ซูเราะฮ์อัลฟะลัก
الفلق
113 · ซูเราะฮ์อัลฟะลัก — อายะฮ์ 1–5
بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَٰنِ الرَّحِيمِ
- قُلْ أَعُوذُ بِرَبِّ الْفَلَقِ กุล อะอูซุ บิร็อบบิล ฟะลัก จงกล่าวเถิด ฉันขอความคุ้มครองต่อพระผู้อภิบาลแห่งรุ่งอรุณ
- مِن شَرِّ مَا خَلَقَ มิน ชัรริ มา เคาะลัก ให้พ้นจากความชั่วของสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง
- وَمِن شَرِّ غَاسِقٍ إِذَا وَقَبَ วะมิน ชัรริ ฆอสิกิน อิซา วะก็อบ จากความชั่วของความมืดยามค่ำเมื่อมันปกคลุม
- وَمِن شَرِّ النَّفَّاثَاتِ فِي الْعُقَدِ วะมิน ชัรริน นัฟฟาษาติ ฟิล อุก็อด จากความชั่วของบรรดาผู้เป่าเสก (แม่มด) ในปมเชือก
- وَمِن شَرِّ حَاسِدٍ إِذَا حَسَدَ วะมิน ชัรริ ฮาสิดิน อิซา ฮะสัด และจากความชั่วของผู้อิจฉาเมื่อเขาอิจฉา
ส่วนที่ 1 สองซูเราะฮ์คุ้มครอง (มุเอาวิษะตัยน์) — และเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอานแน่นอน
อิบนุกะษีรเปิดบทนี้ด้วยการกล่าวถึง มุเอาวิษะตัยน์ (สองซูเราะฮ์คุ้มครอง คือ อัลฟะลัก 113 และอันนาส 114) และประเด็นที่มีรายงานว่า อิบนุมัสอูด ไม่ได้เขียนสองซูเราะฮ์นี้ไว้ในมุศหัฟของท่าน โดยยกคำยืนยันของ อุบัย บิน กะอ์บ ว่าท่านนบี ﷺ ยืนยันว่าญิบรีลสอนให้ท่านอ่านสองซูเราะฮ์นี้
ซิรฺ บิน หุบัยช์ ถามอุบัย บิน กะอ์บว่า “อิบนุมัสอูดไม่เขียนมุเอาวิษะตัยน์ในมุศหัฟหรือ?” อุบัยตอบว่า “ฉันขอยืนยันว่าท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ บอกฉันว่าญิบรีลกล่าวแก่ท่านว่า «จงกล่าว: กุล อะอูซุ บิร็อบบิลฟะลัก» ฉันจึงกล่าวตาม และ «จงกล่าว: กุล อะอูซุ บิร็อบบินนาส» ฉันก็กล่าวตาม ดังนั้นเราจึงกล่าวตามที่ท่านนบี ﷺ กล่าว”
ส่วนที่ 2 ความประเสริฐของมุเอาวิษะตัยน์
อิบนุกะษีรยก หลายสายรายงานจากอุกบะฮ์ บิน อามิร ว่าด้วยความประเสริฐของสองซูเราะฮ์นี้ จนถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ ใกล้ระดับมุตะวาติร (รับสืบทอดหลายสายจนมั่นใจ) — ต่อไปนี้คือหะดิษหลักที่ยกมา
ต้นฉบับอาหรับ
عن عقبة بن عامر قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم: «ألم تر آيات أنزلت هذه الليلة لم ير مثلهن قط: قل أعوذ برب الفلق، و قل أعوذ برب الناس».
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า «เจ้าไม่เห็นหรือว่ามีอายะฮ์ต่าง ๆ ถูกประทานลงมาในคืนนี้ ซึ่งไม่เคยมีอย่างมันมาก่อนเลย นั่นคือ ‘กุล อะอูซุ บิร็อบบิลฟะลัก’ และ ‘กุล อะอูซุ บิร็อบบินนาส’»
ต้นฉบับอาหรับ
عن عقبة بن عامر قال: أمرني رسول الله صلى الله عليه وسلم أن أقرأ بالمعوذات في دبر كل صلاة.
อุกบะฮ์ บิน อามิร กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ สั่งให้ฉันอ่านมุเอาวิษาต (บรรดาซูเราะฮ์คุ้มครอง) ท้ายละหมาดทุกครั้ง
ต้นฉบับอาหรับ
عن عائشة: أن رسول الله صلى الله عليه وسلم كان إذا اشتكى يقرأ على نفسه بالمعوذتين وينفث، فلما اشتد وجعه كنت أقرأ عليه، وأمسح بيده عليه، رجاء بركتها.
