศเศาะลาตะ วะอาตัยตุมุซซะกาตะ วะอามันตุม บิรุสุลี วะอัซซัรฺตุมูฮุม วะอักร็อฎตุมุลลอฮะ ก็อรฎ็อน หะสะนัน ละอุกัฟฟิร็อนนะ อันกุม สัยยิอาติกุม วะละอุดคิลันนะกุม ญันนาติน ตัจญรี มิน ตะห์ติฮัลอันฮารฺ ฟะมัน กะฟะเราะ บะอ์ดะ ซาลิกะ มินกุม ฟะก็อด ฎ็อลละ สะวาอัสสะบีล และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงเอาพันธสัญญาแก่บนีอิสรออีล และเราได้แต่งตั้งหัวหน้าสิบสองคนจากพวกเขา และอัลลอฮ์ได้ตรัสว่า ‘แท้จริงข้าอยู่ร่วมกับพวกเจ้า (ด้วยการคุ้มครองและช่วยเหลือ) หากพวกเจ้าดำรงการละหมาด จ่ายซะกาต ศรัทธาต่อบรรดารอซูลของข้า ให้การสนับสนุนพวกเขา และให้อัลลอฮ์ยืม (บริจาคในหนทางของพระองค์) อย่างดีงาม แน่นอน ข้าจะลบล้างความชั่วของพวกเจ้าออกจากพวกเจ้า และจะให้พวกเจ้าเข้าสวนสวรรค์ที่มีลำน้ำหลายสายไหลอยู่เบื้องล่าง’ แต่ผู้ใดในหมู่พวกเจ้าปฏิเสธหลังจากนั้น แน่นอนเขาก็ได้หลงออกจากทางอันเที่ยงตรงแล้ว
  2. فَبِمَا نَقْضِهِم مِّيثَاقَهُمْ لَعَنَّاهُمْ وَجَعَلْنَا قُلُوبَهُمْ قَاسِيَةً يُحَرِّفُونَ الْكَلِمَ عَن مَّوَاضِعِهِ وَنَسُوا حَظًّا مِّمَّا ذُكِّرُوا بِهِ وَلَا تَزَالُ تَطَّلِعُ عَلَىٰ خَائِنَةٍ مِّنْهُمْ إِلَّا قَلِيلًا مِّنْهُمْ فَاعْفُ عَنْهُمْ وَاصْفَحْ إِنَّ اللَّهَ يُحِبُّ الْمُحْسِنِينَ ฟะบิมา นักฎิฮิม มีษาเกาะฮุม ละอันนาฮุม วะญะอัลนา กุลูบะฮุม กอสิยะฮ์ ยุหัรฺริฟูนัลกะลิมะ อัน มะวาฎิอิฮ์ วะนะสู หัซซ็อน มิมมา ซุกกิรู บิฮ์ วะลา ตะซาลุ ตัฏเฏาะลิอุ อะลา คออินะติน มินฮุม อิลลา เกาะลีลัน มินฮุม ฟะอ์ฟุ อันฮุม วัศฟะห์ อินนัลลอฮะ ยุหิบบุลมุห์สินีน ดังนั้น เนื่องด้วยการที่พวกเขาผิดพันธสัญญาของพวกเขา เราจึงสาปแช่งพวกเขา และทำให้หัวใจของพวกเขาแข็งกระด้าง พวกเขาบิดเบือนถ้อยคำ (ในคัมภีร์) ให้ผิดไปจากตำแหน่งของมัน และพวกเขาได้ลืมส่วนหนึ่งจากสิ่งที่พวกเขาถูกเตือนไว้ และเจ้าจะยังคงพบเห็นการทรยศหักหลังจากพวกเขาอยู่เสมอ นอกจากเพียงส่วนน้อยในหมู่พวกเขา ดังนั้น จงอภัยให้แก่พวกเขาและเมินเสียเถิด แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักผู้กระทำความดี

อัลลอฮ์ทรงเอา พันธสัญญาจากบนีอิสรออีล และแต่งตั้ง หัวหน้า (นะกีบ) 12 คน (ตัวแทนของ 12 เผ่า) · ทรงสัญญาว่า “ข้าอยู่ร่วมกับพวกเจ้า” พร้อมลบล้างบาปและให้สวรรค์ หากพวกเขา — ดำรงละหมาด จ่ายซะกาต ศรัทธาและสนับสนุนบรรดารอซูล และบริจาคในหนทางของอัลลอฮ์ · แต่ผู้ที่ปฏิเสธหลังจากนั้น “หลงออกจากทางอันเที่ยงตรง”

อายะฮ์ 13 — ผลของการผิดสัญญา (บทเรียนสำคัญ): เพราะพวกเขาผิดพันธสัญญา อัลลอฮ์จึง:

