ซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์
الفاتحة
ตอนที่ 4 · บัสมะละฮ์ (บิสมิลลาฮิรฺเราะห์มานิรฺเราะหีม)
ส่วนที่ 1 บัสมะละฮ์เป็นอายะฮ์ของทุกซูเราะฮ์หรือไม่?
1 · ซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์ — อายะฮ์ 1
- بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَٰنِ الرَّحِيمِ บิสมิลลาฮิรฺเราะห์มานิรฺเราะหีม ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ
เศาะหาบะฮ์ได้เปิดคัมภีร์ของอัลลอฮ์ด้วยบัสมะละฮ์ · อุละมาอ์เห็นพ้องกันว่ามันเป็น ส่วนหนึ่งของอายะฮ์จากซูเราะฮ์อันนัมล์ (คือ “แท้จริงมันมาจากสุลัยมาน และแท้จริงมันคือ บิสมิลลาฮิรฺเราะห์มานิรฺเราะหีม”) · แต่ขัดแย้งกันว่า มันเป็นอายะฮ์เอกเทศที่ต้นทุกซูเราะฮ์ หรือเป็นส่วนหนึ่งของอายะฮ์แรก หรือเป็นเช่นนั้นเฉพาะในฟาติหะฮ์ หรือถูกเขียนไว้เพียงเพื่อคั่นระหว่างซูเราะฮ์ (มิใช่อายะฮ์)? — มีหลายทัศนะทั้งสลัฟและเคาะลัฟ
ในสุนันอบูดาวูดด้วยสายเศาะหีห์ จากอิบนุอับบาสว่า ท่านรอซูล ﷺ ไม่ทราบการแบ่งซูเราะฮ์ จนกว่าจะมี บิสมิลลาฮิรฺเราะห์มานิรฺเราะหีม ประทานลงมา (อบูดาวูด #788 · อัลฮากิมในอัลมุสตัดร็อกก็รายงาน) · และในเศาะหีห์อิบนุคุซัยมะฮ์ จากอุมมุสะละมะฮ์ว่า ท่านนบี ﷺ อ่านบัสมะละฮ์ที่ต้นฟาติหะฮ์ในละหมาดและนับเป็นหนึ่งอายะฮ์ (อิบนุคุซัยมะฮ์ #493) · ในบรรดาผู้ที่ถือว่ามันเป็นอายะฮ์ของทุกซูเราะฮ์เว้นบะรออะฮ์ (อัตเตาบะฮ์) ได้แก่ อิบนุอับบาส อิบนุอุมัร อิบนุซซุบัยร์ อบูฮุร็อยเราะฮ์ อะลี และจากตาบิอีน เช่น อะฏออ์ ฏอวูส สะอีด บิน ญุบัยร์ มักหูล อัซซุฮ์รี และเป็นทัศนะของอิบนุลมุบาร็อก อัชชาฟิอี อะห์มัด (รายงานหนึ่ง) อิสหาก บิน รอฮูยะฮ์ และอบูอุบัยด์
ส่วนมาลิกและอบูหะนีฟะฮ์กับสหายของทั้งสองว่า มันไม่ใช่อายะฮ์ทั้งจากฟาติหะฮ์และจากซูเราะฮ์อื่น · อัชชาฟิอี (ในรายงานหนึ่ง) ว่ามันเป็นอายะฮ์ของฟาติหะฮ์แต่ไม่ใช่ของบทอื่น · ดาวูดว่ามันเป็นอายะฮ์เอกเทศที่ต้นทุกซูเราะฮ์ (ไม่นับเป็นส่วนของซูเราะฮ์) ซึ่งเป็นรายงานหนึ่งจากอิมามอะห์มัดด้วย
ส่วนที่ 2 ออกเสียงบัสมะละฮ์ดังหรือค่อยในละหมาด?