อาอิชะฮ์ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) เล่าว่า: เมื่อท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ ป่วย ท่านจะอ่านมุเอาวิษะตัยน์ให้ตัวเองแล้วเป่า (นัฟษ์) และเมื่ออาการป่วยของท่านหนักขึ้น ฉัน (อาอิชะฮ์) จะอ่านให้ท่านและลูบด้วยมือของท่านเอง โดยหวังในบะเราะกะฮ์ของมัน
ส่วนที่ 3 อธิบายอายะฮ์ : “อัลฟะลัก” คืออะไร
อายะฮ์ 1 — “ร็อบบิลฟะลัก”: ทัศนะส่วนใหญ่ (อิบนุอับบาส, มุญาฮิด, สะอีด บิน ญุบัยร์, อัลหะสัน, เกาะตาดะฮ์ ฯลฯ) ว่า “อัลฟะลัก” = รุ่งอรุณ (อัศศุบห์) ดังพระดำรัส فَالِقُ الْإِصْبَاحِ (“ผู้ทรงให้รุ่งอรุณแยกออกมา” — อัลอันอาม 6:96) มีบางทัศนะว่าหมายถึง “สรรพสิ่งที่ถูกสร้าง” (อัฎเฎาะห์ฮาก) หรือ “บ่อ/หลุมในนรก” (กะอ์บ อัลอะห์บาร) — แต่ อิบนุญะรีรและอิบนุกะษีรเลือกทัศนะแรก (รุ่งอรุณ) ว่าถูกต้อง และเป็นทัศนะที่อัลบุคอรีเลือกในเศาะหีห์ของท่าน (หะดิษมัรฟูอ์ที่ว่าอัลฟะลักคือบ่อในนรก อิบนุกะษีรระบุว่าอิสนาด “เฆาะรีบ ไม่ถูกต้องที่จะยกขึ้นถึงท่านนบี”)
อายะฮ์ 2 — “มิน ชัรริ มา เคาะลัก”: ขอความคุ้มครองให้พ้นจาก ความชั่วของสรรพสิ่งทั้งหมดที่พระองค์ทรงสร้าง
อายะฮ์ 3 — “ฆอสิกิน อิซา วะก็อบ”: ทัศนะส่วนใหญ่ (มุญาฮิด อิบนุอับบาส เกาะตาดะฮ์ ฯลฯ) ว่าคือ กลางคืนเมื่อมันปกคลุมด้วยความมืด (เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า) · อีกทัศนะ (จากหะดิษของอาอิชะฮ์ — ติรมิซี #3366 หะสันเศาะฮีห์) คือ ดวงจันทร์ — ท่านนบี ﷺ ชี้ให้อาอิชะฮ์ดูดวงจันทร์ยามขึ้นแล้วกล่าวว่า «จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์จากความชั่วของ ‘ฆอสิก อิซา วะก็อบ’ นี้» · สองทัศนะไม่ขัดกัน เพราะดวงจันทร์และดวงดาวเป็นสัญลักษณ์ของกลางคืนและปรากฏเฉพาะยามค่ำ
ส่วนที่ 4 อายะฮ์ 4 : “อันนัฟฟาษาต” และเรื่องท่านนบีถูกทำสิหร์
“อันนัฟฟาษาติ ฟิลอุก็อด” — มุญาฮิด, อิกริมะฮ์, อัลหะสัน, เกาะตาดะฮ์ และอัฎเฎาะห์ฮาก อธิบายว่าหมายถึง บรรดาแม่มด (ผู้ทำไสยศาสตร์) ที่เสกและ เป่าลงในปมเชือก (คือการทำสิหร์โดยผูกปมเชือกแล้วเป่าเสกลงไป)
อิบนุกะษีรยกหะดิษที่ท่านนบี ﷺ ถูกทำสิหร์เป็นหลักฐานประกอบ
ต้นฉบับอาหรับ
عن عائشة قالت: كان رسول الله صلى الله عليه وسلم سُحِر، حتى كان يرى أنه يأتي النساء ولا يأتيهن… «أتاني رجلان فقعد أحدهما عند رأسي والآخر عند رجلي… قال: من طبه؟ قال: لبيد بن الأعصم… في مشط ومشاقة… في جف طلعة ذكر تحت راعوفة في بئر ذروان»… فقال: «أما الله فقد شفاني، وأكره أن أثير على أحد من الناس شرا».
อาอิชะฮ์เล่าว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ ถูกทำสิหร์ จนกระทั่งท่านรู้สึกเหมือนว่าท่านได้ทำบางสิ่งทั้งที่ไม่ได้ทำ วันหนึ่งท่านวิงวอนต่ออัลลอฮ์ แล้วกล่าวว่า «มีชายสองคน (มะลาอิกะฮ์) มาหาฉัน คนหนึ่งนั่งที่ศีรษะ อีกคนที่เท้า คนหนึ่งถามว่า ‘ชายคนนี้เป็นอะไร?’ ตอบว่า ‘ถูกทำสิหร์’ ‘ใครทำ?’ ‘ละบีด บิน อัลอะอ์ศ็อม’ ‘ด้วยอะไร?’ ‘ด้วยหวีและเส้นผมที่ติดหวี’ ‘อยู่ที่ไหน?’ ‘ในเปลือกช่อดอกอินทผลัมตัวผู้ ใต้แผ่นหินในบ่อชื่อซัรวาน’» ท่านจึงไปที่บ่อนั้นและนำมันออกมา และท่านกล่าวว่า «ส่วนอัลลอฮ์นั้น พระองค์ทรงรักษาฉันหายแล้ว และฉันไม่ประสงค์จะก่อความชั่ว (การแก้แค้น) แก่ผู้ใด»
อายะฮ์ 5 : ความชั่วของผู้อิจฉา
อายะฮ์ 5 — “มิน ชัรริ ฮาสิดิน อิซา ฮะสัด”: ขอความคุ้มครองให้พ้นจาก ความชั่วของผู้อิจฉาเมื่อเขาอิจฉา — คือเมื่อความอิจฉาในใจของเขาแสดงออกมาเป็นการมุ่งร้าย (รวมถึง “ตาอิจฉา/ตาร้าย” ที่เกิดจากความอิจฉา)