  • สาปแช่ง (ลัวน์) — ขับให้ห่างจากทางนำ
  • ทำให้ หัวใจแข็งกระด้าง (กอสิยะฮ์) — ไม่รับคำตักเตือน
  • “ยุหัรฺริฟูนัลกะลิมะ อัน มะวาฎิอิฮ์” — บิดเบือนถ้อยคำในคัมภีร์ ตีความผิดเพี้ยน กล่าวสิ่งที่อัลลอฮ์ไม่ได้ตรัส
  • ลืม (ละทิ้ง) ส่วนหนึ่งของคำสอน
  • ยังคง ทรยศหักหลัง อยู่เสมอ (ยกเว้นส่วนน้อย)

ปิดด้วยคำสั่งแก่ท่านนบี ﷺ ให้ “ฟะอ์ฟุ อันฮุม วัศฟะห์” (จงอภัยและเมินเสีย)“อัลลอฮ์ทรงรักผู้ทำดี” · การอภัยคือชัยชนะที่แท้จริงและอาจนำพวกเขาสู่ทางนำ

เรียบเรียง

ส่วนที่ 8 อายะฮ์ 14 : พันธสัญญาของคริสต์ และความบาดหมางในหมู่พวกเขา

5 · ซูเราะฮ์อัลมาอิดะฮ์ — อายะฮ์ 14
  1. وَمِنَ الَّذِينَ قَالُوا إِنَّا نَصَارَىٰ أَخَذْنَا مِيثَاقَهُمْ فَنَسُوا حَظًّا مِّمَّا ذُكِّرُوا بِهِ فَأَغْرَيْنَا بَيْنَهُمُ الْعَدَاوَةَ وَالْبَغْضَاءَ إِلَىٰ يَوْمِ الْقِيَامَةِ وَسَوْفَ يُنَبِّئُهُمُ اللَّهُ بِمَا كَانُوا يَصْنَعُونَ วะมินัลละซีนะ กอลู อินนา นะศอรอ อะค็อซนา มีษาเกาะฮุม ฟะนะสู หัซซ็อน มิมมา ซุกกิรู บิฮ์ ฟะอัฆร็อยนา บัยนะฮุมุลอะดาวะตะ วัลบัฆฎออะ อิลา เยามิลกิยามะฮ์ วะเสาฟะ ยุนับบิอุฮุมุลลอฮุ บิมา กานู ยัศนะอูน และจากบรรดาผู้ที่กล่าวว่า ‘เราเป็นคริสต์’ นั้น เราได้เอาพันธสัญญาจากพวกเขา แต่พวกเขาได้ลืมส่วนหนึ่งจากสิ่งที่พวกเขาถูกเตือนไว้ ดังนั้น เราจึงก่อให้เกิดการเป็นศัตรูและการเกลียดชังระหว่างพวกเขาจนถึงวันกิยามะฮ์ และอัลลอฮ์จะทรงแจ้งแก่พวกเขาถึงสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้

คริสต์ก็เช่นเดียวกับยิว — อัลลอฮ์ทรงเอา พันธสัญญา จากพวกเขา (ให้ตามและสนับสนุนรอซูล) แต่พวกเขา ลืมและละทิ้งส่วนหนึ่งของคำสอน · โทษคือ “ฟะอัฆร็อยนา บัยนะฮุมุลอะดาวะตะ วัลบัฆฎออะ” — เราก่อให้เกิดการเป็นศัตรูและเกลียดชังในหมู่พวกเขาจนถึงวันกิยามะฮ์ · แท้จริงนิกายต่างๆ ของคริสต์ (เมลไคต์ ยะอ์กูบ นัสฏูรี ฯลฯ) ต่างกล่าวหากันว่าเป็นกาฟิรและสาปแช่งกันเองมาตลอด — เป็นผลของการทิ้งพันธสัญญา