ประเด็นการออกเสียงแตกแขนงมาจากประเด็นแรก · ผู้ที่เห็นว่ามันไม่ใช่ส่วนของฟาติหะฮ์ ย่อมไม่ออกเสียงดัง · ส่วนอัชชาฟิอี (เราะฮิมะฮุลลอฮ์) เห็นว่า ออกเสียงดัง พร้อมฟาติหะฮ์และซูเราะฮ์ ซึ่งเป็นมัซฮับของกลุ่มเศาะหาบะฮ์ ตาบิอีน และอิมามหลายท่าน · ในบรรดาเศาะหาบะฮ์ที่ออกเสียงดัง เช่น อบูฮุร็อยเราะฮ์ อิบนุอุมัร อิบนุอับบาส และมุอาวิยะฮ์
หลักฐานคือ มันเป็นส่วนหนึ่งของฟาติหะฮ์ จึงออกเสียงดังเช่นส่วนอื่น · และนะสาอี อิบนุคุซัยมะฮ์ อิบนุหิบบาน และอัลฮากิมรายงานจากอบูฮุร็อยเราะฮ์ว่า ท่านละหมาดโดยออกเสียงบัสมะละฮ์ดัง แล้วกล่าวหลังเสร็จว่า “แท้จริงฉันคือผู้ที่ละหมาดคล้ายท่านรอซูล ﷺ ที่สุดในหมู่พวกท่าน” (นะสาอี 2/134 · อิบนุคุซัยมะฮ์ #499 · อิบนุหิบบาน #450 · อัลมุสตัดร็อก 1/232) · และในเศาะหีห์บุคอรี จากอะนัสว่า การอ่านของท่านนบี ﷺ นั้นลากเสียงยาว “บิสมิลลาฮ์… อัรฺเราะห์มาน… อัรฺเราะหีม…” (บุคอรี #5046)
ส่วนอีกกลุ่มเห็นว่า ไม่ออกเสียงดัง ซึ่งเป็นสิ่งที่มั่นคงจากเคาะลีฟะฮ์ทั้งสี่ และอับดุลลอฮ์ บิน มุฆ็อฟฟัล และเป็นมัซฮับของอบูหะนีฟะฮ์ อัษเษารี และอะห์มัด · ส่วนมาลิกว่า ไม่อ่านบัสมะละฮ์เลย ทั้งดังและค่อย โดยอ้างหะดีษในเศาะหีห์มุสลิม จากอาอิชะฮ์ว่า ท่านรอซูล ﷺ เปิดละหมาดด้วยตักบีร และเปิดการอ่านด้วย “อัลฮัมดุลิลลาฮิ ร็อบบิลอาละมีน” (มุสลิม #498) และหะดีษของอะนัส (บุคอรี #743 · มุสลิม #399) ว่าท่านนบี อบูบักร อุมัร และอุษมาน เปิดการอ่านด้วยอัลฮัมด์ โดยไม่กล่าวบัสมะละฮ์ในต้นหรือท้ายการอ่าน
ส่วนที่ 3 ความประเสริฐของบัสมะละฮ์
มีรายงานว่าอุษมาน บิน อัฟฟานถามท่านรอซูล ﷺ เกี่ยวกับ บิสมิลลาฮิรฺเราะห์มานิรฺเราะหีม ท่านตอบว่า “มันเป็นพระนามหนึ่งจากพระนามของอัลลอฮ์ และระหว่างมันกับพระนามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด (อิสมุลอะอ์ซ็อม) นั้นใกล้กันเพียงเหมือนระหว่างตาดำกับตาขาว”
และมีรายงาน (ผ่านสายอ่อน) ว่าเมื่อบัสมะละฮ์ประทานลงมา เมฆหนีไปทางตะวันออก ลมสงบ ทะเลปั่นป่วน สัตว์เงี่ยหูฟัง และบรรดาชัยฏอนถูกขว้างจากฟากฟ้า และอัลลอฮ์ทรงสาบานด้วยความยิ่งใหญ่ของพระองค์ว่าจะไม่ให้พระนามของพระองค์ถูกกล่าวบนสิ่งใดเว้นแต่จะทรงประทานความจำเริญในสิ่งนั้น · อิบนุมัสอูดกล่าวว่า “ผู้ใดต้องการให้อัลลอฮ์ช่วยเขาให้พ้นจากมลาอิกะฮ์ผู้ลงโทษสิบเก้าตน จงอ่านบิสมิลลาฮิรฺเราะห์มานิรฺเราะหีม” (เพราะมีสิบเก้าอักษร)