เรียบเรียง

อายะฮ์ 15–16 : รอซูลมาชี้แจงสิ่งที่ปกปิด พร้อมแสงสว่างและคัมภีร์

5 · ซูเราะฮ์อัลมาอิดะฮ์ — อายะฮ์ 15–16
  1. يَا أَهْلَ الْكِتَابِ قَدْ جَاءَكُمْ رَسُولُنَا يُبَيِّنُ لَكُمْ كَثِيرًا مِّمَّا كُنتُمْ تُخْفُونَ مِنَ الْكِتَابِ وَيَعْفُو عَن كَثِيرٍ قَدْ جَاءَكُم مِّنَ اللَّهِ نُورٌ وَكِتَابٌ مُّبِينٌ ยา อะฮ์ลัลกิตาบิ ก็อด ญาอะกุม เราะสูลุนา ยุบัยยินุ ละกุม กะษีร็อน มิมมา กุนตุม ตุคฟูนะ มินัลกิตาบิ วะยะอ์ฟู อัน กะษีร ก็อด ญาอะกุม มินัลลอฮิ นูรุน วะกิตาบุน มุบีน โอ้ชาวคัมภีร์ทั้งหลาย แน่นอน รอซูลของเราได้มายังพวกเจ้าแล้ว โดยที่เขาจะชี้แจงแก่พวกเจ้าซึ่งมากมายจากสิ่งที่พวกเจ้าปกปิดไว้จากคัมภีร์ และเขาจะยกเว้น (ไม่เปิดเผย) อีกมากมาย แน่นอน แสงสว่างและคัมภีร์อันชัดแจ้งจากอัลลอฮ์ได้มายังพวกเจ้าแล้ว
  2. يَهْدِي بِهِ اللَّهُ مَنِ اتَّبَعَ رِضْوَانَهُ سُبُلَ السَّلَامِ وَيُخْرِجُهُم مِّنَ الظُّلُمَاتِ إِلَى النُّورِ بِإِذْنِهِ وَيَهْدِيهِمْ إِلَىٰ صِرَاطٍ مُّسْتَقِيمٍ ยะฮ์ดี บิฮิลลาฮุ มะนิตตะบะอะ ริฎวานะฮู สุบุลัสสะลาม วะยุครุญุฮุม มินัซซุลุมาติ อิลันนูริ บิอิซนิฮี วะยะฮ์ดีฮิม อิลา ศิรอฏิน มุสตะกีม ด้วยคัมภีร์นั้น อัลลอฮ์ทรงชี้นำผู้ที่ปฏิบัติตามความพอพระทัยของพระองค์สู่หนทางแห่งความสันติ และทรงนำพวกเขาออกจากความมืดทั้งหลายสู่แสงสว่างด้วยอนุมัติของพระองค์ และทรงชี้นำพวกเขาสู่ทางอันเที่ยงตรง

อายะฮ์ 15: ทรงเรียกร้องชาวคัมภีร์ว่า รอซูลของอัลลอฮ์ (มุฮัมมัด ﷺ) ได้มาชี้แจงสิ่งที่พวกเจ้าปกปิดและบิดเบือนในคัมภีร์ (เช่น บทบัญญัติการขว้าง (รอจญ์ม) ที่ยิวปกปิดในเตารอต) — และทรง ยกเว้นไม่เปิดเผยอีกมากมาย (สิ่งที่ไม่มีประโยชน์ต้องเปิด) · “นูรุน วะกิตาบุน มุบีน” — แสงสว่างและคัมภีร์อันชัดแจ้ง ได้มาถึงแล้ว (คืออัลกุรอาน)

อายะฮ์ 16: อัลกุรอาน ชี้นำผู้ที่แสวงหาความพอพระทัยของอัลลอฮ์สู่ “สุบุลัสสะลาม” (หนทางแห่งความสันติ/ความปลอดภัย) นำพวกเขา ออกจากความมืด (การปฏิเสธ) สู่แสงสว่าง (อีมาน) และสู่ ทางอันเที่ยงตรง

หะดิษ ที่ 9 — ท่านนบี ﷺ เปิดโปงอายะฮ์การขว้าง (รอจญ์ม) ที่ยิวปกปิดในเตารอต
ระดับ: ศอหีห์ · มุตตะฟักอะลัยฮ์
ต้นฉบับอาหรับ

عن ابنِ عمرَ ﵄؛ أن اليهودَ جاؤوا إلى رسولِ الله ﷺ برجلٍ وامرأةٍ منهم زَنَيا، فأمر بهما فرُجِما… وذلك أنهم وضعوا أيديَهم على آيةِ الرجمِ في التوراةِ فقرؤوا ما قبلَها وما بعدَها، فقال عبدُ الله بنُ سلامٍ: ارفعوا أيديَكم، فإذا آيةُ الرجمِ تحتَ يدِه، فأمر بهما رسولُ الله ﷺ فرُجِما.

จากอิบนุอุมัร ﵄ ว่า พวกยิวนำชายและหญิงที่ทำซินามาหาท่านนบี ﷺ (โดยอ้างว่าเตารอตมิได้กำหนดโทษขว้าง) เมื่อนำเตารอตมา ผู้อ่านได้ เอามือปิดอายะฮ์การขว้าง (รอจญ์ม) แล้วอ่านเฉพาะก่อนและหลังมัน อับดุลลอฮ์ อิบนุสลามจึงกล่าวว่า “จงยกมือขึ้น” ปรากฏว่า อายะฮ์การขว้างอยู่ใต้มือของเขานั่นเอง ท่านนบี ﷺ จึงสั่งให้ลงโทษขว้างทั้งสอง

📎 ศอหีห์บุคอรี #6819 · ศอหีห์มุสลิม #1699 (จากอิบนุอุมัร) ยืนยันแล้ว — บุคอรี #6819 · มุสลิม #1699 ตรวจสอบ ↗