ส่วนที่ 4 ความจำเริญของ “บิสมิลลาฮ์” และการกล่าวก่อนทุกกิจการ
อิมามอะห์มัดรายงานจากผู้ที่ซ้อนท้ายพาหนะของท่านนบี ﷺ ว่า เมื่อพาหนะสะดุด ฉันกล่าวว่า “ขอชัยฏอนจงพินาศ” ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:
لا تَقُلْ: تَعِسَ الشَّيْطَانُ… وَلَكِنْ قُلْ: بِاسْمِ اللَّهِ، فَإِنَّهُ يَصْغُرُ حَتَّى يَكُونَ كَالذُّبَابَةِ “อย่ากล่าวว่า ‘ขอชัยฏอนจงพินาศ’ เพราะเมื่อเจ้ากล่าวเช่นนั้น มันจะพองโตขึ้นและกล่าวว่า ‘ด้วยพลังของฉัน ฉันทำให้เขาล้ม’ แต่จงกล่าวว่า ‘บิสมิลลาฮ์’ แล้วมันจะเล็กลงจนกระทั่งเท่าแมลงวัน”
นี่คือผลจากความจำเริญของ บิสมิลลาฮ์ ด้วยเหตุนี้จึงส่งเสริมให้กล่าวก่อนเริ่มทุกกิจการและทุกคำพูด:
- ก่อนคุฏบะฮ์ ตามหะดีษ “ทุกกิจการที่ไม่เริ่มด้วยบิสมิลลาฮิรฺเราะห์มานิรฺเราะหีม ย่อมขาดความจำเริญ” (สายอ่อน)
- ก่อนวุฎูอ์ ตามหะดีษ “ไม่มีวุฎูอ์สำหรับผู้ที่ไม่กล่าวพระนามอัลลอฮ์บนมัน” (หะดีษหะซัน · อะห์มัด · อบูดาวูด #101 · อิบนุมาญะฮ์ #399 · ติรมิซี #25)
- ตอนเชือดสัตว์ (มัซฮับชาฟิอีและกลุ่มหนึ่งว่าสุนัต บ้างว่าวาญิบ)
- ก่อนกิน ตามหะดีษในเศาะหีห์มุสลิม ที่ท่านนบี ﷺ กล่าวแก่อุมัร บิน อบีสะละมะฮ์ว่า “จงกล่าวบิสมิลลาฮ์ กินด้วยมือขวา และกินจากที่อยู่ใกล้ตัวเจ้า” (มุสลิม #2022 · บุคอรี #5376)
- ก่อนร่วมหลับนอน ตามหะดีษในเศาะหีหัยน์ จากอิบนุอับบาสว่า “หากผู้ใดเมื่อจะเข้าหาภรรยากล่าวว่า ‘บิสมิลลาฮ์ โอ้อัลลอฮ์ ขอทรงให้เราห่างไกลจากชัยฏอน และให้ชัยฏอนห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ประทานแก่เรา’ แล้วหากมีบุตรเกิดขึ้นระหว่างนั้น ชัยฏอนจะไม่ทำร้ายเขาเลยตลอดไป” (บุคอรี #141 · มุสลิม #1434)
ส่วนที่ 5 พระนาม “อัลลอฮ์”
อัลลอฮ์ คือพระนามเฉพาะ (อะลัม) ของพระผู้อภิบาลผู้ทรงเกริกเกียรติ · มีผู้กล่าวว่าเป็น อิสมุลอะอ์ซ็อม (พระนามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด) เพราะพระนามนี้ถูกพรรณนาด้วยคุณลักษณะทั้งปวง ดังคำตรัสในซูเราะฮ์อัลหัชร์ (59:22–24) ที่ให้พระนามอื่น ๆ ทั้งหมดเป็นคุณลักษณะของพระนามนี้ · และเป็นพระนามที่ไม่มีผู้ใดถูกตั้งชื่อด้วยมันนอกจากพระองค์
ในเศาะหีหัยน์ จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ ท่านรอซูล ﷺ กล่าวว่า “แท้จริงอัลลอฮ์ทรงมีเก้าสิบเก้าพระนาม หนึ่งร้อยลบหนึ่ง ผู้ใดนับ (ท่องจำและปฏิบัติตาม) มัน จะได้เข้าสวรรค์” (บุคอรี #7392 · มุสลิม #2677 · การแจกแจงรายชื่ออยู่ในรายงานของติรมิซี #3507 และอิบนุมาญะฮ์ #3861 ซึ่งมีการวิจารณ์)
นักไวยากรณ์บางกลุ่มว่าพระนามนี้เป็น ญามิด (ไม่มีที่มาจากรากศัพท์) · บางท่านว่า มุชตัก (มีที่มา) จากรากต่าง ๆ เช่น อะละฮะ (เคารพภักดี) หรือ วะละฮะ (พิศวงงงงวย เพราะปัญญาพิศวงในความจริงแห่งคุณลักษณะของพระองค์) หรือจากความสูงส่ง · ฟัครุดดีน อัรรอซีเลือกว่าเป็นญามิดไม่มีที่มา ซึ่งเป็นทัศนะของอัลเคาะลีลและสีบะวัยฮ์และนักอุศูลกับฟุเกาะฮาอ์ส่วนมาก · ต้นเดิมของคำคือ อัลอิลาฮ์ แล้วตัดฮัมซะฮ์ (ฟาอ์ของคำ) ออก ลามทั้งสองจึงมาบรรจบและถูกอิดฆอม (ผสาน) รวมเป็นลามเดียวที่เข้ม แล้วออกเสียงหนักเพื่อการยกย่อง กลายเป็น อัลลอฮ์
ส่วนที่ 6 “อัรฺเราะห์มาน อัรฺเราะหีม”
ทั้งสองเป็นพระนามที่ แผลงมาจาก “เราะห์มะฮ์” (ความเมตตา) ในรูปการเน้นย้ำ (มุบาละเฆาะฮ์) · “อัรฺเราะห์มาน” เน้นหนักกว่า “อัรฺเราะหีม” · อิบนุญะรีร (อัฏฏ็อบรี) แสดงนัยว่าเรื่องการแผลงมานี้เป็นที่เห็นพ้อง
อัรฺเราะห์มาน เป็นความเมตตาทั่วไปครอบคลุมสิ่งถูกสร้างทั้งปวงทั้งดุนยาและอาคิเราะฮ์ · ส่วน อัรฺเราะหีม เจาะจงสำหรับผู้ศรัทธา ดังคำตรัส “และพระองค์ทรงเมตตา (เราะหีม) ต่อผู้ศรัทธาเสมอ” (อัลอะห์ซาบ 33:43) · ด้วยเหตุนี้จึงตรัสว่า “อัรฺเราะห์มานทรงสถิตเหนือบัลลังก์” (ฏอฮา 20:5) โดยกล่าวการสถิตด้วยพระนามอัรฺเราะห์มานเพื่อให้ความเมตตาครอบคลุมสิ่งถูกสร้างทั้งหมด
พระนาม “อัรฺเราะห์มาน” เป็นของพระองค์โดยเฉพาะ ไม่มีผู้ใดถูกตั้งชื่อด้วยมัน ดังคำตรัส “จงกล่าวเถิด พวกท่านจะเรียกอัลลอฮ์หรือเรียกอัรฺเราะห์มานก็ตาม พระองค์ทรงมีพระนามอันงดงามทั้งหลาย” (อัลอิสรออ์ 17:110) · เมื่อมุสัยลิมะฮ์จอมโกหกทะนงตนตั้งชื่อตัวเองว่า “เราะห์มานแห่งยะมามะฮ์” อัลลอฮ์ก็ทรงสวมเสื้อคลุมแห่งความเท็จให้มัน จนไม่มีใครเรียกมันนอกจาก “มุสัยลิมะฮ์จอมโกหก” · ส่วน อัรฺเราะหีม นั้นอัลลอฮ์ทรงใช้พรรณนาผู้อื่นได้ ดังคำตรัสถึงท่านนบี ﷺ ว่า “ผู้ทรงเอ็นดู ทรงเมตตา (เราะหีม) ต่อผู้ศรัทธา” (อัตเตาบะฮ์ 9:128)